Ipsos เผยคนไทยเข้าสู่ภาวะ ‘เฝ้าระวัง’ กลุ่มรายได้สูงกลับรัดเข็มขัดหนักกว่ากลุ่มรายได้น้อย ขณะที่ 71% มองเศรษฐกิจแย่
เชื่อว่าหลายคนในช่วงนี้คงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น หรือข่าวคราวทางเศรษฐกิจที่ดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก ล่าสุดผลวิจัยจาก Ipsos ได้ตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนว่าบ้านเรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ต้องคิดหนัก โดยเฉพาะรายงานเรื่อง Ipsos เผยคนไทยเข้าสู่ภาวะ ‘เฝ้าระวัง’ กลุ่มรายได้สูงกลับรัดเข็มขัดหนักกว่ากลุ่มรายได้น้อย ขณะที่ 71% มองเศรษฐกิจแย่ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างมากในรอบเดือนที่ผ่านมา
เจาะลึกสถานการณ์ Ipsos เผยคนไทยเข้าสู่ภาวะ ‘เฝ้าระวัง’ กลุ่มรายได้สูงกลับรัดเข็มขัดหนักกว่ากลุ่มรายได้น้อย ขณะที่ 71% มองเศรษฐกิจแย่
จากข้อมูลของ Ipsos พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยลดลงฮวบฮาบจนเกือบเท่ากับช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ กลุ่มคนรายได้สูงที่ปกติมักจะเป็นกำลังซื้อหลักของตลาด กลับกลายเป็นกลุ่มที่แสดงอาการ ‘รัดเข็มขัด’ หนักที่สุดในเวลานี้ โดยมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเรื่องของชิ้นใหญ่และของใช้ในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้สะท้อนว่าความไม่มั่นใจในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มรายได้น้อย แต่กำลังลามไปทั่วทุกระดับชั้นสังคมแล้ว
ความกังวลใจของคนไทยในยุคปัจจุบัน
นอกเหนือจากเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจแล้ว ความเชื่อมั่นในมิติอื่นๆ ก็ดูจะสั่นคลอนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชันทางการเมืองที่ขึ้นแท่นเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง ตามมาติดๆ ด้วยปัญหาความไม่เท่าเทียมทางสังคม และปัญหาเงินเฟ้อที่กลับมาหลอกหลอนผู้บริโภคอีกครั้ง ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนและเน้นเก็บออมเพื่อรองรับความเสี่ยงในวันข้างหน้า แทนที่จะนำเงินออกมาหมุนเวียนในระบบเหมือนช่วงที่ผ่านมา
ปรับตัวอย่างไรท่ามกลางความกังวล?
แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป สำหรับหลายคน รถยนต์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังมาแรงเพราะช่วยเรื่องประหยัดพลังงานได้จริง ยิ่งเราเห็นข่าว Ipsos เผยคนไทยเข้าสู่ภาวะ ‘เฝ้าระวัง’ กลุ่มรายได้สูงกลับรัดเข็มขัดหนักกว่ากลุ่มรายได้น้อย ขณะที่ 71% มองเศรษฐกิจแย่ เรายิ่งต้องวางแผนการเงินให้รัดกุมมากขึ้น การเลือกลงทุนในสิ่งที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพระยะยาวจึงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุดในยุคที่ความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมมองว่านี่คือสัญญาณเตือนให้แบรนด์ทั้งหลายต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ การจะขายของโดยชูแค่ความหรูหราอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป แบรนด์จำเป็นต้องนำเสนอ ‘คุณค่าที่จับต้องได้’ และความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค หากมองในแง่ดี วิกฤตนี้คือโอกาสในการคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกไป และเหลือไว้เพียงแบรนด์ที่เข้าใจหัวอกลูกค้าและพร้อมจะเติบโตไปกับพวกเขาในระยะยาวครับ สรุปเลยว่าช่วงนี้ใครมีเงินเย็นให้เก็บไว้ก่อน และวางแผนการใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็นจริงๆ จะปลอดภัยที่สุดครับ
