ครม.ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)’ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ตลอดโครงการ ต.ค.-พ.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม

ครม.ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)’ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ตลอดโครงการ ต.ค.-พ.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่จำเป็นในช่วงที่ราคาพลังงานและค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) เพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชน ดูแลผู้มีรายได้น้อย และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง มาตรการนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การเพิ่มวงเงินให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการร่วมจ่าย 60/40 สำหรับประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

ครม.ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)’ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ตลอดโครงการ ต.ค.-พ.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะได้รับวงเงินเพิ่มในเดือนตุลาคม จากเดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นวงเงินรวม 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยเป็นการเพิ่มวงเงินอีก 700 บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัด ร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ

มาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและราคาสินค้าที่ผันผวนค่อนข้างเร็ว การเพิ่มวงเงินในช่วงเดือนตุลาคมจึงช่วยให้ครัวเรือนสามารถจัดสรรงบประมาณสำหรับอาหารและของใช้จำเป็นได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สิทธิควรตรวจสอบเงื่อนไขและร้านค้าที่รับสิทธิให้ชัดเจนก่อนเดินทางไปใช้บริการ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

รายละเอียดมาตรการร่วมจ่าย 60/40

อีกส่วนสำคัญของโครงการคือมาตรการร่วมจ่าย 60/40 ซึ่งเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินร่วมจ่ายในอัตรา 60% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ

โครงการกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ส่วนการซื้ออาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้สิทธิผ่านระบบที่กำหนดในช่วงเวลา 06.00-21.00 น.

ใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายของมาตรการนี้ครอบคลุมทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่แล้ว และผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันสิทธิ
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐ

ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 ขณะที่ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งทางการเท่านั้น และอย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ผลต่อประชาชนและร้านค้ารายย่อย

ในมุมของประชาชน โครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในช่วงเวลาที่ครัวเรือนต้องรับมือกับราคาสินค้าและพลังงานที่ไม่แน่นอน ขณะที่ร้านค้ารายย่อยจะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากผู้ใช้สิทธิมีแรงจูงใจในการจับจ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เงินที่หมุนเวียนในระบบจึงอาจช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

กระทรวงการคลังระบุว่า ยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 44,000 ล้านบาทสำหรับนำมาใช้ดำเนินมาตรการดังกล่าว เป้าหมายสำคัญคือการพยุงกำลังซื้อของประชาชน ควบคู่กับการช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำหรับผู้ที่สนใจ ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วม วิธีใช้สิทธิ และเงื่อนไขล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดของโครงการอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติม การวางแผนใช้วงเงินให้เหมาะสม โดยเน้นสินค้าจำเป็นและใช้สิทธิภายในช่วงเวลาที่กำหนด จะช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

โดยสรุป ครม.ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)’ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ตลอดโครงการ ต.ค.-พ.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม เป็นมาตรการที่เน้นทั้งการลดภาระประชาชนและกระตุ้นรายได้ร้านค้ารายย่อย เทรนด์สำคัญจากนโยบายนี้คือการใช้แอปพลิเคชันดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงสิทธิ ดังนั้นผู้มีสิทธิควรเตรียมแอปพลิเคชัน ตรวจสอบข้อมูลให้พร้อม และยืนยันสิทธิภายในกำหนดเวลา เพื่อไม่พลาดความช่วยเหลือที่มีให้

ที่มา – ครม.ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)’ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ตลอดโครงการ ต.ค.-พ.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ 1,000 บาทในเดือนตุลาคม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *