ครอบครัวทรัมป์กวาดกำไรคริปโต 2.3 พันล้าน แต่เม่าขาดทุนยับ
ในโลกของสกุลเงินดิจิทัลที่ดูซับซ้อนและน่าเวียนหัว ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ ครอบครัวทรัมป์กวาดกำไรคริปโต 2.3 พันล้าน แต่เม่าขาดทุนยับ กลายเป็นประเด็นที่คนพูดถึงกันมากที่สุด เพราะตัวเลขนี้สะท้อนความจริงอันน่าเศร้าของตลาดคริปโตที่เชื่อมโยงกับคนดังได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ครอบครัวทรัมป์กวาดกำไรคริปโต 2.3 พันล้าน แต่เม่าขาดทุนยับ
รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ครอบครัวของเขาสามารถสร้างกำไรได้มหาศาลจากโปรเจกต์คริปโตต่างๆ แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนรายย่อยประมาณหนึ่งล้านคนที่แห่กันเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์กลับเผชิญกับภาวะขาดทุนรวมกันสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สมมาตรกันพอดีอย่างน่าตกใจ
เบื้องลึกกลยุทธ์ ครอบครัวทรัมป์กวาดกำไรคริปโต 2.3 พันล้าน แต่เม่าขาดทุนยับ
โปรเจกต์หลักที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์คือ World Liberty Financial ($WLFI) ซึ่งครอบครัวทรัมป์ถือหุ้นใหญ่ถึง 60% และรับส่วนแบ่งจากการขายเหรียญสูงถึง 75% โดยจากข้อมูลของตลาดพบว่าราคาเหรียญ $WLFI มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 จากราคาเปิดตัวที่ประมาณ 0.31 ดอลลาร์ เหลือเพียง 0.05 ดอลลาร์ในปัจจุบัน
สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยขาดทุนยับเยินมีดังนี้:
- ขาดความโปร่งใสในโมเดลธุรกิจของเหรียญ governance token
- ราคาเหรียญผันผวนสูงและอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างหนัก
- มีรายงานความขัดแย้งทางกฎหมายกับบุคคลสำคัญในวงการคริปโต เช่น Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron
- ความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างรวดเร็วของนักลงทุนในโปรเจกต์ที่ผูกติดกับบุคคลการเมือง
ทางด้านบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการลงทุนใน $WLFI อย่าง AI Financial ก็แสดงความกังวลว่าอาจจะไปต่อไม่ไหวในอีก 12 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีเหรียญ $TRUMP memecoin ที่สร้างกำไรให้ครอบครัวทรัมป์อีกมหาศาล ขณะที่นักลงทุนทั่วไปกลับต้องรับภาระขาดทุนแทน
บทเรียนครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า การลงทุนในเหรียญที่ผูกติดกับ ‘ชื่อเสียง’ คนดังนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ผู้คนมักจะคาดหวังรวยทางลัดจากกระแส แต่สุดท้ายในเกมการเงินแบบนี้ ผู้ที่ถือถือเหรียญต้นน้ำหรือผู้สร้างโปรเจกต์มักจะเป็นผู้ชนะเสมอ ในขณะที่รายย่อยมักกลายเป็นสภาพคล่องให้กับตลาด ฉะนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง อย่าลืมศึกษาให้ดีก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของเทรนด์ที่คุณควบคุมไม่ได้ครับ
