Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในสมรภูมิรถไร้คนขับที่เท็กซัส
Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในสมรภูมิรถไร้คนขับที่เท็กซัส
วงการรถยนต์ไร้คนขับหรือ Robotaxi ในช่วงนี้กำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัสที่ใครๆ ต่างก็คาดหวังว่าจะได้เห็น Tesla เข้ามาปฏิวัติวงการอย่างยิ่งใหญ่ แต่ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่แฟนคลับหรือนักลงทุนตั้งเป้าไว้ เมื่อตัวเลขล่าสุดเผยให้เห็นว่า Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในสมรภูมิรถไร้คนขับที่เท็กซัส อย่างขาดลอย ทิ้งห่างทั้งจำนวนรถบนท้องถนนและความพร้อมในการให้บริการ
จากข้อมูลของหน่วยงานขนส่งรัฐเท็กซัส (Texas DMV) ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ามีรถ Robotaxi ของ Tesla จดทะเบียนอยู่เพียง 42 คันเท่านั้น ในขณะที่ฝั่งคู่แข่งอย่าง Waymo กลับมีจำนวนรถจดทะเบียนสูงถึง 577 คัน นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรของ Uber อย่าง Avride และ Nuro เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดอีกเกือบ 400 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในขณะที่ Tesla กำลังประสบปัญหาเรื่องการขยายฝูงบิน คู่แข่งรายอื่นๆ กลับเดินหน้าขยายอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลที่ Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในสมรภูมิรถไร้คนขับที่เท็กซัส
ความผิดหวังของเหล่านักลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคำสัญญาก่อนหน้านี้ของ Elon Musk ที่เคยเคลมว่าจะส่งรถ Robotaxi เข้าไปวิ่งในออสตินถึง 500 คันภายในสิ้นปี 2025 ก่อนจะถูกปรับลดเป้าหมายลงเหลือเพียง 60 คันในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องข้อกำหนดของรัฐเท็กซัสที่บังคับให้ผู้ให้บริการต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 (Level 4 SAE) ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกค่ายต้องพิสูจน์ตัวเอง
- Tesla มีจำนวนกองรถที่ลดลงในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม
- Waymo มีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและได้รับการยอมรับในมาตรฐานความปลอดภัย
- นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความก้าวหน้าด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla
แม้ว่าฝั่ง Waymo จะเคยเจออุปสรรคเรื่องการเรียกคืนรถจากปัญหาซอฟต์แวร์ในช่วงฝนตกหนัก แต่ในภาพรวมพวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและทดสอบจริงบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Musk ยังคงติดอยู่กับคำมั่นสัญญาเรื่องการปรับปรุงระบบ FSD (Full-Self Driving) ที่ดูเหมือนว่าจะต้องรอไปจนถึงปลายปีนี้หรือต้นปี 2027 กว่าจะมีการอัปเดตครั้งสำคัญ
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับ Tesla เพราะในวันที่ตลาดรถยนต์ไร้คนขับมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยคู่แข่งที่จริงจังกว่าเดิม การปรับเปลี่ยนโฟกัสจากรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลไปสู่ Robotaxi ที่ยังไม่นิ่งอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงมหาศาลสำหรับบริษัท หากยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงผลงานที่เป็นรูปธรรมมากกว่าคำสัญญา พวกเขาก็อาจจะเสียส่วนแบ่งตลาดในเท็กซัสไปอย่างยากที่จะกู้คืน
