Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในศึก Robotaxi ที่เท็กซัส

หลายคนอาจจะคาดหวังว่าเราจะได้เห็นการรุกคืบอย่างหนักของบริการแท็กซี่ไร้คนขับจาก Tesla ในรัฐเท็กซัส แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลยครับ เพราะเมื่อดูจากตัวเลขรถที่วิ่งอยู่บนท้องถนนจริงๆ แล้ว Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในศึก Robotaxi ที่เท็กซัส อย่างขาดลอย เมื่อเทียบกับกองทัพรถยนต์จากฝั่งคู่แข่งอย่าง Waymo และ Uber ที่มีจำนวนมากกว่ามหาศาล ซึ่งนี่อาจเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวดสำหรับนักลงทุนที่เคยเชื่อมั่นในคำสัญญาเกี่ยวกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่รายนี้

Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในศึก Robotaxi ที่เท็กซัส

ข้อมูลล่าสุดจากฐานข้อมูลของกรมการขนส่งรัฐเท็กซัสเผยให้เห็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าตกใจ โดย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Tesla มีรถ Robotaxi ที่ลงทะเบียนไว้เพียง 42 คันเท่านั้น ในขณะที่ Waymo กลับมีรถถึง 577 คัน และยังมี Avride กับ Nuro ที่จับมือกับ Uber เข้ามาเสริมทัพอีกกว่า 360 คัน ทำให้สถานการณ์ของ Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในศึก Robotaxi ที่เท็กซัส เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านสถิติเหล่านี้

ความท้าทายที่ Tesla ต้องเผชิญ

ไม่เพียงแค่เรื่องจำนวนรถเท่านั้น แต่ Tesla ยังต้องเจอกับอุปสรรคอีกหลายด้าน:

  • กฎหมายใหม่ของรัฐเท็กซัสที่บังคับให้ผู้ให้บริการต้องรับรองว่ารถของตนได้มาตรฐาน SAE ระดับ 4
  • การลดเป้าหมายจำนวนรถจากเดิมที่ Elon Musk เคยเคลมว่าจะให้มี 500 คัน เหลือเพียง 60 คัน
  • เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ถือหุ้นที่มองว่าตนไม่ได้รับข้อมูลที่โปร่งใสเกี่ยวกับระดับของระบบอัตโนมัติ

แม้ว่า Elon Musk จะพยายามโชว์ภาพความเคลื่อนไหวของ Cybercab ที่ออกจากโรงงาน Gigafactory Texas แต่ตัวเลขการเติบโตของฝูงรถกลับสวนทางกัน ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นอย่าง Waymo ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แม้จะมีประเด็นเรื่องการเรียกคืนรถบางรุ่นจากปัญหาเทคนิคอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าขยายบริการอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผม การดึงดันจะเปลี่ยนทิศทางบริษัทจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิมมาสู่การทุ่มให้ Robotaxi ทั้งที่ยังไม่พร้อม อาจเป็นความเสี่ยงที่น่ากลัว โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่าง Waymo มีรากฐานที่มั่นคงและจำนวนรถที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การที่ Waymo กำลังเอาชนะ Tesla ในศึก Robotaxi ที่เท็กซัส ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าความเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีไร้คนขับนั้นไม่ใช่เรื่องของคำพูด แต่คือการลงมือทำจริงให้เห็นผล หาก Tesla ยังไม่สามารถแก้ไขจุดบกพร่องของระบบ Full-Self Driving ได้ทันเวลา เราอาจได้เห็นช่องว่างความต่างที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะตามทันครับ

ที่มา – Waymo Is Fleetmogging Tesla in Texas

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *