ขี่ E-Scooter เสี่ยงสมองบาดเจ็บมากกว่ามอเตอร์ไซค์
ในยุคที่การเดินทางด้วยไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องใกล้ตัว หลายคนอาจมองว่า E-Scooter เป็นพาหนะที่สะดวกและปลอดภัย แต่ผลวิจัยล่าสุดจาก Nature’s Scientific Reports กลับชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ ขี่ E-Scooter เสี่ยงสมองบาดเจ็บมากกว่ามอเตอร์ไซค์ เสียอีก ข้อมูลที่น่าตกใจนี้มาจากการรวบรวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากกว่า 38,440 กรณีในอังกฤษและเวลส์ ซึ่งพบว่าการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ อวัยวะภายใน และหลอดเลือด มีสัดส่วนที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ทำไมการขี่ E-Scooter เสี่ยงสมองบาดเจ็บมากกว่ามอเตอร์ไซค์?
เหตุผลสำคัญที่นักวิจัยระบุว่าทำไม ขี่ E-Scooter เสี่ยงสมองบาดเจ็บมากกว่ามอเตอร์ไซค์ ก็คือเรื่องของการออกแบบพาหนะและพฤติกรรมผู้ขับขี่ ส่วนใหญ่แล้ว E-Scooter ออกแบบมาโดยอิงสรีระของผู้ชาย ทำให้การควบคุมรถต้องใช้แรงแขนมากกว่า และด้วยตำแหน่งศูนย์ถ่วงที่สูงและอยู่ด้านหน้า ทำให้เวลาเบรกกะทันหัน ร่างกายของผู้ขับขี่มักจะพุ่งไปข้างหน้าโดยเอาศีรษะลง นอกจากนี้ ล้อขนาดเล็กของมันยังขาดการยึดเกาะที่ดีบนพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือเปียกชื้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ขับขี่ควรรู้
- การไม่สวมหมวกนิรภัย: ข้อมูลพบว่าผู้ขี่ E-Scooter เพียง 5.9% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย เมื่อเทียบกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่สูงถึง 75.7%
- สรีระเด็กและเยาวชน: กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะความสูงของแฮนด์รถมักจะอยู่ในระดับเดียวกับช่องท้อง ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในได้ง่าย
- การออกแบบที่ซับซ้อน: สรีระของผู้หญิงไม่สอดคล้องกับขนาดรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้งกว่า
ในปัจจุบัน หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้ โดยเฉพาะในนิวยอร์กที่หน่วยงานรัฐกำลังพิจารณาออกกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งการจำกัดความเร็ว การบังคับสวมหมวกนิรภัย และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ผลิตอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้การสัญจรที่ควรจะสะดวกสบายต้องกลายเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้คน
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ชื่นชอบการขี่ E-Scooter โปรดอย่าลืมว่าความปลอดภัยสำคัญที่สุดเสมอ การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งและการลดความเร็วในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยคือสิ่งที่คุณทำได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล
ที่มา – E-Scooter Riders Face Higher Brain Injury Risk Than Motorcyclists. Lawmakers Want a Fix
