CEO Circle ชี้แจงไม่แช่แข็งสเตเบิลคอยน์ช่วงขโมยคริปโต

สวัสดีครับชาวคริปโตทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในวงการกันดีกว่า นั่นคือ CEO Circle ชี้แจงไม่แช่แข็งสเตเบิลคอยน์ช่วงขโมยคริปโต ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงหนักมาก โดยเฉพาะหลังจากที่มีการแฮกหลายครั้งที่ทำให้สูญเงินไปกว่า 420 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2022

CEO Circle ชี้แจงไม่แช่แข็งสเตเบิลคอยน์ช่วงขโมยคริปโต

Jeremy Allaire CEO ของ Circle ได้ออกมาชี้แจงในงานแถลงข่าวที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ตามรายงานของ CoinDesk เขาย้ำชัดว่าบริษัทจะไม่แช่แข็ง USDC สเตเบิลคอยน์ของตัวเอง เว้นแต่จะมีคำสั่งจากศาลหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แม้ว่าจะมีเครื่องมือทางเทคนิคที่ทำได้ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ZachXBT นักสืบ блокчейнชื่อดัง ได้โพสต์วิจารณ์ Circle บน X (เดิมคือ Twitter) ว่าบริษัทไม่ช่วยเหลือเหยื่อทันทีหลังเกิดการแฮกหลายเคส เช่น Drift Protocol, Cetus และอื่นๆ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 420 ล้านดอลลาร์ ZachXBT เรียกว่านี่คือ “ความล้มเหลวด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย” โดยเฉพาะ 15 เคสตั้งแต่ 2022

เหตุผลที่ Circle ยืนยันนโยบายนี้

Allaire เน้นย้ำว่า Circle เคารพหลักนิติธรรม และไม่ต้องการเป็น “ตัวกลางธุรกรรม” โดยไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย แม้สัญญาอัจฉริยะของ USDC บนบล็อกเชนต่างๆ จะมีฟังก์ชัน blacklist ที่อยู่หรือแช่แข็งยอดเงินได้ แต่บริษัทเลือกไม่ใช้เว้นแต่จำเป็น

ล่าสุด เคสแฮก Drift Protocol ที่ต้นเดือนนี้ แฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองเกาหลีเหนือ (จากการสืบสวน 6 เดือน) ขโมยไป 285 ล้านดอลลาร์ใน 12 นาที แล้วบริดจ์ USDC กว่า 232 ล้านจาก Solana ไป Ethereum ผ่านโปรโตคอลของ Circle เอง แต่ Circle ไม่แช่แข็งเพราะไม่มีคำสั่งศาล

เปรียบเทียบกับ Tether คู่แข่งตัวฉกาจ

ในทางตรงกันข้าม Tether (USDT) ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ใหญ่สุด เค้ามีนโยบายแช่แข็งที่積極มากกว่า เช่น ล่าสุดแช่แข็ง 182 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับ PdVSA ของเวเนซุเอลาเพื่อเลี่ยง санкции และรวมแล้วแช่แข็งเงินผิดกฎหมายกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เริ่ม รวมทั้งช่วยทางการตุรกีแช่ 500 ล้านดอลลาร์ในคดีพนันผิดกฎหมาย

Laura Shin นักข่าวคริปโต โพสต์บน X ว่า “น่าขันมาก Circle ขึ้นทะเบียนใน 50 รัฐสหรัฐฯ อยู่ใต้การกำกับ FinCEN แต่ Tether อยู่ในเอลซัลวาดอร์แทบไม่มี监管”

  • Circle: รอคำสั่งศาลเท่านั้น
  • Tether: แช่แข็งเชิงรุกตามคำร้องขอ

ทนายคริปโต Gabriel Shapiro บอกว่าถ้าเป็นทนายของ Circle ก็จะแนะนำแบบนี้แหละ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากฎหมายและความรับผิด

Omid Malekan อาจารย์ Columbia Business School ยืนยันว่า ถ้าสเตเบิลคอยน์แช่แข็งสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เท่ากับ “code ไม่ใช่ law และ law ก็ไม่ใช่ law แต่เป็นการตัดสินใจของ CEO คนเดียว”

แนวโน้มอนาคตของสเตเบิลคอยน์และ DeFi

การมีฟังก์ชันแช่แข็งนี้เองที่ทำให้สเตเบิลคอยน์ถูกมองว่า centralized มากขึ้น Circle และ Tether ถึงขั้นมีบล็อกเชนของตัวเองแล้ว NYSE ก็ทดลอง tokenized stocks บนบล็อกเชน

ล่าสุดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกกฎ GENIUS Act กำหนดให้ issuer สเตเบิลคอยน์ต้องมีโปรแกรม AML และ sanctions ที่เข้มงวดขึ้น บาง regulator เสนอ whitelisting ที่อยู่ด้วย ทำให้ DeFi อาจไม่ decentralized จริง

แม้ cypherpunk จะฝันถึงเงินที่ censor ไม่ได้ตาม Bitcoin whitepaper แต่บริษัทคริปโตหลายแห่งกลายเป็น fintech ที่ regulated ไปแล้ว Sony, Meta ก็จะออกสเตเบิลคอยน์ แต่คงแบกภาระ compliance เหมือนธนาคาร

อย่างไรก็ตาม self-custody ก็มีปัญหาเอง เช่น นักดนตรีดังสูญเงินทั้งชีวิตจาก wallet ปลอมใน App Store

สรุปแล้ว CEO Circle ชี้แจงไม่แช่แข็งสเตเบิลคอยน์ช่วงขโมยคริปโต เพื่อยึดหลักกฎหมาย แต่ก็นำไปสู่คำถามใหญ่เรื่อง decentralization ของคริปโต คุณคิดว่าควรแช่แข็งทันทีไหม? หรือรอศาลดีกว่า? คอมเมนต์บอกความเห็นกันด้านล่างนะครับ!

ที่มา – Circle CEO Addresses Lack of Stablecoin Freezes During Crypto Thefts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *