KResearch มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปีนี้ เตือนแม้สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุดีลพักรบ ราคาพลังงานยังทรงตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่งปลายปี
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลายคนคงกำลังจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดว่าทิศทางของบ้านเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ล่าสุดทาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หรือ KResearch ได้ออกมาอัปเดตมุมมองที่น่าสนใจโดยระบุว่า KResearch มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปีนี้ เตือนแม้สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุดีลพักรบ ราคาพลังงานยังทรงตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่งปลายปี ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่พวกเราในฐานะผู้บริโภคและนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือให้ดีครับ
แม้ว่าจะมีข่าวดีเรื่องการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก KResearch ยังคงมองว่า GDP ไทยจะโตอยู่ที่ระดับ 2.0% ตามประมาณการเดิม สิ่งที่ต้องระวังคือราคาพลังงานที่แม้สงครามจะซาลง แต่มันยังไม่ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3-4 อาจพุ่งไปแตะระดับ 5% ได้เลยทีเดียวครับ
KResearch มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปีนี้ เตือนแม้สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุดีลพักรบ ราคาพลังงานยังทรงตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่งปลายปี
จากข้อมูลของ คุณณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ KResearch ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า KResearch มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปีนี้ เตือนแม้สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุดีลพักรบ ราคาพลังงานยังทรงตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่งปลายปี โดยทิ้งท้ายไว้ว่าดีลสันติภาพต่างๆ ในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการครอบครองยูเรเนียมและมาตรการคว่ำบาตรที่ยังคงตกค้างอยู่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร?
ทางด้าน คุณเกวลิน หวังพิชญสุข ได้ให้มุมมองในฝั่งภาคธุรกิจว่า การฟื้นตัวจะยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าเราจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่ดัชนีภาคการผลิตมักจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งจากวัตถุดิบปิโตรเคมีและค่าพลังงาน นอกจากนี้ ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้เงินบาทอาจไปปิดที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ครับ
สำหรับภาคการท่องเที่ยว แม้เราหวังว่านักท่องเที่ยวจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านคนในปีนี้ ก็ยังถือว่าต่ำกว่าช่วงก่อนหน้าอยู่พอสมควร สิ่งที่น่าติดตามคือในครึ่งปีหลัง ภาคธุรกิจควรเน้นการบริหารจัดการสภาพคล่องและระมัดระวังเรื่องหนี้เสีย (NPL) ให้ดี เพราะดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 1.0% ตลอดทั้งปี จะทำให้ต้นทุนทางการเงินยังเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับผู้ประกอบการ
มุมมองทิ้งท้ายสำหรับพวกเรา: ท่ามกลางความไม่แน่นอนแบบนี้ การกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังคือหัวใจสำคัญครับ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีสัญญาณการฟื้นตัว แต่การไม่ประมาทกับสถานการณ์ราคาพลังงานและเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่เราต้องติดตามข่าวสารรายสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรการภาษีสหรัฐฯ หรือดีลระหว่างประเทศที่มีผลต่อราคาพลังงานโลก หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนนะครับ
