ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีข่าวที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจสำหรับชาวไทยมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติสำคัญในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาของไทยสู่ระดับสากล โดยทางรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้เสนอชื่อพระนามของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ต่อองค์การ UNESCO เพื่อให้ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณในฐานะบุคคลสำคัญของโลกครับ
ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีการเสนอพระนามนี้? คำตอบนั้นสำคัญมากครับ เพราะสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงเป็นพระองค์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยเฉพาะการก่อตั้ง ระบบธรรมศึกษา เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการเรียนรู้พระธรรมวินัยได้อย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับหลักการของ UNESCO ในเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการส่งเสริมสันติภาพในสังคมอย่างแท้จริงครับ
ความสำคัญของระบบธรรมศึกษาและพระกรณียกิจ
หากจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ต้องย้อนไปดูพระกรณียกิจในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากการริเริ่มหลักสูตรธรรมศึกษาแล้ว พระองค์ยังทรงเป็นผู้นำในการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ การจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ และการก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาไทยมาจนถึงปัจจุบันครับ
ขั้นตอนการดำเนินงานในครั้งนี้ ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นแกนหลักในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมเอกสารและหลักฐานสำคัญเสนอต่อ UNESCO โดยมีกำหนดการยื่นใบสมัครภายในปี 2569 และหวังว่าเราจะได้รับข่าวดีในการประกาศยกย่องพระองค์ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
- การเตรียมการ: ดำเนินการผ่านคณะกรรมการอำนวยการหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและภาคสงฆ์
- เป้าหมาย: เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและสร้างความตระหนักในมรดกทางวัฒนธรรมไทย
- วาระสำคัญ: เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี แห่งการสถาปนาธรรมศึกษา (พ.ศ. 2472-2572)
ส่วนตัวผมมองว่า การที่ไทยเราผลักดันเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชิดชูสถาบันสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์ของบูรพกษัตริย์และพระมหาเถระไทยที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาสำหรับปวงชนมาอย่างยาวนาน ซึ่งในยุคดิจิทัลแบบนี้ การหยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่ามาเล่าใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรมครับ
ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากเชิญชวนให้พวกเราคนไทยร่วมกันติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ไปพร้อมๆ กัน เพราะนี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความภาคภูมิใจที่คนไทยได้ส่งมอบมรดกอันมีค่าไว้ให้โลกใบนี้ครับ ใครที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือประวัติความเป็นมาของพระองค์ สามารถติดตามได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
ที่มา – ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก
