กูเกิลปรับเกมรับมือคู่แข่งด้วยปัญญาประดิษฐ์: ยุคใหม่แห่งการค้นหาสิ่งต่าง ๆ ทางออนไลน์
กว่า 20 ปีที่วลีว่า “กูเกิลกันเถอะ” กลายเป็นคำตอบสุดท้ายของทุกคำถามในโลกออนไลน์ แต่ตอนนี้ ความโดดเด่นของกูเกิลกำลังถูกท้าทายจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์รูปแบบใหม่ เช่น ChatGPT จาก OpenAI หรือ Perplexity เจ้าเล็กแต่แรง ที่เปลี่ยนวิธีค้นหาข้อมูลจากเดิมที่ต้องคลิกผ่านลิงก์ต่อๆ กัน มาเป็นคำตอบแบบสนทนาที่ทันใจ
หลายฝ่ายมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของกูเกิล แต่ล่าสุด เซอร์ดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ซีอีโอของกูเกิล ออกมาปฏิเสธด้วยข้อมูลใหม่ที่น่าทึ่งว่า ปัญญาประดิษฐ์ที่หลายคนมองเป็นภัยคุกคาม กลับกลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ที่ทำให้บริการค้นหามีความแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม
กูเกิลปรับเกมรับมือคู่แข่งด้วยปัญญาประดิษฐ์
พิชัยย้ำในงานประกาศผลประกอบการของบริษัทว่า AI ไม่ได้ทำให้ผู้คนใช้งานกูเกิลน้อยลง แต่กลับกระตุ้นให้พวกเขากล้าตั้งคำถามใหม่ๆ สำรวจข้อมูลลึกขึ้น และใช้บริการบ่อยขึ้น
“เรามองเห็นว่า AI กำลังเปิดกว้างให้คนค้นหาและเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบใหม่ ที่เราไม่เคยนึกมาก่อน ว่าจะสามารถถามกูเกิลได้ขนาดนี้” พิชัยกล่าว และระบุว่า ปริมาณคำถามโดยรวมทั้งที่เป็นการค้นหาทั่วไปและเชิงพาณิชย์ยังเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ข้อมูลชี้ชัด: คุณสมบัติ AI ใหม่ของกูเกิล ช่วยเพิ่มยอดการค้นหาได้มากกว่า 10% ทั่วโลกในประเภทของการค้นหาที่เปิดใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ แปลว่า AI ไม่ได้แบ่งเค้กแค่ใหม่ แต่กำลังทำให้ ‘เค้ก’ โตขึ้นด้วย
กลยุทธ์ 2 ทางเพื่อทุกกลุ่มผู้ใช้งาน
กูเกิลไม่เพียงแค่ปรับตัว แต่กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่ของตัวเอง ด้วยยุทธศาสตร์ 2 ข้อหลัก:
- AI Overviews: สรุปคำตอบโดย AI ที่โผล่ขึ้นมาด้านบนของผลการค้นหา ตอนนี้ใช้งานแล้วกับผู้ใช้กว่า 2 พันล้านคนทั่วโลกในกว่า 200 ประเทศ เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเร็วและง่าย
- AI Mode: โหมดการค้นหาแบบสนทนาเต็มรูปแบบ สำหรับคำถามที่ซับซ้อน ตอนนี้มีผู้ใช้ประจำกว่า 100 ล้านคนในสหรัฐฯ และอินเดีย เครื่องมือนี้เป็นการต่อกรโดยตรงกับข้อได้เปรียบของ ChatGPT และ Perplexity
ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ใช้งานที่ตอบสนองดีที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการค้นหาแบบมัลติมอร์ฟิก เช่น ใช้ Google Lens หรือ Circle to Search เพื่อถามด้วยรูปภาพ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในกลุ่มวัยรุ่น
กูเกิลกำลังเคาะประตูคนรุ่นใหม่ที่โตมาพร้อมภาพ เสียง และบทสนทนาแทนข้อความ และทำให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ตัวเลขพูดความจริง: รายได้โต 12%
ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดคือ การเติบโตของรายได้จากการค้นหากว่า 5.419 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ทั้งที่หลายคนเคยกังวลว่า AI จะฆ่าห่านทองคำของกูเกิล
ไม่เพียงแต่ผู้ใช้ชอบ นักโฆษณาเองก็พบผลลัพธ์ที่ดีกับแคมเปญที่ใช้ AI ใหม่ๆ อย่าง AI Max ที่รายงานว่าเพิ่มอัตราการแปลงได้เฉลี่ยถึง 14%
นี่คือหลักฐานชัดว่า การค้นหาแบบ AI ไม่ใช่แค่น่าสนใจ แต่ยังทำเงินได้มากกว่าเดิม
ในเมื่อทุกคนพูดว่า “กูเกิลปรับเกมรับมือคู่แข่งด้วยปัญญาประดิษฐ์” ควรยอมรับว่า นี่ไม่ใช่แค่การตอบโต้ แต่คือการก้าวขึ้นนำหน้าอีกครั้งของยักษ์ใหญ่ที่ไม่ยอมหยุดพัฒนา
บทสรุป: กูเกิลไม่ได้กำลังจะตาย เพราะแกร่งพอจะเปลี่ยนภัยคุกคามให้กลายเป็นโอกาส ผลงานของ AI Overviews และ AI Mode แสดงให้เห็นว่ากูเกิลยังคงเป็นประตูหลักสู่ข้อมูลในยุคดิจิทัล หากคุณเป็นนักการตลาด นักพัฒนา หรือแม้แต่ผู้บริโภคทั่วไป ควรเฝ้าจับตาคอนเซปต์ใหม่เหล่านี้ เพราะนี่คือหน้าตาของการค้นหาในอนาคต
