กลาโหม-ทส.-มหาดไทย ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เร่งระบายน้ำ-เยียวยา สั่งตรึงราคาสินค้าเกษตร-ค่าขนย้าย

กลาโหม-ทส.-มหาดไทย ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เร่งระบายน้ำ-เยียวยา สั่งตรึงราคาสินค้าเกษตร-ค่าขนย้าย เป็นภารกิจสำคัญที่สะท้อนการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มองเฉพาะการระบายน้ำเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ การช่วยเหลือเกษตรกร และการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงวิกฤต

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานข้อมูลน้ำ รวมถึงหารือแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

กลาโหม-ทส.-มหาดไทย ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เร่งระบายน้ำ-เยียวยา สั่งตรึงราคาสินค้าเกษตร-ค่าขนย้าย

สาระสำคัญของการประชุมคือการติดตามปริมาณน้ำและทิศทางการไหลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามสภาพพื้นที่จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผนระบายน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดสรรเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร ยานพาหนะ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับแต่ละชุมชน เพราะพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกันย่อมต้องใช้วิธีรับมือที่ไม่เหมือนกัน

สุชาติ ชมกลิ่น เน้นย้ำให้เร่งผลักดันและระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อลดความเสียหายต่อบ้านเรือน ถนน และพื้นที่การเกษตร ขณะเดียวกัน พลพีร์ สุวรรณฉวี กำชับให้ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างทั่วถึง ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม สุขอนามัย งบประมาณฉุกเฉิน และการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อน

ดูแลศูนย์พักพิงและกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง

หลังการประชุม คณะทำงานได้เดินทางไปยังอำเภอบางคล้าเพื่อสำรวจอุปสรรคด้านการระบายน้ำ จากนั้นลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดหัวไทร เพื่อติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัย การดูแลในศูนย์พักพิงต้องครอบคลุมมากกว่าการจัดหาอาหาร เพราะยังมีเรื่องความสะอาด การป้องกันโรค การให้บริการทางการแพทย์ และการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

ในภาวะน้ำท่วม ประชาชนจำนวนมากต้องหยุดงาน สูญเสียรายได้ หรือไม่สามารถกลับไปดูแลทรัพย์สินและประกอบอาชีพได้ตามปกติ การมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและประสานความช่วยเหลือจึงเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยลดความกังวลและทำให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น

ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและค่าขนย้าย

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการดูแลราคาสินค้าเกษตรและค่าใช้จ่ายในการขนย้าย พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ระบุถึงความจำเป็นในการประสานช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรและกุ้งเลี้ยงในราคาที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องขายผลผลิตในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะขาดทางเลือกในช่วงน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ยังต้องควบคุมค่าขนย้ายประชาชน ยานพาหนะ และทรัพย์สินไม่ให้สูงเกินควร การช่วยเหลือในช่วงวิกฤตควรเป็นความร่วมมือ ไม่ใช่โอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่กำลังเดือดร้อน หน่วยงานรัฐจึงควรสื่อสารอัตราค่าบริการ ช่องทางร้องเรียน และรายชื่อหน่วยงานที่ประชาชนสามารถติดต่อได้อย่างชัดเจน

  • เร่งระบายน้ำตามข้อมูลและสภาพพื้นที่จริง
  • จัดกำลังคน เครื่องมือ และยานพาหนะให้เพียงพอ
  • ดูแลอาหาร สุขอนามัย และการแพทย์ในศูนย์พักพิง
  • ช่วยเหลือเกษตรกรให้จำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม
  • ควบคุมค่าขนย้ายและป้องกันการเอาเปรียบประชาชน

ภารกิจ กลาโหม-ทส.-มหาดไทย ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เร่งระบายน้ำ-เยียวยา สั่งตรึงราคาสินค้าเกษตร-ค่าขนย้าย จึงมีความหมายมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเป็นการทำงานที่ต้องเดินหน้าพร้อมกันทั้งด้านน้ำ คน และเศรษฐกิจชุมชน การระบายน้ำที่รวดเร็วจะช่วยลดความเสียหาย แต่การเยียวยาที่ตรงจุดจะช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้จริง

ในมุมมองของประชาชน สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือความต่อเนื่องของการช่วยเหลือหลังระดับน้ำลดลง รวมถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณและการเข้าถึงมาตรการเยียวยา หากทุกหน่วยงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะเชิงเทราจะมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการ เก็บเอกสารความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งเหตุหรือปัญหาการเรียกเก็บค่าบริการเกินจริงผ่านช่องทางราชการทันที

ที่มา – กลาโหม-ทส.-มหาดไทย ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เร่งระบายน้ำ-เยียวยา สั่งตรึงราคาสินค้าเกษตร-ค่าขนย้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *