‘Starfinder: Afterlight’ หรือความท้าทายครั้งใหม่ของ Paizo ในโลกเกมดิจิทัล
‘Starfinder: Afterlight’ หรือความท้าทายครั้งใหม่ของ Paizo ในโลกเกมดิจิทัล
บริษัทพัฒนาเกมบทบาทสมมติแบบดั้งเดิม Paizo กำลังก้าวเข้าสู่วงการเกมดิจิทัลอย่างจริงจังด้วยโปรเจกต์ Starfinder: Afterlight ซึ่งเป็นเกมดิจิทัลแรกจากจักรวาล Sci-Fi ชื่อดังนี้
รูปแบบการเล่นที่น่าประทับใจ
Afterlight ถูกพัฒนาโดย Epictellers Entertainment นำเสนอรูปแบบเกมที่ผสมผสานความลึกของ RPG เข้ากับการต่อสู้แบบต้นฉบับจาก Starfinder โดยเกมจะใช้ระบบต่อสู้แบบผลัดกันเล่น (turn-based) ที่เพิ่งเปิดตัวเวอร์ชันสองอย่างเป็นทางการ โดยผู้เล่นจะได้สร้างทีมเหล่าบรรพบุรุษนักอวกาศที่มีประวัติและบทบาทเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ขณะเดียวกันผู้เล่นยังสามารถเลือกคลาสตัวละครต่าง ๆ และกำหนดเส้นทางเรื่องราวผ่านการตัดสินใจที่ส่งผลต่อเนื้อหาหลายแนวทาง
บทบาทของนักพากย์ชั้นนำ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Starfinder: Afterlight คือการได้ Neil Newbon ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะผู้ให้เสียง Astarion ในเกม Baldur’s Gate 3 มารับหน้าที่กำกับทีมนักพากย์ ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวละครต่าง ๆ ให้มีชีวิตชีวา เรื่องนี้อาจช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับเกมใหม่ ๆ เพราะ Baldur’s Gate 3 ได้รับความสำเร็จอย่างมหาศาลที่นำไปสู่การเติบโตของแฟรนไชส์ Dungeons & Dragons ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา
กำหนดการระดมทุน Kickstarter
- แคมเปญ Kickstarter ของ Starfinder: Afterlight จะเริ่มในเร็ว ๆ นี้
- แฟน ๆ สามารถเตรียมตัวสนับสนุนได้ผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
- เป้าหมายสูงสุดคือการเพิ่มประสิทธิภาพและเนื้อหาในช่วงวางจำหน่ายแบบ Early Access บน PC ในปี 2026
ความสำเร็จของเกม RPG ดิจิทัลระดับแนวหน้า เช่น Mass Effect และ Baldur’s Gate 3 กลายเป็นโมเดลอย่างเหมาะสมที่ Starfinder: Afterlight สามารถก้าวตามรอยได้ โดยไม่เพียงแค่ขยายฐานแฟนคลับเท่านั้น แต่ยังทำให้เกมกลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้หลักให้กับแฟรนไชส์ RPG ของ Paizo
หากคุณเป็นสาวกเกม Sci-Fi หรือ RPG ห้ามพลาดการติดตาม! สำหรับผู้สนใจ อย่าลืมตรวจสอบกำหนดการของ IP ขนาดใหญ่อย่าง Star Wars และการอัปเดตใหม่ของ Star Trek เพื่อไม่พลาดเทรนด์อวกาศตื่นตาที่กำลังมาถึง
