For All Mankind ซีซั่น 5 วางรากฐานอนาคตซีรีส์สวยงาม
For All Mankind ซีซั่น 5 เริ่มฉายสัปดาห์นี้แล้ว และมันดีกว่าซีรีส์ส่วนใหญ่บนทีวีหรือสตรีมมิงเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดได้อยู่แล้ว ซีรีส์ดราม่าเรียลลิตี้ทางเลือกจาก Apple TV+ เรื่องนี้一直是หนึ่งในรายการที่น่าตื่นเต้น น่าหลงใหล และสะเทือนอารมณ์ที่สุด มีสไตล์และฟีลเหมือนหนังบล็อกบัสเตอร์จากฮอลลีวูด แถมยังเป็นซีรีส์อันดับหนึ่งที่อยากแนะนำให้เพื่อนที่อาจไม่เคยได้ยิน แต่รับรองว่าติดงอมแงมถ้าได้ดู
For All Mankind ซีซั่น 5 วางรากฐานอนาคตซีรีส์สวยงาม
ความยอดเยี่ยมทั้งหมดนี้ยังคงดำเนินต่อไปใน For All Mankind ซีซั่น 5 ที่พาเรื่องราวไม่ใช่แค่ลึกเข้าไปในชีวิตบนดาวอังคาร แต่ยังก้าวไกลออกไปอีก ปัญหาคือ เมื่อเรื่องราวขยายตัวและเวลาผ่านไปในจักรวาลของมัน สิ่งที่ทำให้ซีรีส์น่าทึ่งในซีซั่นแรกๆ เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันยังคงสุดยอด และแฟนๆ For All Mankind จะหลงรักแน่นอน แต่ซีซั่น 5 นี้เน้นการพาเรื่องไปในทิศทางใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัว
Apple TV+ ส่ง 8 ใน 10 ตอนมาให้รีวิว ไม่ต้องห่วง จะไม่สปอยล์อะไรใหญ่โต แค่มองภาพรวมและพล็อตคร่าวๆ ที่ตัวอย่างเผยไปแล้ว ถ้าอยากดูแบบสดใส ก็รู้ไว้เลยว่า For All Mankind ยังคงเจ๋งสุดๆ
ชีวิตบนดาวอังคารในยุค 2010s
ซีซั่น 4 จบด้วยชาวดาวอังคารประกาศยึดครองดาวแดงท้าทายโลก ซีซั่น 5 ต่อด้วยชีวิตที่รุ่งเรืองบนดาวอังคารหลายปีต่อมา เป็นยุค 2010s ทุกคนแก่ขึ้น ฉลาดขึ้น ดื้อรั้นขึ้น Ed Baldwin (Joel Kinnaman) หนึ่งในนักแสดงหลักเพียง 3 คนจากซีซั่นแรก ตอนนี้ย่างเข้า 80 แล้ว หลานชาย Alex (Sean Kaufman) กำลังจะจบมัธยมดาวอังคารกับเพื่อนๆ
Ed ยังคงบทบาทสำคัญ แต่ค่อยๆ ส่งต่อให้ Alex, ลูกสาว Kelly (Cynthy Wu) และผู้นำดาวอังคาร Miles (Toby Kebbell) ลูกสาว Lily (Ruby Cruz) ของ Miles ก็เป็นเพื่อน Alex และมีบทเด่นไม่แพ้กัน
แกนหลักของ For All Mankind ซีซั่น 5 วางรากฐานอนาคตซีรีส์สวยงาม คือการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวดาวอังคาร ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ Edi Gathegi จาก Superman รับบท Dev Ayesa CEO มหาเศรษฐี ส่วนบนโลก Margo Madison (Wrenn Schmidt) อัจฉริยะ NASA ที่หักหลัง กับศิษย์ Aleida Rosales (Coral Peña) ยังมีบทสำคัญ แม้จะพยายามเลี่ยงสปอยล์ แต่ตัวโปรดทั้งหลายกลับมาแน่นอน พร้อมหน้าใหม่ๆ เช่น Mireille Enos ในบทเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลึกลับเย็นชา
จุดเด่นและจุดที่เปลี่ยนไป
ความขัดแย้งบนดาวอังคารและผลกระทบต่อโลกน่าติดตามและสมจริงน่ากลัว มี subplot เกี่ยวกับ AI แย่งงาน ตำรวจเผด็จการ และอื่นๆ แต่เพราะโฟกัสหลักอยู่ดาวอังคาร เรื่องเลยรู้สึกแคบลงกว่าปกติ จุดแข็งของ For All Mankind คือการเห็นผลกระทบจากเหตุการณ์รัสเซียขึ้นดวงจันทร์ก่อนสหรัฐ ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์แบบเห็นชัดตอนอยู่โลก
บนดาวอังคาร การเปลี่ยนแปลงใหญ่คืออยู่ดาวอังคารเอง ชีวิตประจำวันปกติ มีงาน ผับ ความรัก แต่ในทางเดินเหล็กแคบๆ เลยทำให้เวทมนตร์ของ butterfly effect ลดลง
นี่ยังเป็นซีซั่นเปลี่ยนผ่าน ตัวละครใหม่ยังไม่น่าหลงใหลเท่ารุ่นแรก Ed, Margo, Aleida, Kelly ล้วนแก่ตัว เรื่องเน้นรุ่นที่ 2-3 ต้องใช้เวลาสร้างความผูกพัน
แต่ยังคงเป็น For All Mankind พอเข้าตอน 4-5 จุดอ่อนกลายเป็นจุดแข็ง เรารู้สึกถึงแรงกดดันบนดาวร้าง ผูกพันตัวละคร สนับสนุนบาดแผลพวกเขา แถมซีซั่นนี้ยังพาไปไกลกว่าดาวอังคาร ยกระดับเดิมพัน ทำให้โมเมนต์ลุ้นสุดขีดกลับมาเพียบ
และนี่ยังไม่รวม 2 ตอนสุดท้ายที่มักดีที่สุดในซีซั่นก่อน คลิฟแฮงเกอร์ตอน 8 สุดยอดมาก คาดว่าตอนจบจะไม่ผิดหวัง
สรุป For All Mankind ซีซั่น 5 วางรากฐานอนาคตซีรีส์สวยงาม อาจน้อยกว่าเดิมนิดและใช้เวลาปรับตัว แต่ท้ายฤดูกาลกลับมาสุดยอด พร้อมเซ็ตอัพตัวละครและพล็อตใหม่ๆ สำหรับอนาคต โชคดีที่ Apple TV+ ทำแบบนี้เพื่ออนาคตยาวๆ
For All Mankind ซีซั่น 5 ฉายวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม บน Apple TV+ ตอนใหม่ทุกศุกร์จนจบ 29 พฤษภาคม เราจะตามติด!
นี่คือโอกาสทองสำหรับแฟนไซไฟ รีบสมัคร Apple TV+ มาดู For All Mankind ซีซั่น 5 แล้วสัมผัสอนาคตที่สวยงามนี้ด้วยตัวเอง รับรองไม่ผิดหวัง!
- ติดตามข่าว Marvel ล่าสุด
- Star Wars เรื่องใหม่
- Star Trek ปล่อยเมื่อไหร่
- DC Universe บนจอเงินและทีวี
- Doctor Who อนาคตอย่างไร
ที่มา – ‘For All Mankind’ Season 5 Beautifully Sets the Series Up for the Future