ผู้เขียน: lalika69_admin

ชาวเชียงใหม่แสดงพลัง เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลักดันร่าง ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในเชียงใหม่กันหน่อยนะครับ ชาวเชียงใหม่แสดงพลัง เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลักดันร่าง ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด’ ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดเข้มข้นที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ประชาชนนับร้อยรวมตัวกัน เพื่อส่งเสียงดังๆ ไปยังรัฐบาลและรัฐสภา ให้เร่งแก้ปัญหาฝุ่นควันที่เรื้อรังมานานหลายปี

ชาวเชียงใหม่แสดงพลัง เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลักดันร่าง ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด’

บรรยากาศวันนั้นคึกคักมากเลยครับ! ชาวเชียงใหม่ทั้งเด็กใหญ่ ผู้ใหญ่ใจดี รวมถึงนักวิชาการและภาคประชาชนอย่าง นลี อินทรนันท์ (ครูเบลล่า), ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ, สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ มาร่วมแสดงพลังกันเต็มที่ มีการปั่นจักรยานและขี่รถไฟฟ้ารอบคูเมือง เพื่อสื่อสัญลักษณ์ ‘เชียงใหม่ต้องการ พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ นี่แหละครับที่ทำให้เห็นว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป มันกระทบสุขภาพ ลมหายใจ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของภาคเหนือทั้งหมด

ฝุ่น PM2.5 นี่คืออนุภาคขนาดเล็กจิ๋วที่ลอยมากับอากาศ สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง การจราจรหนาแน่น และโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะฤดูหนาวที่ลมพัดช้า ทำให้ฝุ่นสะสมหนักจนค่า AQI พุ่งทะลุเกณฑ์อันตราย ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีมานาน บอกได้เลยว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่เชียงใหม่ แต่กำลังลุกลามทั่วประเทศ ถ้าไม่แก้ที่ต้นตอด้วยกฎหมายชัดเจน เราจะหายใจสะดวกได้ยังไงล่ะครับ?

ทำไม พ.ร.บ.อากาศสะอาด ถึงสำคัญขนาดนี้?

ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ จะเป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงประเทศ มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศชัดเจน บังคับใช้เทคโนโลยีลดมลพิษ และมีบทลงโทษที่เข้มงวด นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างรถ EV และจักรยานไฟฟ้าซึ่งเราเห็นในกิจกรรมนี้ด้วยนะครับ

  • ประโยชน์หลัก: ลดฝุ่น PM2.5 ได้ยั่งยืน ไม่ใช่แก้ชั่วคราว
  • เทคโนโลยีช่วยได้: แอปตรวจวัดอากาศอย่าง AirVisual หรือ PurpleAir ที่ใช้เซ็นเซอร์ IoT ช่วยให้ประชาชนรู้ค่าฝุ่นเรียลไทม์
  • เทรนด์โลก: หลายประเทศอย่างจีนและสิงคโปร์ ใช้ AI วิเคราะห์และพยากรณ์ฝุ่น ลดปัญหาได้กว่า 50%

นลี อินทรนันท์ จากกลุ่มรักษ์ดีจิตอาสา เชียงใหม่ บอกมาอย่างนี้ครับ “วันนี้เราชวนพี่น้องชาวเชียงใหม่ออกมา ส่งเสียงว่าเราทนไม่ไหวแล้วกับเรื่องของฝุ่นควันที่มันเกิดปัญหาขึ้นไม่รู้จะกี่ปีแล้ว และยังแก้ปัญหาไม่ได้สักที ชาวเชียงใหม่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะมาเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยเยียวยา และแก้ไขให้ยั่งยืนได้ ซึ่งตอนนี้นับว่าเหลือโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับการพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้” ฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจจริงๆ ครับ

กิจกรรมยังมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนไอเดียเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้ด้วย ทุกคนร่วมกันคิดหาแนวทางผลักดันให้ผ่านฉลุย ผมว่ามันเป็นโมเมนต์ดีๆ ที่แสดงให้เห็นพลังประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้มาก เช่น การใช้โดรนตรวจจับจุดเผาไหม้ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์รวบรวมข้อมูลฝุ่นเพื่อกดดันรัฐ

ชาวเชียงใหม่แสดงพลัง เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
บรรยากาศกิจกรรมปั่นจักรยาน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

จากประสบการณ์ของผมที่ตาม dõiเทรนด์สิ่งแวดล้อม ปีนี้เราจะเห็นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเคลื่อนไหวสังคมมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชันที่แจ้งเตือนฝุ่นและแนะนำเส้นทางอากาศดี หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ถ้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่าน ชาวเชียงใหม่และคนไทยทั้งประเทศจะได้หายใจหายคอได้เต็มปอดแน่นอน

คำแนะนำจากผม: ลองดาวน์โหลดแอปตรวจอากาศไว้ใช้กันนะครับ และติดตามการพิจารณากฎหมายนี้ให้ดี ถ้าคุณอยู่เชียงใหม่หรือภาคเหนือ ลองเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ดู สนุกและมีประโยชน์มาก! มาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอากาศสะอาดด้วยกันเถอะครับ

ที่มา – ชาวเชียงใหม่แสดงพลัง เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลักดันร่าง ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด’

นักวิชาการ มธ. เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย พร้อมเสนอเครื่องมือใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการท่องเที่ยวไทยที่กำลังมาแรงหลังโควิด แต่มีดราม่าจากนักวิชาการดังแห่งธรรมศาสตร์คนหนึ่ง ที่ออกมาชนวนเรื่อง นักวิชาการ มธ. เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย พร้อมเสนอเครื่องมือใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ นี่แหละครับ ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ย? ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องท่องเที่ยวและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน ผมเห็นด้วยว่ามันถึงเวลาที่ไทยต้องอัพเกรดตัวเองจาก ‘เที่ยวถูก’ สู่ ‘เที่ยวคุณภาพ’ แล้วล่ะ

ประเด็นสำคัญ

 

ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ด้านการตลาดจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. บอกว่าฟรีวีซ่า 60 วัน ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชั่วคราว แต่เสี่ยงดึงคนคุณภาพต่ำเข้ามาเยอะ อย่างกลุ่มใช้จ่ายน้อย ทัวร์ศูนย์บาท หรือแม้แต่อาชญากรข้ามชาติ ฟังแล้วน่าคิดนะครับ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยคัดกรองได้ง่ายๆ

ฟรีวีซ่าแบบเหมารวม เปิดช่อง ‘นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ’

ฟรีวีซ่าเปิดประตูให้ทุกคนแบบไม่เลือกหน้า ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวที่เน้นถูกๆ เข้ามาเยอะ บางกลุ่มแย่งงานคนไทย หรือเปิดร้านขายของชาติเดียวกัน ลดโอกาสผู้ประกอบการท้องถิ่น ผมเคยเห็นในปายที่เต็มไปด้วยร้านอาหารราคาถูกจากต่างชาติ มันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจริงๆ

กระทบภาพลักษณ์-ดันต้นทุนพื้นที่ท่องเที่ยว

โอเวอร์ทัวริซึมเกิดขึ้นง่ายๆ ที่ทะเลหรือภูเขา สถานที่ดังๆ แออัด คุณภาพบริการตก ภาพลักษณ์ไทยจาก ‘สยามเมืองยิ้ม’ กลายเป็น ‘สยามแออัด’ แบบนี้ต้นทุนชีวิตคนท้องถิ่นพุ่งตาม เช่น ปายแม่ฮ่องสอนที่ค่าห้องพักแพงขึ้นรวดเร็ว

จังหวะเหมาะ ยกเลิกช่วงท่องเที่ยวโลกชะลอตัว

ตอนนี้น้ำมันแพง ท่องเที่ยวโลกชะลอ เป็นโอกาสทองยกเลิกฟรีวีซ่า ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทัน โดยไม่กระทบหนัก ตอนตลาดบูม

นักวิชาการ มธ. เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย พร้อมเสนอเครื่องมือใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

แทนที่ฟรีวีซ่าแบบเดิม ศ.วิทวัสเสนอ Travel Fee ค่าเหยียบแผ่นดิน เอาเงินไปพัฒนาสถานที่ หรือระบบลงทะเบียนออนไลน์แบบเกาหลี-ญี่ปุ่น คัดกรองล่วงหน้าได้ด้วย AI สุดล้ำ! นอกจากนี้ฟรีวีซ่าทวิภาคี หรือให้ประเทศเปิดเส้นบินใหม่ ควบคุมคุณภาพได้เป๊ะ

ยังต้องรักษาสมดุล ‘นักท่องเที่ยวทุกระดับ’

อย่าลืมนักท่องเที่ยวระดับกลาง-ล่างนะครับ เขาช่วยเศรษฐกิจฐานราก ร้านก๋วยเตี๊ยว โฮมสเตย์คนไทยได้ประโยชน์ ขณะที่หรูๆ มักไปโรงแรมต่างชาติ สินค้านำเข้า กระจายรายได้น้อยกว่า

‘Exit Fee’ ทำได้ แต่ต้องไม่กระทบคนทำงานต่างประเทศ

Exit Fee จากคนไทยออกนอกประเทศ เอาเงินมาพัฒนาท่องเที่ยวใน ได้หลักการ แต่ยกเว้นแรงงาน OFW หรือธุรกิจที่เดินทางบ่อย อย่าให้ภาระหนักเกิน

ใช้รายได้คืนสู่ระบบท่องเที่ยวไทย

เงินจากค่าธรรมเนียม เอาไปโปรโมทเมืองรอง คูปองเที่ยวในประเทศ สร้างแรงจูงใจคนไทยเที่ยวไทย กระจายรายได้ทั่วถึง

สรุปแล้ว นักวิชาการ มธ. เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย พร้อมเสนอเครื่องมือใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ นี่คือเทรนด์โลกที่ไทยควรตาม เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่ใช้เทคโนโลยีคัดกรอง อนาคตท่องเที่ยวไทยต้องยั่งยืน คุณภาพนำ ลองคิดดูสิ ถ้าไทยเป็นจุดหมายพรีเมียม นักท่องเที่ยวรวยๆ มาใช้จ่ายเยอะ ทุกคน win-win! คุณเห็นด้วยมั้ย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันนโยบายดีๆ

ที่มา – นักวิชาการ มธ. เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย พร้อมเสนอเครื่องมือใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If

เมจิก: เดอะ แกเธอริ่ง กำลังจะขยายจักรวาลต่อเนื่องในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนเซ็ตครอสโอเวอร์สุดมันส์ หรือคนที่หลงใหลเกมหลักล้วนๆ ทุกคนมีของดีรออยู่!

เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If

ในงาน Magic Con วันศุกร์ที่ผ่านมา Wizards of the Coast ประกาศเซ็ตใหม่หลายชุด โดยไฮไลต์หลักคือ Reality Fracture ที่จะวางจำหน่ายเดือนตุลาคมนี้ เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If นี้จะปิดท้าย arc ปัจจุบันของเกม ที่ Planeswalker Jace สร้างจักรวาลทางเลือกเพื่อแก้ไขความเสียหายจาก Phyrexians และ Eldrazi ในอดีต

Echoverse ในเซ็ตนี้จะนำเสนอเวอร์ชันใหม่ของตัวละครยอดนิยมใน เมจิก เช่น Chandra ที่ใช้เวทมนตร์น้ำแข็งแทนไฟแบบเดิม! Meris Mullaley หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์และเรื่องราวของ Fracture บอกกับ Polygon ว่า เวอร์ชันใหม่ของ Chandra, Ajani และ Garruk เกิดจากเป้าหมายของ Jace ที่อยากสร้าง “มัลติเวิร์สที่สมบูรณ์แบบ” ซึ่งมีอคติส่วนตัวของเขาเอง “ความหุนหันของ Chandra เป็นสิ่งที่ Jace เจอบ่อยๆ มันมาจากไหน? ชีวิตของเธอมีอะไรหล่อหลอม? Jace จึงคิดว่า ‘What if พ่อของเธอไม่ตาย? What if เขากับ Chandra ช่วยกันรัน Avishkar?'”

เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If นำพาความสดใหม่

เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If นี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนลุคตัวละคร แต่ยังเปิดประตูสู่เรื่องราว “what if” ที่น่าตื่นเต้น ทำให้ผู้เล่นได้สำรวจมิติใหม่ของตัวละครโปรด เหมือนใน Marvel’s What If? แต่ในจักรวาลเมจิก! นอกจากนี้ยังมี mechanic ใหม่ๆ ที่จะทำให้เด็คบิลด์สนุกยิ่งขึ้น

ด้านครอสโอเวอร์ Wizards กลับสู่ Middle-earth อีกครั้งกับเซ็ต The Hobbit สำหรับ เมจิก: เดอะ แกเธอริ่ง ต่อจาก Lord of the Rings ปี 2023 ตัวละครและสถานที่จากนิยายเรื่องก่อนของ J.R.R. Tolkien จะมีการ์ดเป็นของตัวเอง Gandalf และ Bilbo ได้อัปเดตใหม่ บางการ์ดมีอาร์ตคล้ายปกหนังสือ บางใบใช้ภาษาคนแคระ!

  • Reality Fracture: วางจำหน่าย 2 ตุลาคม
  • The Hobbit: วางจำหน่าย 14 สิงหาคม
  • ทั้งสองเซ็ตจะมี booster และสินค้าพิเศษมากมาย

นอกจากนี้ Wizards ยังมีเกมใหม่ Mood Swings ที่น่าจับตา

เซ็ตเมจิกชุดใหญ่ถัดไป What If อย่าง Reality Fracture จะเปลี่ยนวิธีที่เราเล่นเมจิกไปตลอดกาล มันไม่ใช่แค่เซ็ตใหม่ แต่เป็นการท้าทายจินตนาการ “what if” ของแฟนๆ ทุกคน ถ้าคุณเป็นคอลเลคเตอร์หรือคอมพีตติเวอร์ อย่าพลาดเด็ดขาด! ไปเตรียมกระเป๋าตังค์รอเลย แล้วมาบอกกันในคอมเมนต์ว่าคุณชอบเวอร์ชัน Chandra น้ำแข็งไหม?

ที่มา – The Next Big Original ‘Magic’ Set Is a ‘What If?’ Adventure

หวังว่า Mortal Kombat II จะรู้ว่าทำอะไรอยู่

อีกไม่กี่วัน เราก็จะได้พูดถึง Mortal Kombat II ภาคต่อจากรีบูตปี 2021 แล้ว ตอนนี้กระแสตอบรับดีมาก บอกว่าดีกว่าเรื่องแรกเยอะ ซึ่งดีแล้วล่ะ เพราะหนังเรื่องแรกมันเหมือนอุบัติเหตุที่โชคดี

ก่อนและระหว่างที่รีบูตปี 2021 ออกฉาย มันมีจุดเด่นหลายอย่าง ตั้งแต่ตัวอย่างแรกที่โฟกัสเลือดสาดและฉากต่อสู้เต็มๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเพราะงบโปรโมทน้อย แต่นี่คือตัวอย่างเดียวที่ออกมา เวอร์ชัน “green band” ก็เหมือนโฆษณาซุปเปอร์โบวล์ยาวๆ มันช่วยให้หนังได้เปรียบ แถมยังเป็นหนึ่งในหนัง Warner Bros. เรื่องแรกๆ ที่ฉายคู่ HBO Max/โรงภาพยนตร์เพราะโควิด บวกกับแฟรนไชส์ที่กำลังมาแรงตอนนั้น และกระแสเกมดัดแปลงหนังยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ Mortal Kombat กลายเป็นหนังเปิดตัวใหญ่สุดของ HBO Max ตอนนั้น

หวังว่า Mortal Kombat II จะรู้ว่าทำอะไรอยู่

ย้อนดูหนังเรื่องแรก ผมเห็นว่าความสำเร็จมาจากฉากแอคชั่น การต่อสู้ส่วนใหญ่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเปิดเรื่องและตอนจบที่โฟกัส Scorpion กับ Sub-Zero ซึ่งเป็นไฮไลต์ แต่ฉากอื่นๆ ก็ไม่เลว โดยเฉพาะเลือดสาดที่ตัวอย่างโฆษณาไม่โกหก มี Fatalities ด้วย ซึ่งเป็นตอนที่กล้องและการตัดต่อไม่เกะกะ ให้เห็นการฆ่าอย่างชัดเจน

แต่ส่วนอื่นๆ นี่แหละที่หนังพัง โจทย์หลักของ Mortal Kombat (รีบูต) คือมันเหมือนอยู่ในโลกที่ไม่มีเกม มันยากตั้งแต่แรกเพราะแฟรนไชส์ดังมาก และยิ่งยากขึ้นระหว่างเรื่อง ตัวละครบางตัวพูดทาสีจากเกมแบบไม่มีเหตุผล เช่น Kung Lao พูด “Flawless victory!” หลังหมวกตัดแวมไพร์ครึ่งตัว แต่ตัวละครยังไม่มีพลังขนาดนั้น แถมยังไม่ชัดว่ามีทัวร์นาเมนต์จริงๆ มั้ย

ปัญหาใหญ่ของรีบูต Mortal Kombat 2021

สำหรับแฟน Kombat จริงๆ ปัญหาใหญ่คือ Cole Young ของ Lewis Tan ตัวละครใหม่ที่เป็นตัวแทนผู้ชม หนังไม่รู้จะทำยังไงกับเขา ว่าจะเป็นฮีโร่หลัก (แบบ Scorpion คนต่อไป) หรือแค่หนึ่งในทีม เขาเหมือนแก้ปัญหาที่ไม่มีจริง ยิ่งแย่เพราะ Sonya กับ Liu Kang ในเกมและหนังเก่าก็ทำบทแบบนี้ได้อยู่แล้ว นักแสดงดีทั้งหมด แต่ปิดบังไม่ได้ว่าหนังไม่มีแผนสำหรับใครนอกจากดูเท่และทำท่าทางเด็ดๆ

ในจุดดีที่สุด Mortal Kombat 2021 ก็แค่ “ดีแบบน่าหงุดหงิด” และขึ้นกับว่าคุณชอบเกมแค่ไหน โชคดีที่การตลาด Mortal Kombat II ดูอัพเกรดทุกด้าน: รู้ว่าอยากเป็นยังไง ตัวละครมีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเน้นทัวร์นาเมนต์แบบเต็มๆ แม้ Johnny Cage จะทำให้คิด “ทำไมไม่ทำเป็นภาคแรกเลย?” แต่ความพยายามนี้คนเห็น กระแสต้นๆ ชมว่าดีกว่าเดิม Warner Bros. มั่นใจจัด ภาคสาม ไปแล้ว

ด้วย Mortal Kombat 1 ที่อายุสั้นกว่าที่ NetherRealm คาด และสตูดิโอหันไปทำ โปรเจกต์อื่น หนังต้องสานต่อแฟรนไชส์จนกว่าจะมีเกมใหม่ เราจะรู้ว่า Mortal Kombat II ทำได้มั้ย และคนดูจะช่วยนานแค่ไหน เมื่อฉาย 8 พฤษภาคม

อยากข่าว io9 เพิ่ม? ดูตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe, และ Doctor Who

สุดท้าย ผมยังคง หวังว่า Mortal Kombat II จะรู้ว่าทำอะไรอยู่ และพาแฟรนไชส์ไปข้างหน้าได้จริง รอติดตามและมาพูดคุยกันหลังดู!

ที่มา – I Hope ‘Mortal Kombat II’ Knows What It’s Doing

ออสการ์แบน AI จากรางวัลแสดงและเขียนบท

วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการภาพยนตร์โลกเลยนะ! ออสการ์แบน AI จากรางวัลแสดงและเขียนบท เรียบร้อยแล้ว สถาบัน Academy of Motion Picture Arts and Sciences ออกกฎใหม่ที่ชัดเจนมาก เพื่อไม่ให้ AI มาแย่งซีนนักแสดงและนักเขียนมนุษย์

ออสการ์แบน AI จากรางวัลแสดงและเขียนบท

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สถาบันออสการ์ประกาศกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการส่งเข้าชิงรางวัล โดยเฉพาะหมวดแสดงและเขียนบท สำหรับบทบาทแสดง จะต้องเป็น “บทบาทที่บันทึกในเครดิตภาพยนตร์อย่างถูกกฎหมาย และแสดงโดยมนุษย์ด้วยความยินยอมของพวกเขา” (เน้นคำโดยพวกเราเองนะ) ส่วนเขียนบทก็ชัดเจนไม่แพ้กัน “บทภาพยนตร์ต้อง เขียนโดยมนุษย์ เท่านั้นถึงจะส่งชิงได้”

ทำไมถึงออกกฎนี้? เพราะช่วงหลังๆ บริษัท AI ต่างๆ พยายามผลักดันนักแสดงที่สร้างจาก AI เช่น Tilly Norwood ที่เพิ่งปล่อยมิวสิควิดีโอ หรือภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ใช้ AI สร้างภาพ Val Kilmer ผู้ล่วงลับไปแล้ว สิ่งเหล่านี้จุดชนวนดราม่าออนไลน์ใหญ่โต ผู้คนกังวลว่าถ้า AI ชนะออสการ์ งานมนุษย์จะเหลืออะไร?

ผลกระทบจากออสการ์แบน AI จากรางวัลแสดงและเขียนบท

กฎนี้ไม่ได้ห้ามการใช้ AI ในกองถ่ายนะ แต่ถ้าผลงานนั้นมี AI รับบทนำหรือเขียนบท ก็อดชิงออสการ์ไม่ได้เลย สถาบันบอกว่ายังไม่มีกฎสำหรับหมวดอื่นๆ เช่น เอฟเฟกต์ภาพ เสื้อผ้า หรือดนตรี แต่ก้าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และอาจเป็นแบบอย่างให้รางวัลอื่นๆ เช่น Emmy ตามไปทำบ้าง

นอกจากนี้ ออสการ์ยังมีเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีก เช่น นักแสดงคนเดียวสามารถชิงรางวัลได้หลายเรื่องในหมวดเดียวกัน และภาพยนตร์นานาชาติจะเครดิตชื่อภาพยนตร์แทนชื่อประเทศ สนใจรายละเอียดทั้งหมด คลิกที่นี่

  • แสดง: ต้องมนุษย์จริงๆ ด้วยความยินยอม
  • เขียนบท: ต้องมนุษย์เขียน 100%
  • หมวดอื่น: ยังไม่มีกฎ แต่จับตาดู

ในยุคที่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Disney กำลังเล่นกับ AI อย่าง Sora แต่ทางออสการ์เลือกยืนกรานปกป้องศิลปินตัวจริง มันแสดงให้เห็นว่าออสการ์ยังให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ในวงการภาพยนตร์ การตัดสินใจนี้ไม่เพียงช่วยลดความกังวล แต่ยังส่งสัญญาณชัดเจนถึงอนาคตของอุตสาหกรรม

สำหรับแฟนหนังอย่างเราๆ คิดยังไงบ้าง? การใช้ AI ในภาพยนตร์ควรมีขอบเขตแค่ไหน หรือปล่อยให้เทคโนโลยีนำไปเลย? ถ้าคุณเห็นด้วยกับออสการ์แบน AI จากรางวัลแสดงและเขียนบท ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ สนับสนุนนักแสดงและนักเขียนตัวจริงกันเถอะ!

อย่าลืมติดตามข่าวหนังเพิ่มเติม เช่น กำหนดฉายMarvel, Star Wars และอื่นๆ ด้วยล่ะ

สรุปแล้ว กฎใหม่นี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ออสการ์ยังคงเป็นรางวัลสูงสุดของมนุษย์ตัวจริง Opinion จากเรา: ดีมาก! ศิลปะต้องมาจากหัวใจมนุษย์

ที่มา – The Oscars Just Banned AI From Winning Acting and Writing Awards

โครงการคริปโตทรัมป์เผชิญคดีและตรวจจริยธรรม

โครงการคริปโตทรัมป์เผชิญคดีและตรวจจริยธรรมกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง World Liberty Financial ที่เชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์ ซึ่งตอนนี้ถูกฟ้องร้องจากมหาเศรษฐีคริปโต Justin Sun นอกจากนี้ กฎหมาย CLARITY Act อาจเพิ่มมาตรการที่ป้องกันทรัมป์จากการทำกำไรจากคริปโตขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วน Eric Trump ก็ถูกถอดชื่อออกจากเว็บไซต์ของ Alt5 Sigma Corp แล้ว

โครงการคริปโตทรัมป์เผชิญคดีและตรวจจริยธรรม

ครอบครัวทรัมป์รายงานว่าทำกำไรได้ถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในปี 2025 จากการขายโทเค็น มิเมคอยน์ และดีลต่างๆ ซึ่งช่วยชดเชยความสูญเสียในธุรกิจอื่นๆ แต่ตอนนี้โครงการคริปโตที่เชื่อมโยงกับทรัมป์กำลังวุ่นวายหนัก รายงานกำไรคริปโตครอบครัวทรัมป์ ชี้ว่ามากส่วนโยงใยกับการเป็นประธานาธิบดี เช่น การอภัยโทษ Changpeng Zhao อดีต CEO Binance ที่ถูกกล่าวหาว่า ทุจริต และการขายหุ้น 49% ของ World Liberty Financial ให้หน่วยงานจาก UAE ดีล UAE

พรรคเดโมแครตผลักดันให้เพิ่มประเด็นจริยธรรมใน CLARITY Act มานาน ส.ว. Thom Tillis จากรีพับลิกันเพิ่ง สนับสนุน และบอกว่ากฎหมายพร้อมเข้าสู่การพิจารณา ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าต้องผ่านสภาคองเกรสก่อนเลือกตั้งกลางเทอมพฤศจิกายน เพราะถ้าเดโมแครตชนะเยอะ กฎหมายที่ล็อบบี้คริปโตต้องการจะล่าช้า ก่อนหน้านี้กฎหมายติดขัดจาก ข้อพิพาทระหว่างคริปโตกับธนาคารเรื่อง stablecoin yield ตอนนี้ Kalshi ให้โอกาสผ่านกฎหมายปีนี้ที่ 46%

คดีความ World Liberty Financial จาก Justin Sun

นอกจากสภาคองเกรสที่อาจตัดช่องทางกำไรคริปโตของทรัมป์ โครงการคริปโตทรัมป์เผชิญคดีและตรวจจริยธรรมยังมีคดีจาก Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron ฟ้องร้อง Sun เคยเป็นตัวเอกในจดหมายถึง SEC จาก ส.ว.เดโมแครตที่สงสัย pay-to-play จากการถือ WLFI และ TRUMP memecoin คดีนี้เกี่ยวกับการแช่แข็งสินทรัพย์ของ Sun ซึ่งฟ้องหลังคดี SEC จบ แล้ว

World Liberty Financial ยังถูกวิจารณ์ที่ยืม stablecoin โดยใช้โทเค็นตัวเองเป็นหลักประกัน คล้าย FTX ที่ล้มละลาย คล้าย FTX

