SMEs ไทยยืนอยู่ตรงไหน? เมื่อรายเล็ก 3 ล้านราย กำลังแบกหนี้ แข่งทุนใหญ่ และรอทางรอดจากรัฐ
เชื่อว่าในวินาทีนี้ หลายคนคงเริ่มสังเกตเห็นว่าบรรยากาศการค้าขายรอบตัวเรานั้นมีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ที่เราเรียกกันว่า SMEs ซึ่งปัจจุบันต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ทั้งต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อที่แผ่วลง และการรุกคืบของทุนข้ามชาติที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปอย่างหนักหน่วง คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้คือ SMEs ไทยยืนอยู่ตรงไหน? เมื่อรายเล็ก 3 ล้านราย กำลังแบกหนี้ แข่งทุนใหญ่ และรอทางรอดจากรัฐ เพื่อหาคำตอบและแนวทางแก้ไขให้ธุรกิจเหล่านี้ยังพอมีลมหายใจต่อไปได้
SMEs ไทยยืนอยู่ตรงไหน? เมื่อรายเล็ก 3 ล้านราย กำลังแบกหนี้ แข่งทุนใหญ่ และรอทางรอดจากรัฐ
จากการพูดคุยกับ ดร. ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SMEs พบความจริงที่น่าตกใจว่า ผู้ประกอบการกลุ่มไมโครหรือธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปีนั้น มีจำนวนรวมกันกว่า 2.75 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ซึ่งคนกลุ่มนี้คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านโชห่วย หรือธุรกิจครอบครัวที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ
ทว่าปัญหาใหญ่ที่ SME ไทยต้องเผชิญ คือการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เนื่องจากขาดงบการเงินที่ชัดเจน ทำให้หลายรายจำใจต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยโหดร้ายถึง 20-30% ต่อเดือน ซึ่งเท่ากับเป็นการทำงานเพื่อจ่ายดอกเบี้ยไปวันๆ โดยไม่มีโอกาสเหลือเงินมาต่อยอดหรือพัฒนากิจการของตัวเองเลย
ข้อเสนอทางรอด: ปรับเกณฑ์สินเชื่อใหม่ให้ถึงใจคนตัวเล็ก
นอกจากปัญหาหนี้สินแล้ว สมาพันธ์ฯ ยังเน้นย้ำเรื่องการแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่ได้รับงบอุดหนุนจากต่างประเทศ ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้านราคามหาศาล สมาพันธ์ฯ จึงได้ยื่นข้อเสนอกับภาครัฐว่า ไม่ควรใช้วิธีการแบบหว่านแห แต่ต้องเน้นการช่วยเหลือที่ตรงจุด ได้แก่:
- ปลดล็อกสินเชื่อ: ยกระดับการประเมินสินเชื่อโดยไม่ดูแค่ตัวเลขในงบการเงิน แต่ให้มองที่ศักยภาพจริงของผู้ประกอบการผ่านเครือข่ายในท้องถิ่น
- ลดภาระชั่วคราว: รัฐควรเข้ามาช่วยบริหารจัดการภาระหนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินหมุนเวียนและมีเวลาหายใจ
- Upskill & Reskill: สนับสนุนความรู้ด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ร้านเล็กๆ สามารถปรับตัวสู้กับยุคสมัยได้
หากรัฐบาลสามารถผลักดันให้เกิดแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำในระดับ 5-7% ต่อปีได้จริง จะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพราะเมื่อร้านเล็กๆ มีสภาพคล่อง พวกเขาจะกล้าซื้อของ กล้าสต็อกสินค้า และกล้าจ้างงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในมุมมองของผม ตราบใดที่ร้านอาหารริมทางหรือร้านค้าหน้าปากซอยยังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เศรษฐกิจในภาพรวมย่อมฟื้นตัวได้ยาก การรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลครั้งนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าเราจะสามารถรักษา SMEs ไทย ให้รอดพ้นจากมรสุมนี้ไปได้หรือไม่ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเงินคือโครงสร้างโอกาสที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพคนตัวเล็ก ให้กลายเป็นฟันเฟืองที่แข็งแกร่งของประเทศอีกครั้ง
ที่มา – SMEs ไทยยืนอยู่ตรงไหน? เมื่อรายเล็ก 3 ล้านราย กำลังแบกหนี้ แข่งทุนใหญ่ และรอทางรอดจากรัฐ
