ผู้เขียน: lalika69_admin

ฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ สิ่งที่ควรรู้

ไวรัสฮันตาไวรัสที่ปกติพบบนบก กลับบุกเรือสำราญเข้าให้แล้ว! มีรายงาน ฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 170 คน เดินทางจากอาร์เจนตินาไปยังเคปเวิร์ด เกาะนอกชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา ทำให้มีคนป่วยอย่างน้อย 6 ราย และเสียชีวิต 3 ราย องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันแล้วว่าพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย และสงสัยอีก 5 ราย แม้เจ้าหน้าที่ยังสืบหาต้นตอแน่ชัด แต่ฮันตาไวรัสไม่ใช่โรคติดต่อง่ายระหว่างคน

ฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ เกิดจากอะไร?

ฮันตาไวรัสเป็นตระกูลไวรัสใหญ่ พบในหนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ในทวีปอเมริกา (New World) ทำให้เกิด HPS หรือ hantavirus pulmonary syndrome ซึ่งรุนแรงกระทบปอดและหัวใจ อัตราตาย 1 ใน 3 ในทวีปเอเชียและยุโรป (Old World) ทำให้เกิด HFRS หรือ hemorrhagic fever with renal syndrome กระทบไต อัตราตาย 1-15% ตามสายพันธุ์ เช่น Seoul virus ที่แพร่หลายทั่วโลก

คนติดเชื้อส่วนใหญ่จากสูดดมฝุ่นอุจจาระหรือปัสสาวะหนูที่ติดเชื้อ หรือสัมผัสโดยตรง บางครั้งจากกัดข่วน แต่หายากมาก ตาม CDC การแพร่จากคนสู่คนแทบไม่มี ยกเว้น Andes virus ในชิลีที่อาจติดผ่านน้ำลายหรือหยดน้ำลื่น แต่ผู้เชี่ยวชาญยังสงสัยเพราะหลักฐานไม่ชัด

ประวัติฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญและทั่วโลก

ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1993 พบเคสน้อยกว่า 900 ราย ส่วนใหญ่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ แต่หนูพาเชื้ออยู่ได้ทุกที่ สำหรับ ฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ ครั้งนี้ ยังไม่ยืนยันสายพันธุ์ แต่ทำให้ป่วยทางเดินหายใจรุนแรง โชคดีที่ไม่น่ากลัวสำหรับคนทั่วไป

ทำไมถึงเกิดบนเรือ? อาจจากหนูที่ลักลอบขึ้นเรือ หรือเศษอาหารดึงดูดสัตว์ตัวเล็ก สภาพอับชื้นบนเรือยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เรือ MV Hondius เป็นเรือสำราญสำรวจที่ไปพื้นที่ห่างไกล อาจเจอหนูป่าได้ง่าย

อาการของฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ

เริ่มจากไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ 5-8 วันหลังติดเชื้อ จากนั้น HPS จะมีหายใจลำบาก ปอดบวม HFRS จะปัสสาวะน้อย เลือดออก ไม่มียารักษาเฉพาะ ต้องประคับประคอง รักษา supportive care

  • ไข้สูง อ่อนเพลีย
  • ปวดท้อง คลื่นไส้
  • หายใจเหนื่อย ปอดบวม (HPS)
  • ไตวาย เลือดออก (HFRS)

ในสหรัฐฯ เคสส่วนใหญ่จากทำความสะอาดโรงนา โกดัง หรือก่อสร้างที่รกร้าง

วิธีป้องกันฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ

CDC แนะนำง่ายๆ:

  • ปิดช่องโหว่บ้าน ป้องกันหนูบุก
  • กำจัดขยะ อย่าให้หนูมาหา
  • เจอรังหนู ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเช็ด
  • คนเสี่ยงสูงอย่างหมอสัตว์หรือกำจัดปลวก ใส่ PPE เต็มยศ
  • อย้าเลี้ยงหนูเป็นสัตว์เลี้ยง ถ้ามีเด็กเล็กหรือคนป่วย

บนเรือสำราญ ควรตรวจสอบห้องพักให้สะอาด สเปรย์ยาฆ่าแมลง และแจ้งลูกเรือถ้าพบร่องรอยหนู นักเดินทางควรพกหน้ากากและเจลล้างมือ

สรุปแล้ว ฮันตาไวรัสระบาดบนเรือสำราญ แม้ดูน่ากลัว แต่ป้องกันได้ ถ้าคุณวางแผนเที่ยวเรือสำราญ อย่าลืมเช็คมาตรฐานความสะอาดของเรือ และเตรียมตัวรับมือโรคติดเชื้อ ลองแบ่งปันเคล็ดลับป้องกันในคอมเมนต์ด้านล่างนะ!

