คนสาย AI สูบบุหรี่เพราะเชื่อว่า AI รักษามะเร็งได้
ประเด็น คนสาย AI สูบบุหรี่เพราะเชื่อว่า AI รักษามะเร็งได้ ฟังดูเหมือนมุกประชดจากโลกเทคโนโลยี แต่กลับกลายเป็นบทสนทนาที่ถูกพูดถึงจริง หลัง Shyam Sankar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Palantir ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของ CBS เขาพูดถึงนักวิจัยและคนทำงานด้าน AI บางกลุ่มที่มีความศรัทธาต่อเทคโนโลยีอย่างสุดโต่ง จนใช้การสูบบุหรี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ว่า พวกเขาทุ่มเดิมพันทั้งหมดไว้กับอนาคตของ AI
แน่นอนว่าใจความดังกล่าวอาจเป็นเพียงการพูดเชิงเสียดสี ไม่ได้หมายความว่านักวิจัย AI ทุกคนจะสูบบุหรี่ หรือเชื่ออย่างจริงจังว่าปัญหาสุขภาพทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม คำพูดนี้สะท้อนวัฒนธรรมการเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแบบสุดขั้วได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงซิลิคอนแวลลีย์ที่มักมองนวัตกรรมเป็นคำตอบของปัญหาแทบทุกชนิด
คนสาย AI สูบบุหรี่เพราะเชื่อว่า AI รักษามะเร็งได้
เรื่องเริ่มเป็นกระแสเมื่อผู้ใช้งานบน X รายหนึ่งตอบกลับโพสต์เกี่ยวกับคำพูดของ Sankar ด้วยประโยคทำนองว่า เขาจะเริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้า AI สามารถรักษามะเร็งได้ในอนาคต ความเสี่ยงจากบุหรี่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา ข้อความดังกล่าวน่าจะเป็นมุก แต่ก็มีผู้ใช้งานอีกคนเข้ามาบอกว่าเขาเคยคิดในลักษณะเดียวกันจริง
ผู้ใช้งานรายนั้นอธิบายว่า หลังจากกลายเป็นคนที่เชื่อมั่นใน AI มากขึ้น เขาก็รู้สึกประมาทกับสุขภาพของตัวเองมากกว่าเดิม เพราะคิดว่าโรคหรือภาวะสุขภาพเกือบทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขในช่วงทศวรรษ 2030 แนวคิดนี้ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัญหาคือการมองอนาคตในแง่ดีเกินไปอาจทำให้คนละเลยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
ทำไมความเชื่อเรื่อง AI จึงกลายเป็นเรื่องสุดโต่ง
คำพูดของ Sankar ต้องการวิจารณ์สิ่งที่เขามองว่าเป็นความหลงใหลใน AI แบบเกือบจะเป็นศาสนา เขาเปรียบเทียบว่าบางคนพยายามแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตัวเองเชื่อใน AI มากเพียงใด การสูบบุหรี่จึงอาจถูกนำเสนอเป็นสัญลักษณ์ของการยอมเสี่ยงในวันนี้ เพื่อแลกกับความหวังว่าเทคโนโลยีจะช่วยแก้ปัญหาในวันข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีนักวิจัย AI จำนวนมากสูบบุหรี่ด้วยเหตุผลนี้จริง คำกล่าวดังกล่าวอาจเกิดจากการสังเกตคนรู้จักบางส่วน หรือได้รับอิทธิพลจากบทความแนวเทรนด์ที่นำเสนอภาพคนในวงการเทคโนโลยีกลับมาสูบบุหรี่และใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินมากขึ้น บทความบางชิ้นพยายามเล่าว่าบุหรี่ช่วยให้ผู้ก่อตั้งบริษัทและวิศวกรทำงานได้นานขึ้น หรือใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มสมาธิระหว่างการเขียนโค้ด
- ความเชื่อไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์: การคาดหวังว่า AI จะก้าวหน้า ไม่ได้แปลว่าการสูบบุหรี่ปลอดภัยขึ้น
- เทคโนโลยีต้องใช้เวลา: การค้นพบวิธีรักษาโรคซับซ้อนต้องผ่านการวิจัย การทดลอง และการประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
- ความเสี่ยงเกิดขึ้นแล้ว: ผลกระทบจากบุหรี่และนิโคตินสามารถเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ควรผลักภาระให้เทคโนโลยีในอนาคตช่วยแก้ไข
- AI ไม่ใช่หมอวิเศษ: AI อาจช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนายา หรือสนับสนุนแพทย์ แต่ยังไม่สามารถรับประกันการรักษาโรคให้ทุกคนได้
AI อาจช่วยการแพทย์ แต่ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้าง
ความจริงคือ AI มีศักยภาพในวงการแพทย์อย่างมาก ระบบ AI สามารถช่วยค้นหารูปแบบจากข้อมูลทางการแพทย์ ช่วยคัดกรองภาพถ่าย ช่วยออกแบบโมเลกุลยา และช่วยให้นักวิจัยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้นหรือการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนมากขึ้น
แต่คำว่าอาจช่วยได้ แตกต่างจากการรับรองว่าจะรักษามะเร็งได้ทั้งหมด มะเร็งไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มโรคจำนวนมากที่มีสาเหตุ พันธุกรรม และการตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน แม้ AI จะช่วยเร่งงานวิจัยได้ แต่กระบวนการพัฒนาและทดสอบการรักษายังคงต้องอาศัยแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ป่วย และหน่วยงานกำกับดูแลร่วมกัน
ประเด็น คนสาย AI สูบบุหรี่เพราะเชื่อว่า AI รักษามะเร็งได้ จึงควรถูกมองเป็นบทเรียนเรื่องอันตรายของความมั่นใจเกินขอบเขต มากกว่าจะนำไปทำตาม การเชื่อในเทคโนโลยีเป็นเรื่องดี หากความเชื่อนั้นมาพร้อมการตั้งคำถาม ตรวจสอบหลักฐาน และยอมรับข้อจำกัด แต่เมื่อความเชื่อทำให้คนประเมินความเสี่ยงสุขภาพต่ำเกินไป ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้
แม้แต่ระบบ AI อย่าง Grok ก็ยังไม่ได้มองว่า AI ใกล้จะรักษามะเร็งได้แบบสมบูรณ์ ดังนั้นอย่าใช้พาดหัวข่าวหรือคำพูดติดตลกเป็นเหตุผลในการเริ่มสูบบุหรี่ หากต้องการดูแลสุขภาพ ควรเลือกวิธีที่มีหลักฐานรองรับ เช่น หลีกเลี่ยงบุหรี่ ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม ความก้าวหน้าของ AI ควรเป็นความหวังที่ช่วยให้เราดูแลตัวเองดีขึ้น ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำสิ่งที่เป็นอันตรายในวันนี้
ข้อคิดส่งท้าย: AI อาจเปลี่ยนอนาคตการแพทย์ได้ แต่การตัดสินใจดูแลสุขภาพอย่างมีความรับผิดชอบยังเป็นหน้าที่ของเราในปัจจุบัน อย่ารอให้เทคโนโลยีในอนาคตมาแก้ปัญหาที่เราป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้
ที่มา – Based AI People Are Supposedly Smoking Because AI Will Cure Cancer
