Climate.gov ถูกปิดกู้คืนแล้วโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วได้ เมื่อเว็บไซต์ Climate.gov ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศที่สำคัญของ NOAA ถูกสั่งปิดตัวลงภายใต้นโยบายของรัฐบาลทรัมป์ การปิดตัวในครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นความพยายามจงใจที่จะกลบฝังข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับรัฐบาล รวมถึงการปรับลดพนักงานและผู้เชี่ยวชาญกว่า 20% ออกจากองค์กร ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของแวดวงวิชาการ

Climate.gov ถูกปิดกู้คืนแล้วโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ เมื่อทีมอาสาสมัครนักวิทยาศาสตร์และอดีตพนักงาน NOAA ประมาณ 80 ชีวิต ได้รวมตัวกันสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ในชื่อ Climate.us เพื่อกู้คืนฐานข้อมูลที่หายไปกลับมาให้ประชาชนได้ใช้งานอีกครั้ง โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนกว่า 321,000 ดอลลาร์สหรัฐจากการระดมทุนผ่านมวลชน (Crowdsourcing) ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีความเป็นอิสระและไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลที่อาจถูกแทรกแซงทางการเมืองได้

การกลับมาของ Climate.us ในฐานะแหล่งข้อมูลความรู้

การกลับมาในครั้งนี้ของ Climate.us ไม่ใช่แค่การเปิดเว็บใหม่ แต่เป็นการรวบรวมเนื้อหาสำคัญกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ดแสดงข้อมูลน้ำแข็งขั้วโลก ก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงบทความวิเคราะห์ปรากฏการณ์เอลนีโญและสื่อการสอนสำหรับเยาวชน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันให้สังคมเกิดความเข้าใจในเรื่องภูมิอากาศอย่างถูกต้อง

Rebecca Lindsey อดีตผู้จัดการของ Climate.gov ซึ่งปัจจุบันมาดูแล Climate.us กล่าวว่า “ข้อมูลภูมิอากาศที่เชื่อถือได้ไม่ควรหายไปเพียงเพราะการเมืองเปลี่ยนขั้ว” นี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นความหวังของนักวิทยาศาสตร์และผู้ที่สนใจข้อมูลสภาพแวดล้อมทั่วโลก

  • การกู้คืนประวัติศาสตร์ข้อมูลภูมิอากาศย้อนหลัง 15 ปี
  • การเปิดใช้งานแดชบอร์ดข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์
  • การให้ความรู้แก่สาธารณชนเพื่อให้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง

แม้ว่า Gretchen Gehrke นักธรณีเคมีจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลใหม่ ๆ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้าที่อาจส่งผลให้การเก็บข้อมูลบางส่วนขาดหายไป แต่ Climate.gov ถูกปิดกู้คืนแล้วโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ผ่านหน้าเว็บไซต์ใหม่นี้ ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์

ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์อย่าง Katharine Hayhoe การมีแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายและโปร่งใสคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้คนหันมาลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนมากขึ้น เราในฐานะประชาชนควรร่วมกันสนับสนุนแหล่งข้อมูลอิสระเหล่านี้เพื่อให้ความจริงเรื่องโลกร้อนถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน

ที่มา – Trump Killed Climate.gov Last Summer. Scientists Just Brought It Back

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *