ICE วางแผนติดตามผู้อพยพกว่า 180,000 คนด้วยเครื่องติดตามข้อเท้า
หากคุณติดตามข่าวด้านการเมืองและเทคโนโลยีอยู่บ้าง คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับการใช้ เครื่องติดตามข้อเท้า ของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) เพื่อควบคุมผู้อพยพที่รอพิจารณาคดี ในปัจจุบันมีผู้อพยพประมาณ 24,000 คนที่ถูกติดอุปกรณ์ประเภทนี้ แต่ล่าสุดรายงานจาก Washington Post เปิดเผยว่า ICE มีแผนจะขยายการใช้งานไปยังผู้อพยพกว่า 183,000 คน ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ICE วางแผนติดตามผู้อพยพกว่า 180,000 คนด้วยเครื่องติดตามข้อเท้า
แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Alternatives to Detention หรือ “ทางเลือกอื่นนอกจากการกักตัว” ที่อนุญาตให้ผู้อพยพอยู่ในชุมชนแทนการถูกคุมขัง แต่ยังคงต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่เป็นประจำ ปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมโปรแกรมจำนวนมากใช้ แอป SmartLINK ซึ่งตรวจสอบตำแหน่งผ่านกล้องหน้าสมาร์ทโฟนและระบบจดจำใบหน้า แต่แม้จะทันสมัย แต่ ICE ดูเหมือนจะพึงพอใจกับการใช้เครื่องติดตามข้อเท้ามากกว่า
ผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต
การใช้เครื่องติดตามข้อเท้าอาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการถูกขัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันยังคงเป็นภาระที่หนักหน่วง โดยเฉพาะกับผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่รายงานระบุว่าจะถูกบังคับให้ใส่อุปกรณ์ติดตามข้อมือแทน อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้มีข้อเสียหลายประการ เช่น
- ก่อให้เกิดแผลถลอก ผื่นแดง หรือแม้แต่รอยฟกช้ำ
- แบตเตอรี่ใช้งานสั้น ทำให้ต้องชาร์จบ่อยครั้ง
- อาจถูกตีความว่า “ละเมิดเงื่อนไข” หากเครื่องล่มหรือไม่เชื่อมต่อ
ซึ่งส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้โดยตรง
บริษัทเอกชนที่อยู่เบื้องหลังและผลประโยชน์ทางการเมือง
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและดำเนินการโปรแกรมนี้คือ BI Inc. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GEO Group ที่เริ่มต้นจากการผลิตอุปกรณ์ติดตามวัวในปี 1978 ปัจจุบันพวกเขาเบนเข็มมาสู่ธุรกิจการติดตามมนุษย์ และได้กำไรก้อนโตตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ราคาหุ้นของ GEO Group พุ่งจาก 14.18 ดอลลาร์ ก่อนการเลือกตั้ง 2024 เป็น 26.48 ดอลลาร์ ทันทีหลังทรัมป์ชนะ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงทางการเงินยังลึกซึ้งกว่านั้น GEO Group บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ ให้แคมเปญหาเสียงของทรัมป์ และอีก 500,000 ดอลลาร์ ให้คณะกรรมการพิธีเข้ารับตำแหน่งของเขา
ดังนั้น เมื่อทางบริษัทประกาศว่า “สามารถขยายระบบเพื่อติดตามคนหลายล้านคนได้” ก็ไม่น่าแปลกใจที่แผนขยาย ICE วางแผนติดตามผู้อพยพกว่า 180,000 คนด้วยเครื่องติดตามข้อเท้า ถูกผลักดันอย่างจริงจัง
แม้ ICE อาจต้องร่วมมือกับผู้ผลิกรายอื่น เนื่องจากปริมาณอุปกรณ์ที่ต้องการเกินกว่าที่ GEO Group จะผลิตได้ทันที แต่ภาพรวมชัดเจนว่าอุตสาหกรรมควบคุมผู้อพยพผ่านเทคโนโลยีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจ
ข้อเท้าที่ถูกกักไว้อาจไม่มีห่วงโซ่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือสัญลักษณ์แห่งการเฝ้าระวังที่ล้ำลึกกว่าที่หลายคนคิด หากคุณเห็นว่าเทคโนโลยีไม่ควรถูกใช้เพื่อแสวงหาผลกำไรจากระบบการย้ายถิ่น — ขอให้คุณตั้งคำถามกับเส้นเชื่อมระหว่างการเมือง เอกชน และเสรีภาพของมนุษย์