Alt5 Sigma Corp และปัญหาอื่นๆ

Alt5 Sigma Corp ที่เชื่อมโยงทรัมป์ หุ้นตก 85% ในปีที่ผ่านมา The Daily Beast รายงาน ว่า Eric Trump ถูกลบจากหน้าลีดเดอร์ชิปเว็บไซต์ แม้บทบาทลดลงตั้งแต่ปลายปีก่อน หน้าลีดเดอร์ชิปตอนนี้ออฟไลน์ บริษัทนี้ให้โครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล และเคย ประกาศ ซื้อ WLFI 1.5 พันล้านดอลลาร์เข้าท้องพระคลัง

นอกจากนี้ เดโมแครตส่งจดหมายถึง Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนกับ Tether จากเงินกู้ให้ทรัสต์ครอบครัว Lutnick วงการคริปโตทั้งหมดกำลังเผชิญวิกฤตจุดมุ่งหมาย จากการรวมศูนย์ที่เปิดเผย Tether แช่แข็ง USDT ของอิหร่าน แช่แข็งสินทรัพย์ Arbitrum ใช้การแก้ไขแบบรวมศูนย์ชดเชยเหยื่อแฮก ทำให้คำขวัญ “code is law” สั่นคลอน แต่บิตคอยน์ยังคงเป็นเงินไร้การอนุญาต โดยอิหร่าน ชอบใช้ในช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์โครงการคริปโตทรัมป์เผชิญคดีและตรวจจริยธรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในวงการคริปโตที่ผสมโรงการเมือง นักลงทุนควรติดตามใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หากคุณสนใจข่าวคริปโต ลองสมัครรับข่าวสารเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – Trump Crypto Projects Facing Lawsuit, Potential Ethics Crackdown, and More

Visible Zorker เปิดดูการทำงานเกมยุค 80s

คนส่วนใหญ่คิดถึงเกมยุคปลาย 70s ต้น 80s ว่าเป็น Space Invaders หรือ Pac-Man ในตู้เกม แต่สำหรับนักเล่นคอมพิวเตอร์บ้านในยุคนั้น มักจะนั่งงงกับเกมแนวอื่นอย่าง Zork และภาคต่อๆ มา ร่วมกับต้นแบบ Colossal Cave Adventure มันเป็นผู้บุกเบิกแนว text adventure หรือเกม parser แบบไร้กราฟิกที่ตอนนี้เรียกใหม่ว่า “interactive fiction” อย่างหรูหรา

Zork ไม่ใช่แค่ฮิตแรกของ Infocom แต่ยังเป็นความสำเร็จทางเทคนิคด้วย ความนิยมมาจากการพกพาได้ง่าย รันได้ทั้ง Commodore 64, PC 8086 หรือ ZX Spectrum ในยุคที่เครื่องแต่ละตัวไม่เข้ากัน

ความยืดหยุ่นนี้มาจาก Z-Machine หรือ virtual machine ก่อนยุค แกะเกมเขียนด้วย Zork Implementation Language แล้วคอมไพล์เป็น Z-Code ที่ Z-Machine รัน แค่เขียน interpreter ใหม่สำหรับแต่ละเครื่องก็พอ (เอกสาร Z-Machine)

Visible Zorker เปิดดูการทำงานเกมยุค 80s

เกือบ 50 ปีหลัง Zork ออก มีเว็บ Visible Zorker โดย Andrew Plotkin (บล็อกเขา) ที่แสดงสถานะ Z-Machine แบบเรียลไทม์ เหมือนเปิดฝากระโปรงรถดูเครื่องยนต์ทำงานขณะขับ แต่ปลอดภัยกว่า!

Zork I และ II มีมานานแล้ว แต่ Zork III (1982) เพิ่งเพิ่ม 1 พ.ค. มันยากที่สุดในไตรภาค ผมเคยเล่นแต่แก้ไม่ผ่าน เลยอยากดูภายใน

ดู parser ภายใน Visible Zorker เปิดดูการทำงานเกมยุค 80s

ลองดู parser ของ Zork ที่ไม่เพอร์เฟกต์นัก เรามักเสียเวลาพิมพ์คำสั่งให้เข้าใจ เช่น พูดกับ thief มันงงกับคำว่า “gold”

แต่ parser Infocom เรียบง่าย สวยงาม ใช้ลิสต์ verb/noun มี synonym/abbrev เช่น “lamp”=lantern, “n”=north แม้พิมพ์ผิดยังได้ Verb แต่ละตัวเรียกฟังก์ชัน บางตัวต้องมี noun เช่น “look” แสดงห้อง, “look [noun]” ดูของ ถ้าไม่มีบอก “You can’t see any [noun] here!”

ตัวอย่างซับซ้อน: สเปรย์ Frobozz Magic Grue Repellent (grue กินคนในที่มืด)

  • เช็คกระป๋องว่างไหม
  • ถ้าพิมพ์ “burn can” ระเบิดตาย
  • เช็คสเปรย์ที่ไหน ถ้าไม่ระบุ ถือว่าสเปรย์อากาศ เสียของ (เกมถาม “spray can on what?” ถ้าพิมพ์แค่ spray can)
  • สเปรย์ตัวเอง ได้ป้องกัน grue 5 ตา เริ่ม timer I-SPRAY ตั้ง flag SPRAYED? SPRAY-USED?

เห็นไหม สเปรย์ผิดที่ แพ้เลย!

Zork III ดังเรื่อง Royal Puzzle หรือ sliding puzzle ขนาดใหญ่ (แบบ นี้) แก้ใน text game ยากมาก ต้องมี spatial awareness สูง

Visible Zorker แสดงว่าเกมใช้ array 36 ช่องสำหรับ grid 6×6 เก็บตำแหน่ง walls/objects ไม่ใช้ 36 ห้อง แต่ห้องเดียว สลับของเข้า-ออกตามตำแหน่งผู้เล่น เช่น วาง sword ที่ x:3 y:4 แล้ว east เกมอัพเดท pos เป็น x:4 y:4 ลบ sword ออก west กลับมา sword ปรากฏใหม่ ประหยัดหน่วยความจำ (ทั้งเกมมี ~60 ห้อง, source code 92 KB!)

คล้ายเกมสมัยใหม่: ทุกเกมคือ state variables – ไปห้องไหนแล้ว? ฆ่ามอนสเตอร์? inventory? health? Timer? โดนตี ลบ health ถ้า <0 เรียก JIGS-UP ตาย restore save

หลักการเดียวกับ Elden Ring แค่ implement ต่าง

และอย่าลืมพิมพ์ “Hello sailor” ใน Zork III ที่จุดหนึ่ง มันบอก “Nothing happens yet.” แล้วรอ มี ancient mariner มา!

Visible Zorker เปิดดูการทำงานเกมยุค 80s ทำให้เห็นว่าเทคนิคเก่าๆ ยังเป็นรากฐานเกมวันนี้ ลองไปเล่นดู แล้วคุณจะหลงรัก Zork ใหม่!

ที่มา – The Visible Zorker Lets You Peer Under the Hood to See How Games Worked in the 80s

เปิดแล้ว ‘สะพานเขียว’ โฉมใหม่ เชื่อมสวนลุมฯ-สวนเบญฯ วิ่งเพลิน เดินยาวกว่าที่เคย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวดีสำหรับสายรักสุขภาพและคนที่ชอบเดินเล่นในกรุงเทพฯ มาแชร์กัน เปิดแล้ว ‘สะพานเขียว’ โฉมใหม่ เชื่อมสวนลุมฯ-สวนเบญฯ วิ่งเพลิน เดินยาวกว่าที่เคย เรียกได้ว่าเป็นจุดเชื่อมต่อสุดชิลล์ที่ทำให้การออกกำลังกายหรือพักผ่อนกลายเป็นเรื่องง่ายดายไปเลย โดยเฉพาะชาวกรุงที่อยากหนีความวุ่นวายแต่ยังอยู่ใจกลางเมือง

เปิดแล้ว ‘สะพานเขียว’ โฉมใหม่ เชื่อมสวนลุมฯ-สวนเบญฯ วิ่งเพลิน เดินยาวกว่าที่เคย

อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สะพานเขียวเวอร์ชันอัปเกรดนี้ทอดยาวเชื่อมจากสวนลุมพินีตรงไปยังสวนเบญจกิติ รวมระยะทางกว่า 1.6 กิโลเมตร! ลองนึกภาพสิครับ เดินหรือวิ่งแบบต่อเนื่องไร้รอยต่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องถนนหรือรถรา แถมยังเป็น green corridor ที่ช่วยให้กรุงเทพฯ สดชื่นขึ้นอีกเป็นกอง

ที่มาของการปรับปรุงครั้งนี้คือการอำนวยความสะดวกให้ทุกคน โดยเฉพาะคนเมืองที่ขาดพื้นที่สีเขียว พื้นที่สำหรับคนเดินถูกปูด้วยหญินแกรนิตคุณภาพสูง เดินสบายเท้าไม่ลื่น แม้ฝนตกหนัก ส่วนเลนจักรยานใช้วัสดุ Sport Surface ที่ลดแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ลายสีสันสดใสแต่ยังคงเอกลักษณ์สีเขียวตามชื่อสะพานไว้ครบถ้วน ผมในฐานะคนที่ชอบวิ่งเช้า บอกเลยว่ามันออกแบบมาสำหรับ active lifestyle จริงๆ

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทุกวัย

นอกจากพื้นผิวสุดพรีเมียม ตลอดเส้นทางยังมีจุดพักผ่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นม้านั่งชิลล์ ลิฟต์สำหรับขึ้นลงสะพาน ทางลาดสำหรับวีลแชร์และรถเข็นเด็ก รวมถึงเลนจักรยานที่แยกชัดเจน เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ เรียกได้ว่ารัฐบาลคิดถึง user experience แบบ smart city เลยครับ ยุคนี้ที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วย urban planning แบบนี้แหละที่ทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น

  • พื้นเดิน: หินแกรนิต สบายเท้า ทนทาน
  • เลนจักรยาน: Sport Surface ลด shock ลายสีสัน
  • สิ่งอำนวย: ลิฟต์ ทางลาด ม้านั่ง
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 06.00-18.00 น. มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ประโยชน์สุขภาพและเทรนด์เมืองสีเขียว

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามเรื่อง fitness tech มาหลายปี การมีเส้นทางเดินยาว 1.6 กม. แบบนี้ช่วยให้เราบรรลุ daily step goal ได้ง่ายๆ ใช้แอปอย่าง Strava หรือ Fitbit วัดระยะ ก็สนุกไปอีกแบบ ลองคิดดูสิ วิ่งจากสวนลุมไปสวนเบญจกิติ ระหว่างทางได้ชมวิวคลองและต้นไม้เขียวขจี ช่วยลด stress จากงานและจราจรได้ดีนัก แถมยังส่งเสริมเทรนด์ sustainable urban living ที่กำลังมาแรงทั่วโลก เช่นเดียวกับ High Line ในนิวยอร์กหรือ Gardens by the Bay ในสิงคโปร์

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบ entertainment สามารถปิกนิกหรือถ่ายรูปชิลล์ๆ ได้ด้วย มีมุมสวยๆ เต็มไปหมด แนะนำไปช่วงเช้าหรือเย็น อากาศดีสุดๆ ในมุม expert ผมมองว่านี่คือก้าวสำคัญของกรุงเทพฯ สู่ smart green city ที่ผสมผสานเทคโนโลยีกับธรรมชาติได้ลงตัว

สุดท้ายนี้ อย่ารอช้า! ไปลอง เปิดแล้ว ‘สะพานเขียว’ โฉมใหม่ เชื่อมสวนลุมฯ-สวนเบญฯ วิ่งเพลิน เดินยาวกว่าที่เคย กันเลยครับ รับรองติดใจ อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้วยนะ

ที่มา – เปิดแล้ว ‘สะพานเขียว’ โฉมใหม่ เชื่อมสวนลุมฯ-สวนเบญฯ วิ่งเพลิน เดินยาวกว่าที่เคย

ฮอลลีวูดทำหนังสยองขวัญฮิปโปสักที

ในฐานะแฟนหนังสยองขวัญตัวยง ผมคิดว่าปี 2025 เริ่มต้นได้ดีมาก มีหนังน่ากลัวเรื่องใหม่ๆ อย่าง เรื่องนี้ และอีกหลายเรื่องกำลังมา แต่หนังที่ผมรอคอยที่สุดตอนนี้คือ Hungry หนังสยองขวัญคาฮิปโปที่จะฉายปลายเดือนมิถุนายนนี้ ดูตัวอย่างได้เลย

ฮอลลีวูดทำหนังสยองขวัญฮิปโปสักที

ทำไมถึงตื่นเต้นขนาดนี้? เพราะผมชอบหนังสยองขวัญที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์จริงๆ หน่อยๆ และฮิปโปนี่แหละที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตจริง เมื่อเทียบกับฉลาม หมี หรือสัตว์อื่นๆ ที่ฮอลลีวูดเคยทำหนังไล่ฆ่า

ฮิปโป (Hippopotamus amphibius) ไม่ใช่สัตว์ที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลกนะ สัตว์อันตรายสุดคือยุง เพราะพาโรคมาด้วย โรคมาลาเรียปี 2024 ฆ่าคนกว่า 5 แสนคนตาม WHO

แต่ถ้านับเฉพาะการฆ่าโดยตรง ไม่รวมโรค ฮิปโปโหดมาก! ในแอฟริกา คาดว่าฆ่าคนปีละ 500 คน ไม่ใช่เพราะกินนะ เพราะฮิปโปกินหญ้า แต่เพราะดุร้าย ปกป้องเขตแดน งับเรือจม ฟันมนุษย์ขาดได้สบาย

ตัวอย่างหนัง Hungry คล้าย Hungry Hungry Hippos เวอร์ชันสยอง

เหตุผลที่ฮอลลีวูดทำหนังสยองขวัญฮิปโปสักที

ตัวเลขฮิปโปฆ่าคนมากกว่าสัตว์ที่ฮอลลีวูดชอบใช้เป็นตัวร้ายเยอะ เช่น ฉลามจาก Jaws ปีที่แล้วฆ่าแค่ 12 คน หมีกริซลี่ 2-3 คน ต่อปีในอเมริกาเหนือ

ยังมีหนังสยองขวัญจากสัตว์ที่ฆ่าคนน้อยกว่านี้อีก เช่น ปลาหมึก (แค่ 3 รายจาก blue-ringed ทั้งหมด) วาฬเพชฌฆาต (0 ในป่า แต่ captive 4) พิรันย่า (หายาก แต่ 2022 มี 4 ราย) น่าขำที่มีหนัง กระต่ายสังหาร หอยทาก แกะ ก่อนฮิปโป!

ยกให้ Lake Placid ซีรีส์จระเข้ เพราะจระเข้จริงๆ ฆ่า 1,000 คน/ปี

จริงๆ Hungry ไม่ใช่หนังฮิปโปเรื่องแรกนะ มี Hippo’s Revenge ออสซี่ ธันวาคมที่แล้ว แต่ไม่ดัง ดูจากรีวิว IMDB น้อยๆ แต่ Hungry ตัวอย่าง ล้านวิวแล้ว

6 โรคสมมติสุดสยองและแรงบันดาลใจจริง

ฮิปโปก็กลัวมนุษย์นะ ประชากรลดจากสูญเสียที่อยู่อาศัย ล่าเถื่อน IUCN จัด vulnerable เราต้องระวังมากกว่า

สรุป ฮอลลีวูดทำหนังสยองขวัญฮิปโปสักที มันสมเหตุสมผล เพราะพลังทำลายล้างจริงๆ ของฮิปโปน่ากลัวยิ่งกว่า!

นี่คือลิสต์สัตว์ตัวร้ายหนังสยองที่ฆ่าคนน้อยกว่าฮิปโป:

  • ฉลาม: 12 ราย/ปี
  • หมีกริซลี่: 2-3 ราย/ปี
  • ปลาหมึก: 3 รายทั้งหมด
  • วาฬเพชฌฆาต: 0 ในธรรมชาติ
  • พิรันย่า: หายากมาก

คุณคิดยังไงกับหนังสยองขวัญฮิปโปเรื่องนี้? อย่าลืมดู Hungry วันที่ 23 มิถุนายน โดย James Nunn จาก Signature Entertainment ชวนเพื่อนมาดูแล้วมาคุยกัน!

ที่มา – Hollywood Has Finally Made a Hippo Horror Movie. It’s About Time