Microsoft เล็งใช้ DeepSeek ของจีนใน Copilot
ในโลกของเทคโนโลยีที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว Microsoft กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อบริษัทดูเหมือนจะเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการลดต้นทุน AI โดยมีข่าวลือว่า Microsoft เล็งใช้ DeepSeek ของจีนใน Copilot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นจากการใช้โมเดลราคาแพงในปัจจุบัน
เหตุผลที่ Microsoft เล็งใช้ DeepSeek ของจีนใน Copilot
ด้วยต้นทุนการประมวลผลที่สูงลิ่วจากการใช้งาน AI ผ่านหน่วยประมวลผลหรือ “token” จำนวนมหาศาล ทำให้ Microsoft จำเป็นต้องหาทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าเดิม การหันไปใช้ DeepSeek-V4 ซึ่งเป็นโมเดล Open-source ยอดนิยมจากประเทศจีน จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการนำมาปรับใช้กับ Microsoft 365 Copilot เพราะบริษัทต้องการอิสระที่ไม่ต้องยึดติดกับผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงเจ้าเดียวเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป
เปิดมุมมองเทคโนโลยี: ทำไม Microsoft เล็งใช้ DeepSeek ของจีนใน Copilot ถึงเป็นเรื่องใหญ่?
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดต้นทุนเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Satya Nadella ที่เคยกล่าวไว้ว่า ระบบนิเวศ AI ที่ถูกครอบงำโดยผู้เล่นเพียงไม่กี่รายนั้นอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม การนำโมเดลจากภายนอกที่ครอบคลุมและราคาถูกเข้ามาใช้ จึงเป็นการสร้างความหลากหลายในตลาด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในทางการเมืองได้ง่ายๆ เนื่องจาก:
- รัฐบาล Trump มีนโยบายคุมเข้มการใช้เทคโนโลยีจากจีนอย่างหนัก
- มีการตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลหากใช้โมเดลต่างชาติ
- ความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิ์ในโมเดลที่พัฒนาโดยบริษัทสหรัฐฯ
หาก Microsoft เดินหน้าแผนนี้จริง เราอาจได้เห็นความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องขบคิดว่า ความคุ้มค่าทางธุรกิจ จะคุ้มกับความเสี่ยงในเชิงรัฐศาสตร์หรือไม่
โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าโลกของ AI กำลังเข้าสู่ยุคที่ “ความคุ้มค่า” จะเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ แต่ในสมรภูมิที่เรื่องของความมั่นคงของชาติเข้ามาเกี่ยวพัน เกมนี้อาจจบไม่สวยอย่างที่คาดไว้ ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไร? การใช้ AI จากจีนจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในข้อมูลขององค์กรไทยหรือไม่? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ
ที่มา – Microsoft Mulls China’s DeepSeek for Copilot, Probably to Trump’s Chagrin
