Blue Origin ของ Jeff Bezos อยู่ได้ด้วยการประจบ Trump
ในโลกของธุรกิจระดับพันล้าน ความสัมพันธ์ทางการเมืองมักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่สำหรับกรณีของ เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon ดูเหมือนว่ากลยุทธ์ของเขาจะค่อนข้างชัดเจนและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ หลายคนตั้งคำถามว่าศักดิ์ศรีของมหาเศรษฐีนั้นมีค่าเท่าไหร่กันแน่ เพราะรายงานล่าสุดระบุว่า Blue Origin ของ Jeff Bezos อยู่ได้ด้วยการประจบ Trump อย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่เริ่มต้นวาระที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
กลยุทธ์การทูตเชิงประจบของ Blue Origin ของ Jeff Bezos อยู่ได้ด้วยการประจบ Trump
การวิเคราะห์จาก Wall Street Journal ชี้ให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้น สองด้านหลักคือตัวเลขเม็ดเงินมหาศาลจากสัญญารัฐบาลที่บริษัทของเบโซส์ได้รับ กับวิธีการที่เขาสร้างความประทับใจให้กับทรัมป์จนกลายเป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะบริษัทด้านอวกาศอย่าง Blue Origin ที่กำลังเร่งเครื่องทำผลงานแข่งกับ SpaceX ของอีลอน มัสก์
ทำไม Blue Origin ของ Jeff Bezos อยู่ได้ด้วยการประจบ Trump?
หากดูจากตัวเลขแล้ว จะพบว่าความสัมพันธ์นี้ส่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างมาก:
- สัญญาจากรัฐบาล: นับตั้งแต่ปี 2025 Blue Origin กวาดสัญญารัฐบาลไปแล้วถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงเกือบเท่ากับสี่ปีในยุคของไบเดนรวมกัน
- การสนับสนุนจาก Space Force: รับเงินไป 78 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายขีดความสามารถของยานอวกาศ
- โครงการ Artemis: รับเงิน 188 ล้านดอลลาร์จาก NASA เพื่อภารกิจขนส่งสัมภาระไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์
- โอกาสใหม่ๆ: ทรัมป์อนุมัติให้บริษัทร่วมประมูลโครงการ “Golden Dome” ซึ่งเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธของกระทรวงกลาโหม
เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ Blue Origin ของ Jeff Bezos อยู่ได้ด้วยการประจบ Trump นั้นมีที่มาจากการทุ่มเงินมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค 1 ล้านดอลลาร์ให้กองทุนจัดตั้งรัฐบาลของทรัมป์ หรือการควักกระเป๋า 40 ล้านดอลลาร์ซื้อลิขสิทธิ์สารคดี เมลาเนีย ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการทำกำไรทางอ้อมให้กับครอบครัวทรัมป์อย่างเห็นได้ชัด
นอกเหนือจากเรื่องเงิน การกระทำส่วนตัวของเบโซส์ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานอีลอน มัสก์ ในงานสังคมที่เบโซส์พยายามแสดงความชื่นชมทรัมป์อย่างออกนอกหน้า หรือการส่งข้อความหากันบ่อยครั้งจนดูเหมือนเป็นการ “ก้มหัว” เข้าหาผู้มีอำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยตรง
ในมุมมองของผม แม้ว่ากลยุทธ์นี้จะนำมาซึ่งความสำเร็จในแง่ของสัญญารัฐบาลมหาศาล แต่ก็น่าตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อผลงานด้านเทคโนโลยีอย่างจรวดเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง การพึ่งพาเพียงความสัมพันธ์ทางการเมืองอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของนวัตกรรมอวกาศที่แท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว คุณภาพของผลิตภัณฑ์ย่อมสำคัญกว่าการเมืองครับ
