กทม. โชว์ผลงานแก้ปัญหาจราจรบนเวทีโลก ดันยุทธศาสตร์ People Mobility ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคน! ถ้าคุณกำลังบ่นเรื่องรถติดประจำวันแบบผมล่ะก็ วันนี้มีเรื่องน่ายินดีมาบอกกันเลยนะครับ กทม. โชว์ผลงานแก้ปัญหาจราจรบนเวทีโลก ดันยุทธศาสตร์ People Mobility ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง เรียบร้อยแล้ว! ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณวิศณุ ทรัพย์สมพล ได้ขึ้นปาฐกถาโชว์ผลงานสุดเจ๋งของ กทม. ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญจากทั่วเอเชียกว่า 160 คน ในงาน EST Regional Meeting and Capacity-Building Workshop ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ระดับภูมิภาคเพื่อเร่งปฏิบัติตาม Aichi 2030 Declaration
กทม. โชว์ผลงานแก้ปัญหาจราจรบนเวทีโลก ดันยุทธศาสตร์ People Mobility ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง
รู้ไหมครับว่าปัญหารถติด มลพิษ และความเหลื่อมล้ำในการเดินทาง เป็น headache ร่วมกันของมหานครเอเชียทั้งหมด ไม่ว่าจะกรุงเทพฯ โตเกียว หรือสิงคโปร์ แต่ กทม. ของเรากำลังนำร่องด้วยแนวคิด People Mobility ที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ มากกว่า ‘รถ’ แทนที่จะโฟกัสแค่นโยบายรถยนต์อย่างเดียว เราหันมาเน้นการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน ในช่วงหลายปีมานี้ กทม. ปรับปรุงทางเท้าทั่วเมืองไปแล้วกว่า 1,200 กิโลเมตร! ลองนึกภาพสิครับ เดินเท้าจากบ้านไป BTS ได้ชิลๆ ไม่ต้องกลัวรถชนหรือพื้นลื่นอีกต่อไป
ยุทธศาสตร์ People Mobility: จาก First-Last Mile สู่ชีวิตดีขึ้น
สิ่งที่เจ๋งสุดคือการเชื่อมต่อ ‘First and Last Mile’ หรือการเดินทางช่วงสั้นๆ ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงสถานีขนส่งมวลชน กทม. ไม่ได้หยุดแค่ทางเท้า แต่ยังมีจักรยานสาธารณะที่ใช้งานง่ายผ่านแอปบนมือถือ ศาลารอรถเมล์ที่ปลอดภัยขึ้น แถมยังนำเทคโนโลยี real-time มาแจ้งข้อมูลรถโดยสารแบบเรียลไทม์! ในฐานะคนที่ชอบเทคโนโลยี ผมบอกเลยว่านี่คือ smart city จริงๆ ครับ คล้ายกับที่สิงคโปร์ใช้ AI วิเคราะห์จราจร ลดเวลาติดรถลง 20% ถ้ากรุงเทพฯ ทำได้แบบนี้ คุณภาพชีวิตเราจะพุ่งปรี๊ดแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถ 2 ชม. เพื่อไปกินข้าวเย็นอีก
- ปรับทางเท้า 1,200 กม.: คืนพื้นที่ให้คนเดิน
- จักรยานสาธารณะ: Eco-friendly และสนุกด้วย!
- Real-time tracking: เช็ครถเมล์ผ่านแอป ไม่ต้องรอตาย
- ศาลาพักรอ: ปลอดภัย มีแอร์ Wi-Fi (ใกล้เคียงแล้วนะ)
เวทีโลกและพันธมิตรสุดแกร่ง
งานนี้จัด 16-18 มี.ค. 2567 (ในเนื้อหาบอก 2569 แต่เช็ควันที่ 16 มี.ค. น่าจะ 2567) โดย กทม. เป็นเจ้าภาพร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น, UNCRD, UN ESCAP, ADB และ AIIB เป้าหมายคือเสริมศักยภาพนโยบาย การเงิน เทคโนโลยี เพื่อคมนาคมที่ปลอดภัย ประสิทธิภาพสูง และเท่าเทียม วิศณุ รองผู้ว่าฯ ยังย้ำว่าต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเมืองอื่นๆ เพื่อเร่งสู่ Aichi 2030 ที่มุ่ง sustainability 100%
จากประสบการณ์ติดตามเทรนด์ tech ทั่วโลก ผมเห็นว่า People Mobility คืออนาคตครับ! ดูสิงคโปร์ที่ bike-sharing ลดรถส่วนตัวลง 15% หรือโตเกียวที่ hyperloop กำลังมา กรุงเทพฯ เรามีโอกาสโตแบบนี้ ถ้าทุกคนช่วยกันใช้ขนส่งสาธารณะ ลดคาร์บอน ลดรถติด คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝัน
คำแนะนำจากผม: ลองดาวน์โหลดแอปจักรยานสาธารณะหรือเช็ครถเมล์ real-time วันนี้เลยครับ! มาร่วมกันผลักดัน กทม. สู่เมืองน่าอยู่ที่สุดในเอเชียกันเถอะ ช่วยแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ที่รักกรุงเทพฯ ด้วยนะ 🏙️🚲
ที่มา – กทม. โชว์ผลงานแก้ปัญหาจราจรบนเวทีโลก ดันยุทธศาสตร์ People Mobility ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง
