ผู้เขียน: lalika69_admin

ดนุชาเผยสภาพัฒน์ ยังไม่เคยศึกษาแลนด์บริดจ์ แค่ค้านคลองไทยเหตุไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แนะสร้างท่าเรือส่งออกสินค้าฝั่งตะวันตก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเศรษฐกิจไทยที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ ดนุชาเผยสภาพัฒน์ ยังไม่เคยศึกษาแลนด์บริดจ์ แค่ค้านคลองไทยเหตุไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แนะสร้างท่าเรือส่งออกสินค้าฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นข่าวร้อนจาก ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการค้าของไทยมานาน จะมาเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ลึกๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ครับ

ดนุชาเผยสภาพัฒน์ ยังไม่เคยศึกษาแลนด์บริดจ์ แค่ค้านคลองไทยเหตุไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แนะสร้างท่าเรือส่งออกสินค้าฝั่งตะวันตก

หลายคนอาจงงๆ ว่าสภาพัฒน์เคยศึกษาแลนด์บริดจ์จริงเหรอ? ดนุชาเคลียร์ชัดเลยครับว่า สศช. ยังไม่เคยศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์ แบบจริงจังมาก่อน สิ่งที่เคยทำสมัย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือการศึกษาคลองไทยตามคำสั่งนายกฯ และสมาคมคลองไทยเท่านั้น ผลการศึกษาพบว่า คลองไทยไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจสุดๆ เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นๆ อย่าง Southern Economic Corridor หรือแม้แต่แลนด์บริดจ์เอง

ทำไมคลองไทยถึงแพ้? เพราะผลประโยชน์ต่ำมาก รองลงมาคือแลนด์บริดจ์ที่ลงทุนสูงลิ่ว ถ้าแค่สร้างสะพานเชื่อมทางบกอย่างเดียว ไม่พัฒนาอุตสาหกรรมเพิ่ม จะไม่คุ้ม แต่ถ้าทำ Southern Economic Corridor ที่มีพื้นที่อุตสาหกรรมเบา เกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรมในภาคใต้ จะได้ประโยชน์มากกว่า ดนุชาย้ำชัดว่า โครงการที่ไม่คุ้มคือคลองไทยแน่นอน!

แลนด์บริดจ์: ต้องดูรายละเอียดก่อนตัดสิน

ตอนนี้รัฐบาลเดินหน้าทำแลนด์บริดจ์ สภาพัฒน์มองยังไง? ดนุชาบอกต้องรอศึกษารูปแบบโครงการ การลงทุน และผลประโยชน์จริงๆ ส่งสินค้าเฉยๆ ไม่พอ ต้องมีอุตสาหกรรม พื้นที่พัฒนาเพิ่มด้วย แต่ที่สำคัญกว่านั้น ไทยยังขาดท่าเรือฝั่งตะวันตกสำหรับส่งออกจริงจัง! ไม่ใช่เรือเล็กๆ หรือต้องไปถ่ายสินค้าที่มาเลเซีย

ดนุชาเสนอไอเดียเจ๋งๆ ว่า เริ่มจากสร้างท่าเรือที่ระนองก่อน แล้วค่อยขยาย เชื่อมกับอุตสาหกรรมในประเทศ ส่งสินค้าไปอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป จากแหลมฉบังมาออกฝั่งตะวันตกได้เลย ประโยชน์มหาศาล! หน่วยงานหลักคือกระทรวงคมนาคมที่ศึกษามานาน ต้องรอผลสรุปครับ

  • ข้อดีท่าเรือฝั่งตะวันตก: ลดการขนส่งยาว ลดต้นทุน ส่งออกตรงไปตลาดใหม่
  • เปรียบเทียบโครงการ: คลองไทย < แลนด์บริดจ์ < Southern Economic Corridor
  • สิ่งที่ต้องมี: อุตสาหกรรมสนับสนุน + การลงทุนที่คุ้มค่า

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: โอกาสทองของไทยในยุคดิจิทัล

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานมา 10 ปี โครงการแบบนี้ต้องคิด holistic ครับ ไม่ใช่แค่ทางบกหรือทะเล แต่รวมเทคโนโลยีด้วย เช่น Smart Port ใช้ AI จัดการสินค้า Drone ส่งของ หรือ Blockchain ติดตามห่วงโซ่อุปทาน จะทำให้ไทยเป็นฮับการค้าอันดับต้นๆ ในอาเซียนได้เลย โดยเฉพาะตลาดตะวันตกที่กำลังโตจาก EV และสินค้าเกษตรแปรรูป

ตอนนี้ไทยส่งออกฝั่งตะวันออกเกือบหมด ฝั่งตะวันตกว่างเปล่า ถ้าทำท่าเรือได้ จะกระจายความเสี่ยง ลดเส้นทางขนส่งจากจีน-ยุโรปที่ยาวนาน สอดคล้องกับเทรนด์ Nearshoring หลังโควิดด้วยครับ

สรุปแล้ว ดนุชาเผยสภาพัฒน์ ยังไม่เคยศึกษาแลนด์บริดจ์ แต่แนะนำท่าเรือฝั่งตะวันตกที่เป็นจริงจังกว่า ผมคิดว่านี่คือโอกาสทอง ถ้าทำดีๆ GDP โตอีก 1-2% แน่นอน! เพื่อนๆ คิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยนะครับ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบ และติดตามข่าวเศรษฐกิจอัปเดตต่อไป!

ที่มา – ดนุชาเผยสภาพัฒน์ ยังไม่เคยศึกษาแลนด์บริดจ์ แค่ค้านคลองไทยเหตุไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แนะสร้างท่าเรือส่งออกสินค้าฝั่งตะวันตก

‘หมอนทองโลละ 50 ไม่มีอยู่จริง’ ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัยเพจมิจฉาชีพหลอกขายทุเรียน แนะวิธีตรวจสอบก่อนโอน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกคน! ในยุคที่เราชอบส่องเพจเฟซบุ๊กหาของกินอร่อยๆ โดยเฉพาะฤดูทุเรียนแบบนี้ ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและการโกงออนไลน์มานาน ต้องมาอัปเดตเรื่องร้อนๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น ‘หมอนทองโลละ 50 ไม่มีอยู่จริง’ ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัยเพจมิจฉาชีพหลอกขายทุเรียน แนะวิธีตรวจสอบก่อนโอน นี่แหละครับ เป็นข่าวที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกมาเตือนเมื่อ 28 เมษายน หลังจากมีคนโดนหลอกโอนเงินไปเพียบ เพราะเพจปลอมแอบอ้างสวนดังขายทุเรียนราคาถูกเวอร์!

‘หมอนทองโลละ 50 ไม่มีอยู่จริง’ ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัยเพจมิจฉาชีพหลอกขายทุเรียน แนะวิธีตรวจสอบก่อนโอน

เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ ทุเรียนหมอนทองเนื้อแน่น หอมกรุ่น โลละแค่ 50 บาท แถมโปรซื้อ 1 แถม 1 ส่งฟรีทั่วประเทศ มันฟังดูดีเกินจริงใช่มั้ยล่ะ? แต่จริงๆ แล้วต้นทุนทุเรียนเกรดพรีเมียมมันแพงกว่านั้นเยอะ! มิจฉาชีพฉวยโอกาสฤดูผลไม้ เปิดเพจเฟซปลอม สร้างภาพลวงตาว่ามีของดีราคาถูก จนคนหลงเชื่อโอนเงินไปรอของที่ไม่เคยมา ผมเคยเห็นเคสแบบนี้ในวงการเทคเยอะ โดยเฉพาะ scam ที่ใช้ social media เป็นเครื่องมือหลัก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเลยออกแนวทางสังเกต 4 ข้อเด็ดๆ ช่วยจับพิรุธเพจโกงได้ทันที:

  • โปรโมชันถูกเกินจริง: อย่าง ‘หมอนทองโลละ 50 ไม่มีอยู่จริง’ นี่แหละ ถ้าราคาต่ำกว่าตลาดมาก สันนิษฐานเลยว่าโกง!
  • ยอดengagementน่าเชื่อถือไม่ได้: ใช้บอทปั๊มไลค์ คอมเมนต์ ฟอลโลเวอร์ ดูดีแต่ปลอมเป๊ะ ผมแนะนำใช้เครื่องมืออย่าง Social Blade ตรวจยอดจริงได้นะ
  • ชื่อเพจผิดปกติ: แอบอ้างชื่อสวนดัง แต่เติม . _ หรือเว้นวรรคแปลกๆ ซูมดูดีๆ เลย
  • เร่งรัดให้โอนด่วน: ‘เหลือ 2 เข่งสุดท้าย’ หรือ ‘โปรชั่วโมงทอง’ อะไรแบบนี้ จิตวิทยาล้วนๆ!

ขั้นตอนตรวจสอบเชิงลึกก่อนโอนเงิน อย่าให้พลาด!

ไม่ใช่แค่ดูผิวเผินนะครับ ต้องเช็คให้ละเอียดแบบเทคๆ หน่อย:

  • เช็คเมนู About ของเพจ: เพจใหม่ๆ หรือเปลี่ยนชื่อบ่อย? Location ผู้แอดมินไม่อยู่ไทย? แดงธงเลย! เฟซบุ๊กมีฟีเจอร์นี้ให้ดูฟรี
  • สืบประวัติบัญชีรับเงิน: เอาเลขบัญชีไปเช็คเว็บแจ้งเตือนคนโกงออนไลน์ เช่น 168panda หรือกลุ่มแชร์ประสบการณ์ใน Reddit ชุมชนเทคไทย
  • หลีกเลี่ยงโอนตรง: เลือก COD, มีหน้าร้านจริง หรือวิดีโอคอลดูทุเรียนสดๆ ก่อน ปลอดภัยสุด!

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามเทรนด์ scam มาหลายปี พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้เก่งเรื่องใช้ AI สร้างคอมเมนต์ปลอม หรือแม้แต่ deepfake วิดีโอสินค้า ดังนั้นในปี 2024 นี้ เทรนด์ใหม่คือใช้ browser extension อย่าง Fraud Guard หรือ Scam Detector ที่สแกนลิงก์และเพจอัตโนมัติ ช่วยชีวิตได้จริงๆ นะครับ โดยเฉพาะคนชอบช้อปปิ้งออนไลน์ตามเทรนด์บันเทิงอย่าง live ขายของ

สุดท้าย ผมอยากฝากว่า สินค้าเกษตรอย่างทุเรียนพรีเมียมมีราคาตลาดชัดเจน ถ้าถูกผิดปกติ = โกง 100%! มาเป็นนักช้อปฉลาดกันเถอะ รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ แล้วถ้าเจอเพจ подозрительный รายงานตำรวจสอบสวนกลางทันที ช่วยกันป้องกันสังคมออนไลน์ให้ปลอดภัย

ที่มา – ‘หมอนทองโลละ 50 ไม่มีอยู่จริง’ ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัยเพจมิจฉาชีพหลอกขายทุเรียน แนะวิธีตรวจสอบก่อนโอน

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก ปลายเดือน เม.ย. ถึงต้น พ.ค. ขณะที่ กทม. ยังคงมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ช่วงนี้天气ไทยแปรปรวนสุดๆ เลยนะ โดยเฉพาะคนที่ชอบออกไปเที่ยวหรือจัดอีเวนต์กลางแจ้งอย่างคอนเสิร์ตหรือ meetup เทคโนโลยี วันนี้เรามีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือ อุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก ปลายเดือน เม.ย. ถึงต้น พ.ค. ขณะที่ กทม. ยังคงมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน ใครมีแผนออกนอกบ้านต้องฟังให้ดีเลย!

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก ปลายเดือน เม.ย. ถึงต้น พ.ค. ขณะที่ กทม. ยังคงมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน

ประกาศฉบับที่ 2 (42/2569) ออกมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน ระบุชัดว่าช่วง 29 เม.ย. – 1 พ.ค. 2569 ไทยตอนบนจะเจอพายุฤดูร้อนแบบจัดเต็ม มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บกระหน่ำบางพื้นที่ ฝนหนัก และฟ้าผ่าได้ง่ายๆ ในฐานะคนติดตามอากาศมานาน ผมบอกเลยว่านี่คือพายุจาก ‘cold front’ ที่มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ปะทะกับอากาศร้อนอบอ้าวของเรา สร้างพลังงานมหาศาลจนเกิด supercell thunderstorm ซึ่งเป็นต้นตอของลูกเห็บขนาดใหญ่!

สาเหตุและพื้นที่เสี่ยงจากพายุฤดูร้อน

ทุกอย่างเริ่มจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนร้อนจัด บูม! ก็ปะทะกันเกิดพายุ เริ่มที่ภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก ก่อนลามมาภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับคนสาย entertainment ที่มีแผนดูคอนเสิร์ตกลางทุ่งหรือ tech festival outdoor ช่วงนี้ ต้องเช็ค radar ก่อนเลยนะ เพราะลมแรงอาจพัดป้ายโฆษณาล้มได้ง่าย

คำแนะนำป้องกันภัยจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ

  • หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง อย่าหลบใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายที่ไม่แข็งแรง
  • เกษตรกรเสริมโครงสร้างค้ำยันผลไม้ ปกป้องผลผลิตและสัตว์เลี้ยงจากลูกเห็บ
  • ดูแลสุขภาพเพราะอากาศแปรปรวน อาจทำให้เจ็บป่วยได้
  • ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น แอป Windy หรือ AccuWeather ที่มี AI พยากรณ์ radar แบบเรียลไทม์ สำหรับสาย tech อย่างเรา

ส่วนกรุงเทพฯ วันนี้ยังร้อนแผดเผากลางวัน อุณหภูมิพุ่ง 37-38 องศา ลมฝนแค่ 10% แต่ระวัง heatstroke นะเพื่อนๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ใส่เสื้อผ้าบาง พกพาวเวอร์แบงค์กันร้อนเครื่อง!

จากประสบการณ์ผม ปีนี้พายุฤดูร้อนดูรุนแรงขึ้นจาก climate change ที่ทำให้ front เข้มข้นกว่าเดิม Trend สุดฮิตคือการใช้ smart weather station หรือ drone สำหรับเกษตรกรตรวจสอบพายุล่วงหน้า ถ้าคุณเป็นสาย entertainment-tech ลองเช็ค event ในปฏิทินว่ามีอะไรกลางแจ้งมั้ย แล้วปรับแผนตามประกาศนี้เลย

สรุปคือเตรียมตัวให้พร้อม ดาวน์โหลดแอปอากาศติดเครื่อง ติดตามอัพเดทจากกรมอุตุฯ และ share ประสบการณ์พายุของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ! อยู่ปลอดภัยทุกคน

ที่มา – อุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก ปลายเดือน เม.ย. ถึงต้น พ.ค. ขณะที่ กทม. ยังคงมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน

ผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมฟลอริดาถาม ChatGPT เรื่องทิ้งคนลงถังขยะ

ข่าวช็อกวงการ AI เมื่อ ผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมฟลอริดาถาม ChatGPT เรื่องทิ้งคนลงถังขยะ กลายเป็นประเด็นร้อนในสหรัฐอเมริกา โดยอัยการสูงสุดแห่งฟลอริดา ประกาศสอบสวน OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ฐานอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมหลายคดีในรัฐนี้

ผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมฟลอริดาถาม ChatGPT เรื่องทิ้งคนลงถังขยะ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากคดียิงกันที่ Florida State University (FSU) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2025 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 6 คน ทนายความของผู้เสียหายคนหนึ่งอ้างว่าผู้ต้องหามีการสนทนากับ ChatGPT อย่างต่อเนื่อง และ AI อาจให้คำแนะนำในการก่ออาชญากรรม สิ่งนี้จุดประกายให้อัยการสูงสุด James Uthmeier เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อ OpenAI

ไม่กี่วันก่อน เกิดคดีใหม่ที่ University of South Florida (USF) นักศึกษาสองคนหายตัวไปเมื่อ 16 เมษายน ก่อนจะกลายเป็นคดีฆาตกรรม ผู้ต้องสงสัยหลักชื่อ Hisham Abugharbieh มีประวัติการใช้ ChatGPT ที่น่าสงสัย โดยเอกสารศาลที่ Axios ได้รับเผยให้เห็นการสนทนาบางส่วน

รายละเอียดการสนทนาที่น่าตกใจของผู้ต้องหา

วันที่ 13 เมษายน Abugharbieh ถาม ChatGPT ว่า “ถ้าคนถูกใส่ในถุงขยะสีดำแล้วทิ้งลงถังขยะจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งตรงกับ ผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมฟลอริดาถาม ChatGPT เรื่องทิ้งคนลงถังขยะ อย่างชัดเจน ต่อมาวันที่ 19 เมษายน เขาถามอีกว่า “Apple จะรู้ไหมว่าใครเป็นผู้ใช้ iPhone ใหม่หลังจากผู้ใช้เดิมหายไป” คำถามเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการวางแผนอาชญากรรม

อัยการ Uthmeier โพสต์บน X (ทวิตเตอร์) ว่า “เรากำลังขยายการสอบสวน OpenAI รวมถึงคดีฆ่าที่ USF หลังทราบว่าผู้ต้องหาหลักใช้ ChatGPT” การสอบสวนนี้ครอบคลุมทั้งสองคดี FSU และ USF โดยมุ่งตรวจสอบว่า AI มีส่วนช่วยเหลือในการก่ออาชญากรรมหรือไม่

  • คดี FSU: ยิงกันเมื่อ 17 เม.ย. 2025 เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 6
  • คดี USF: นักศึกษาหายตัว 16 เม.ย. ผู้ต้องหาใช้ ChatGPT ถามเรื่องทิ้งศพ
  • ประเด็นหลัก: ChatGPT อาจให้ข้อมูลที่นำไปสู่การก่อเหตุ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ AI ถูกกล่าวหาในคดีอาชญากรรม แต่กรณีนี้รุนแรงเพราะเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักศึกษา การสอบสวนอาจนำไปสู่การกำหนดกฎหมายใหม่เกี่ยวกับความรับผิดของ AI ในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า OpenAI อาจถูกฟ้องฐานละเลย หากพิสูจน์ได้ว่า ChatGPT ให้คำตอบที่ส่งเสริมความร้ายแรง แม้ AI จะมีระบบป้องกัน แต่ผู้ใช้บางคนก็หาวิธีเลี่ยงได้

ในมุมมองของเรา การเกิดเหตุเช่นนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนา AI ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้พัฒนาควรเพิ่มการตรวจจับคำถามเสี่ยงภัยและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันที คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI ล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Florida Murder Suspect Reportedly Asked ChatGPT What Happens If You Put Someone in a Dumpster

ตำรวจแคนาดาจับชาย 3 คนเบื้องหลังกลโกง SMS Blaster

ตำรวจแคนาดาจับชาย 3 คนเบื้องหลังกลโกง SMS Blaster ที่ถูกกล่าวหาว่าควบคุมโทรศัพท์มือถือของประชาชนนับหมื่นเครื่อง สร้างความเสียหายทั้งด้านการเงินและความปลอดภัยสาธารณะ กลโกงประเภทนี้ถือเป็นครั้งแรกในแคนาดา และเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ทุกคนควรระวัง

ตำรวจแคนาดาจับชาย 3 คนเบื้องหลังกลโกง SMS Blaster

หน่วยงาน Toronto Police Service ได้จับกุมผู้ต้องหา 3 คนที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ SMS Blaster ซึ่งเลียนแบบเสาสัญญาณมือถือจริง ทำให้โทรศัพท์ในบริเวณใกล้เคียงเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ จากนั้นอุปกรณ์นี้จะส่งข้อความหลอกลวงที่ดูเหมือนมาจากธนาคารหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ข้อความเหล่านี้มักมีลิงก์นำไปสู่เว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่านและข้อมูลบัญชีธนาคาร

รองผู้บัญชาการ Rob Johnson กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 เมษายน ว่า “สิ่งที่น่ากังวลคือขอบเขตและผลกระทบ มันไม่ใช่แค่บุคคลหรือธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์นับพันได้ในคราวเดียว นอกจากความเสี่ยงทางการเงิน ยังกระทบความปลอดภัยสาธารณะด้วย”

SMS Blaster ทำงานอย่างไรและอันตรายอย่างไร

อุปกรณ์ SMS Blaster ทำหน้าที่เป็นเสาสัญญาณปลอม เมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อ จะถูกตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายจริง ส่งผลให้ไม่สามารถโทรออก รวมถึงเบอร์ฉุกเฉินอย่าง 911 ได้ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการรบกวนเครือข่ายมากกว่า 13 ล้านครั้ง ทำให้ประชาชนเสี่ยงต่ออันตราย

  • เลียนแบบเสาสัญญาณมือถือ: ดึงโทรศัพท์ให้เชื่อมต่ออัตโนมัติ
  • ส่ง SMS หลอกลวง: ดูเหมือนจากธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ
  • ขโมยข้อมูล: ลิงก์นำไปสู่เว็บฟิชชิ่ง
  • กระทบ 911: ไม่สามารถโทรฉุกเฉินได้ชั่วคราว

กลโกงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศอย่างสหราชอาณาจักร ฟิลิปปินส์ และกรีซ ก็เคยเกิดขึ้น แต่ในแคนาดานับเป็นครั้งแรก ตำรวจเริ่มสืบสวนตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 หลังได้รับแจ้งจากพันธมิตรด้านความมั่นคง พบว่าอุปกรณ์ถูกติดตั้งในรถยนต์และเคลื่อนที่ในตัวเมืองโตรอนโต้

การจับกุมและข้อหา

ตำรวจร่วมมือกับ Royal Canadian Mounted Police, York Regional Police และ Hamilton Police ออกหมายค้นเมื่อเดือนที่แล้ว จับกุมผู้ต้องหา 2 คน และอีก 1 คนมอบตัวเอง ผู้ต้องหาทั้งสามถูกแจ้งข้อหา 44 ข้อ รวมถึงฉ้อโกงและก่อความวุ่นวาย

นักสืบ Lindsay Riddell ระบุว่า “เชื่อว่ามีอุปกรณ์นับหมื่นเชื่อมต่อกับ SMS Blaster ในหลายเดือน” ตำรวจมั่นใจว่าภัยคุกคามในโตรอนโต้สิ้นสุดแล้ว แต่ยังเรียกร้องให้ประชาชนระวัง

นอกจากนี้ กลโกง SMS Blaster ยังแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของอาชญากรรมไซเบอร์ที่ซับซ้อนและเคลื่อนที่ได้ยากต่อการตรวจจับ ตำรวจต้องพัฒนาวิธีการสืบสวนให้ทันสมัย

เพื่อป้องกันตัวเอง ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์จาก SMS ที่ไม่คาดคิด ตรวจสอบ URL ให้ดี ใช้แอปป้องกันฟิชชิ่ง และอัปเดตซอฟต์แวร์โทรศัพท์เสมอ หากสงสัยว่าถูกหลอก ควรรายงานตำรวจทันที

ภัยคุกคามแบบนี้เตือนใจว่าความมั่นคงดิจิทัลสำคัญเพียงใด ทุกคนต้องตื่นตัวเพื่อปกป้องตัวเองและสังคม

คำแนะนำ: อย่าคลิกลิงก์จาก SMS แปลกๆ และแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อช่วยหยุดยั้งอาชญากร

ที่มา – Canadian Police Arrest Three Men Behind SMS Blaster Scam That Allegedly Hijacked Thousands of Phones

ทำไมแดน สตีเวนส์ ชอบเป็นนักแสดงแนว жанร์แปลกๆ

หลังจากแจ้งเกิดจากบทแมทธิว ครอว์ลีย์ ในซีรีส์ดัง Downton Abbey ที่ทั้งน่ารัก โรแมนติก แต่สุดท้ายก็ต้องตายอย่างน่าเสียดาย เส้นทางอาชีพของ แดน สตีเวนส์ ก็เปลี่ยนไปแบบไม่คาดคิด เขาไม่อยากติดกรอบเป็นนักแสดงแบบใดแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาได้กลายเป็นนักแสดงที่หลงใหลใน ทำไมแดน สตีเวนส์ ชอบเป็นนักแสดงแนว жанร์แปลกๆ ด้วยผลงานที่ท้าทายตัวเองตลอดเวลา

ทำไมแดน สตีเวนส์ ถึงชอบเป็นนักแสดงแนว жанร์แปลกๆ

ผลงานล่าสุดของเขาคือในอนิเมชันซีรีส์ The Terror: Devil in Silver จาก AMC และ Shudder ที่ผลิตโดยริดลีย์ สก็อตต์ ซึ่งเล่าเรื่องชายหนุ่มที่ตกอยู่ในสถานการณ์น่ากลัวในโรงพยาบาลจิตเวช ที่นั่นเขาต้องเผชิญทั้งปัญหาสุขภาพจิต การรักษาที่น่าสงสัย และภัยเหนือธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายของวิกเตอร์ ลาวัลล์

ผลงานแนว жанร์เด่นๆ ของแดน สตีเวนส์

ก่อนหน้านี้ แดน สตีเวนส์ ได้แสดงบทบาทสุดแหวกแนวมากมาย เช่น

  • นักฆ่าดุดันแบบเทอร์มิเนเตอร์ใน The Guest กำกับโดยอาเด็ม วิงการ์ด
  • บีสต์ใน Beauty and the Beast เวอร์ชันไลฟ์แอ็กชันของดิสนีย์
  • อดีตมิชชันนารี่ที่ออกล่าลัทธิใน The Apostle ของแกเร็ธ เอวานส์
  • นักร้องป๊อปชาวรัสเซียสุดโอเวอร์ใน Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga
  • หุ่นยนต์มนุษย์ที่พูดภาษาเยอรมันใน I’m Your Man
  • หมอสัตว์สุดขโมยซีนใน Godzilla x Kong: The New Empire (ร่วมงานวิงการ์ดอีกครั้ง)
  • โจรที่กลายเป็นเหยื่อแวมไพร์ใน Abigail

นี่ยังไม่นับผลงานทีวีอย่าง Legion, Solar Opposites ซีซัน 5 และอีกมากมาย แสดงให้เห็นว่าแดนหลงรักการทดลองกับ жанร์ต่างๆ จริงๆ

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Variety แดนพูดถึงซีรีส์ใหม่ว่า มันไม่ใช่แค่ “หนังสยองขวัญตรงๆ ที่มีปีศาจ” แต่มี “การวิจารณ์สังคมซ่อนอยู่ข้างใต้” และเขายังเล่าถึงเหตุผลที่ดึงดูดใจเขาในวงการแนวนี้

“ผมรักวงการแนวนี้เพราะมันเปิดโอกาสให้มีความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานมาก” แดนกล่าว “สิ่งที่น่าสนใจคือโอกาสในการพูดคุยเรื่องที่ต้องการมุมมองใหม่ เพื่อส่องสว่างให้มัน และโยนมันเข้าไปในกรอบใหม่เพื่อดูให้ชัด”

เขายังเสริมว่า “อีกอย่างที่ผมชอบคือบทสนทนาภายในแนวนี้เอง มีการผลักดันให้เกิดความแปลกใหม่ นักทำหนังคุยกันเอง เช่น ‘นายทำหนังซอมบี้แบบนี้ ฉันจะทำแบบนั้น’ มีกฎเข้มงวด แต่เราจะ pháกฎไหนเพื่อเซอร์ไพรส์คนดู? นั่นคือสิ่งที่ตื่นเต้น วงการนี้เชิญชวนความแปลกใหม่ ผู้ชมกำลังเรียนรู้ และสุดท้ายผู้จัดจำหน่ายก็ต้องตาม”

The Terror: Devil in Silver จะฉายครั้งแรก 7 พฤษภาคม บน AMC+ และ Shudder คอหนังแนวนี้ห้ามพลาด!

ทำไมแดน สตีเวนส์ ถึงชอบเป็นนักแสดงแนว жанร์แปลกๆ? เพราะมันให้อิสระในการสำรวจตัวเองและสังคมผ่านเลนส์ที่ไม่เหมือนใคร ถ้าคุณเป็นแฟนหนังสยองขวัญหรือไซไฟ ลองติดตามผลงานเขาดู แล้วคุณจะติดใจ!

อยากอัปเดตข่าวหนังเพิ่ม? เช็ค Marvel, Star Wars, Star Trek และ Doctor Who ได้เลย

ที่มา – Why Dan Stevens Enjoys Being a Weird Genre Guy

เจมส์ กันน์ เผยโปรเจกต์ DC เดิมถูกยกเลิก

จักรวาล DC กำลังคึกคักไปด้วยโปรเจกต์อย่าง Superman, Supergirl, Clayface และ Lanterns แต่ล่าสุด เจมส์ กันน์ เผยโปรเจกต์ DC เดิมถูกยกเลิก หนึ่งในนั้นแล้ว!

เจมส์ กันน์ เผยโปรเจกต์ DC เดิมถูกยกเลิก The Authority

เจมส์ กันน์ โค-ประธาน DC Studios ได้โพสต์ใน Threads ว่า The Authority ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 โปรเจกต์แรกที่ประกาศเมื่อปี 2023 ร่วมกับปีเตอร์ ซาฟราน ไม่ได้พัฒนาต่อแล้ว “สคริปต์ยังไม่ดีพอ และที่สำคัญกว่านั้น มันไม่เข้ากับ DCU ทั้งในแง่เนื้อเรื่องและปัญหาเชิงปฏิบัติ” กันน์กล่าว “บางทีวันหนึ่งอาจจะทำ ไม่ใช่เร็วๆ นี้”

ไม่น่าแปลกใจสำหรับแฟน DC ที่ติดตามข่าว เพราะปีที่แล้วกันน์เคยบอกว่า The Authority เป็นโปรเจกต์ที่ยากที่สุด ในการอัปเดต “มันยากทั้งเพราะเนื้อเรื่องโดยรวมที่เปลี่ยนไป และการทำให้ถูกต้องในโลกที่มี The Boys ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก The Authority รวมถึงตัวละครที่เรารักและถ่ายทำไปแล้วที่อยากให้เจอกัน” เขากล่าวในปี 2025

เจมส์ กันน์ เผยโปรเจกต์ DC เดิมถูกยกเลิกเพราะเหตุใด

The Authority สร้างโดย Warren Ellis และ Bryan Hitch ในปี 1999 เป็นทีมซูเปอร์ฮีโร่ที่เชื่อว่าโลกพังแล้ว ต้องลงมือเอง แม้ต้องฆ่าคน ล้มรัฐบาล เพื่อทำให้โลกดีขึ้น กันน์เคยตื่นเต้นมากในปี 2023 “พวกเขามีเจตนาดี แต่คิดว่าต้องทำเองทุกอย่าง” แต่สุดท้ายไม่เวิร์ค

อย่างไรก็ตาม จาก 10 โปรเจกต์แรก ส่วนใหญ่ไปได้สวย Superman, Supergirl, Lanterns และ Creature Commandos ออกหรือใกล้ออกแล้ว The Brave and the Bold กับ Booster Gold ยังพัฒนา ส่วน Waller, Paradise Lost, Swamp Thing เงียบๆ แต่มี Clayface และ Man of Tomorrow (Superman/Lex Luthor) มาแทน DCU ยังแจ่ม!

DCU ภายใต้กันน์กำลังสร้างสมดุลระหว่างหนังบล็อกบัสเตอร์และเรื่องแปลกใหม่ The Authority อาจ radical เกินไปสำหรับตอนนี้ที่ DC อยาก build universe ให้มั่นคงก่อน แต่การยกเลิกนี้แสดงให้เห็นว่ากันน์กล้าตัดสินใจเพื่อคุณภาพ ไม่ยื้อโปรเจกต์ที่ไม่ fit

  • โปรเจกต์ที่กำลังมา: Superman (ออกแล้ว), Supergirl, Lanterns
  • ยังพัฒนา: Brave and the Bold, Booster Gold
  • ใหม่ๆ: Clayface, Man of Tomorrow

แฟนๆ DC ควรตื่นเต้นกับอนาคต เพราะกันน์พิสูจน์แล้วจาก Guardians และ The Suicide Squad ว่าทำทีมฮีโร่ได้สุดยอด การยกเลิก The Authority อาจเปิดทางให้โปรเจกต์ใหม่ที่เข้ากันกว่า

คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจนี้? คอมเมนต์บอกเลย และอย่าลืมติดตามข่าว DCU ล่าสุดที่นี่เพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – James Gunn Reveals One of His Previously Announced DC Projects Is No More

หุ่นยนต์สมาชิกใหม่ของ Jackass Best and Last

จอห์นนี่ น็อกซ์วิลล์ และแก๊ง Jackass กำลังกลับมาอีกครั้งกับหนังเรื่องใหม่ที่ทุกคนรอคอย! ตัวอย่างล่าสุดของ หุ่นยนต์สมาชิกใหม่ของ Jackass ใน Jackass: Best and Last เพิ่งปล่อยออกมา ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นสุดๆ หนังเรื่องนี้จะออกฉายในวันที่ 26 มิถุนายน และเป็นตอนที่ 5 ซึ่งทีมงานยืนยันว่าเป็นตอนสุดท้ายเลยทีเดียว

ผ่านไปกว่า 25 ปีตั้งแต่ Jackass เรื่องแรกฉายครั้งแรก ตัวอย่างยังคงเต็มไปด้วยสเตนต์คลาสสิกที่แฟนๆ คุ้นเคยดี เช่น การโดนเตะอัณฑะ หรือสเตนต์恶心กับห้องน้ำนั่งขวิด แต่สิ่งที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นที่สุดคือ หุ่นยนต์สมาชิกใหม่ของ Jackass แบบมนุษย์ (humanoid robot) ที่เข้ามาร่วมแจม ซึ่ง 25 ปีก่อนไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

หุ่นยนต์สมาชิกใหม่ของ Jackass ในตัวอย่าง Best and Last

ตัวอย่างนี้ดูได้ที่ YouTube แล้ววันนี้ โดยน็อกซ์วิลล์วัย 55 ปี ได้เปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Rolling Stone ว่า “หลังจากสมองกระทบกระเทือนหลายครั้ง ผมทำสเตนต์พวกนั้นไม่ได้อีกแล้ว” เขายังน้ำตาคลอเมื่อพูดถึงสเตนต์ที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว ทำให้การนำหุ่นยนต์มาช่วยเป็นไอเดียที่สมเหตุสมผลมาก

หุ่นยนต์ Unitree: สมาชิกใหม่ที่ทนทานที่สุด

หุ่นยนต์ตัวนี้มีแบรนด์ Robostore ติดหน้าอก ผลิตโดยบริษัท Unitree จากจีน ซึ่งหุ่นยนต์มนุษย์ของพวกเขาขายราคาตั้งแต่ 18,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์ ในปีนี้ Unitree ได้รับความสนใจมหาศาล เช่น หุ่นยนต์กังฟูที่เหนือกว่าฝั่งตะวันตก และ วิ่งฮาล์ฟมาราธอนเร็วกว่ามนุษย์ ทำให้มันกลายเป็นสมาชิกที่ไม่ใช่มนุษย์คนแรกของทีม Jackass

แต่ทีม Jackass ก็ยังไม่รอดพ้นความเจ็บปวด ในตัวอย่างเห็นน็อกซ์วิลล์โดนเตะอัณฑะ ส่วนสตีฟ-โอ ถูกหุ่นยนต์ตรวจต่อมลูกหมากแบบโหดร้าย! นี่แหละเสน่ห์ของ Jackass ที่ผสมความบ้าและตลกได้ลงตัว

สเตนต์คลาสสิกและเรื่องน่าเศร้าในกองถ่าย

ตัวอย่างยังเต็มไปด้วยความ nostalgia ที่น็อกซ์วิลล์เองก็พูดถึงบ่อยๆ การทำงานที่ต้องใช้ร่างกายหนักหน่วงตอนอายุมากไม่ใช่เรื่องง่าย เพื่อนของเขาอย่างเดฟ อิงแลนด์ สูญเสียนิ้วส่วนหนึ่งระหว่างถ่ายทำ นี่คือ Jackass: Best and Last จริงๆ ที่รวมสุดยอดสเตนต์ทั้งหมดไว้

  • โดนเตะอัณฑะแบบคลาสสิก
  • สเตนต์ห้องน้ำนั่งขวิดสุด恶心
  • หุ่นยนต์ตรวจร่างกายแบบแปลกๆ
  • และสเตนต์ใหม่ๆ ที่รอคอย

Jackass เริ่มจากรายการทีวีสุดบ้าบิ่นในยุค 2000 ที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะจนน้ำตาไหลด้วยความโง่เขลาและกล้าหาญ หนังทั้ง 4 เรื่องก่อนหน้านี้ทำรายได้รวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก และแฟนๆ ชาวไทยก็หลงรักไม่แพ้กัน คราวนี้การเพิ่มหุ่นยนต์ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงให้มนุษย์ แต่ยังเปิดโอกาสสเตนต์ใหม่ๆ ที่คิดไม่ถึง เช่น ปล่อยหุ่นยนต์กระโดดจากที่สูง หรือแข่งสเตนต์กับสัตว์?

นี่คือการก้าว跳ของเทคโนโลยีที่ผสมกับความบันเทิงสุดขั้ว ทำให้ หุ่นยนต์สมาชิกใหม่ของ Jackass กลายเป็นไฮไลต์ที่ขโมยซีนไปเต็มๆ รอติดตามหนังเต็มเรื่องในเดือนมิถุนายนนี้เลย!

คุณคิดว่าหุ่นยนต์จะทนสเตนต์ Jackass ได้นานแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์แชร์เพื่อติดตามข่าวหนังฮอลลีวูดเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – A Robot Is the Newest Member of Jackass in Its ‘Best and Last’ Trailer

สงครามทรัมป์กับอิหร่านทำลายเทคโนโลยีชีวิตสมัยใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเชื่อว่าจะชนะอย่างรวดเร็วและโลกจะเดินหน้าต่อไป แต่ สงครามทรัมป์กับอิหร่านกำลังทำลายเทคโนโลยีชีวิตสมัยใหม่ อย่างแท้จริง เพราะกระทบห่วงโซ่อุปทานวัสดุที่ขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชิ้น

สงครามทรัมป์กับอิหร่านกำลังทำลายเทคโนโลยีชีวิตสมัยใหม่

รายงานล่าสุดจาก Reuters เผยถึงความ disruption ครั้งใหญ่ โดยราคา PCB พุ่งสูงขึ้นราว 40% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับเดือนก่อน เนื่องจากต้นทุนวัสดุพุ่งปรี๊ด

หนึ่งในวัสดุสำคัญคือเรซิน polyphenylene ether (PPE) ความบริสุทธิ์สูง ที่ผลิตจากโรงกลั่นปิโตรเคมี Jubail ของซาอุดีอาระเบีย กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยกลางและโดรนโจมตีแบบทางเดียวใส่โรงงานนี้เมื่อวันที่ 7 เมษายน หลังจากอิสราเอลโจมตีโรงกลั่นของอิหร่านที่ Asaluyeh ใกล้แหล่งก๊าซ South Pars เมื่อวันที่ 6 เมษายน

ผลกระทบต่อวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

นอกจาก PPE แล้ว ราคาใยแก้วและฟอยล์ทองแดงก็พุ่งขึ้นเช่นกัน ตามที่ Reuters อ้างอิงจากผู้บริหารที่ไม่เปิดเผยชื่อเพราะเรื่องละเอียดอ่อน ราคาฟอยล์ทองแดงเพิ่ม 30% ในปีนี้ โดยทองแดงคิดเป็น 60% ของต้นทุนวัสดุดิบทั้งหมดในการผลิต PCB

Tom’s Hardware รายงานว่าผู้ซื้อชิปบางรายสิ้นหวังจนยอมซื้อชิปคุณภาพต่ำที่เคยถือเป็นของเสีย ซึ่งช่วยให้ Intel มีกำไรเพิ่มจากความต้องการที่พุ่งสูง

ความวุ่นวายนี้คาดเดาได้ตั้งแต่แรก ทรัมป์เริ่มสงครามโดยไร้เป้าหมายชัดเจน บางครั้งบอกเพื่อหยุดอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ บางครั้งพูดถึงการเปลี่ยนระบอบ วิดีโอประกาศโจมตีดึกๆ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล แต่ข้อความนั้นจางหายไป ทรัมป์หันไปพูดถึงนิวเคลียร์หรือ “รักษาน้ำมันไว้” แทน

ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมอิหร่านทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้เชื่อมั่นในอเมริกา

ประมาณ 20% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปิดตัวลง อิหร่านขู่อาวุธขีปนาวุธและโดรนกับเรือที่ไม่ได้รับอนุมัติ แต่ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายปิดและบล็อกเกตต่อเนื่อง โดยอ้างว่าทำให้อิหร่านสูญรายได้น้ำมัน แต่ก็กระทบโลกที่ขาดวัสดุสำหรับชีวิตไฮเทค

  • ราคาน้ำมันเบนซีนทั่วโลกพุ่ง
  • ประเทศยากจนต้องจ่ายน้ำมัน
  • แม้ประเทศร่ำรวยก็ขาดเชื้อเพลิงเจ็ตและพลังงานแพงขึ้น

ทรัมป์ขัดแย้งกับพันธมิตรเก่า ส่งผลให้ผู้นำยุโรปหมดความอดทน นายกรัฐมนตรีเยอรมนี Friedrich Merz วิจารณ์ทรัมป์เมื่อวันจันทร์ว่า “ปัญหาของสงครามคือไม่ใช่แค่เริ่ม แต่ต้องจบด้วย” ตาม Wall Street Journal

Merz ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังถูกอิหร่าน “ทำให้อับอาย” และความเสียหายจากราคาพลังงานสูงจะอยู่ยาว เพราะอิหร่านแข็งแกร่งกว่าที่คิดและสหรัฐฯ ไร้กลยุทธ์เจรจาที่น่าเชื่อถือ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ย $4.11 ต่อแกลลอน จาก $2.90 ก่อนสงคราม ตาม AAA ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าค่าใช้จ่ายจะถูกส่งต่อให้ผู้บริโภค

สงครามนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจ แต่กำลัง ทำลายเทคโนโลยีชีวิตสมัยใหม่ ที่เราพึ่งพา คุณควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมรับมือกับราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น

ที่มา – Trump’s War on Iran Is Really Messing Up the Tech That Runs Modern Life