ที่มา – Hantavirus Outbreak Hits Cruise Ship. Here’s What You Should Know

ดูฉากเปิด The Mandalorian and Grogu บน Disney+ ได้แล้ว

แฟน Star Wars ทุกคนเตรียมตัวได้เลย เพราะ ดูฉากเปิด The Mandalorian and Grogu บน Disney+ ได้แล้ว ตอนนี้เลย! หนังเรื่องนี้ใกล้ฉายแล้ว เพียงไม่กี่สัปดาห์ Lucasfilm และ Disney ก็ไม่รอช้า ปล่อยคลิปทีเซอร์จากฉากเปิดเรื่องสุดอลังการมาให้ชมฟรีบน Disney+ สำหรับสมาชิกทุกคน หลังจากโชว์แบบเต็มๆ ที่ CinemaCon เดือนที่แล้ว และเตรียมฉายใน IMAX สำหรับ Star Wars Day คลิปนี้ย่อส่วนจากลำดับเกือบ 20 นาที เหลือแค่ 4 นาที แต่รับรองว่ามันส์สะใจแน่นอน

ชื่อคลิปคือ The Mandalorian and Grogu: A Special Look หาชมได้ง่ายๆ จากหน้าแรก Disney+ เลย เรื่องราวตาม Din Djarin (Pedro Pascal) และ Grogu ลูกชายสุดน่ารัก ไปต่อสู้กับกองทัพ Imperial Remnant บนดาวน้ำแข็ง ฉากนี้ถูกพูดถึงมานาน ตั้งแต่ D23 2024, Star Wars Celebration Japan 2025 จนถึง CinemaCon ล่าสุด

ดูฉากเปิด The Mandalorian and Grogu บน Disney+ ได้แล้ว อย่ารอช้า!

คลิปเริ่มด้วยข้อความแนะนำสั้นๆ แล้วตัดเข้าฉากแอคชั่นทันที Din ไล่ถล่ม Snowtroopers ทั้งกองจาก AT-AT walker อย่างง่ายดาย ก่อนระเบิดมันอีกลูกสองลูก สุดท้ายไล่ล่า Warlord (Hemky Madera จาก The Mandalorian ซีซั่น 3) ที่กำลังหนีไป ฉากนี้โหดมาก แต่มีลูกเล่นน่ารักอย่าง homage รถของเล่น Kenner minirig INT-4 Interceptor ที่กลายเป็น escape pod เล็กๆ น่ารัก ก่อนที่ AT-AT ตัวสุดท้ายจะระเบิดตูมตาม

Din และ Grogu หนีกลับไปที่ U-Wing ซึ่งมี Zeb Orellios จาก Star Wars Rebels (Steve Blum เสียงเดิม) มานั่ง pilot อยู่ โอ้โห! การกลับมาของตัวละครเก่านี่แหละที่ทำให้แฟนกรี๊ด นี่คือการตลาดสุดเจ๋งของ Disney ทำให้ทุกคนอยากดูหนังเต็มๆ ทันที

ทำไมต้องดูฉากเปิด The Mandalorian and Grogu บน Disney+?

  • แอคชั่นระดับตำนาน: ระเบิด AT-AT สองตัวในคราวเดียว มันส์หยด!
  • ตัวละครคุ้นเคย: Grogu น่ารัก, Din เท่, Zeb กลับมาเซอร์ไพรส์
  • ภาพสวยงาม: ดาวน้ำแข็งกับเอฟเฟกต์หิมะ สุดอลังการ เหมือนอยู่ในจักรวาล Star Wars จริงๆ
  • ฟรีสำหรับสมาชิก: ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แค่ล็อกอิน Disney+

นอกจากนี้ หนังยังมี opening credits แรกของ Star Wars ด้วยนะ บางทีอาจมี clue สำคัญซ่อนอยู่ หลังจากคลิปนี้ Marketing ของหนังโฟกัสที่ลำดับนี้หนักมาก ทำให้เราตื่นเต้นกับส่วนที่เหลือของเรื่อง เช่น หลังจากหนีออกจากดาวน้ำแข็งแล้วจะเป็นยังไง? รอติดตามได้ 22 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ถ้าคุณเป็นแฟน Mandalorian ตัวยง บล็อกนี้เหมาะสำหรับคุณเลย อย่าลืมเช็คกำหนดฉาย Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ด้วยนะ เรามีอัปเดตให้ตลอด

การปล่อยคลิปแบบนี้ฉลาดมาก มันจุดประกายความอยากรู้อยากเห็น ทำให้แฟนๆ รอคอยหนังเรื่องนี้แบบใจจดใจจ่อ รีบไปสมัคร Disney+ หรือล็อกอินดู ดูฉากเปิด The Mandalorian and Grogu บน Disney+ ได้แล้ว วันนี้เลย รับรองไม่ผิดหวัง!

ที่มา – You Can Watch Some of the Opening of ‘The Mandalorian and Grogu’ on Disney+ Right Now

นักโบราณคดีขุดพบสะพานฟันทองคำขั้นสูงในสุสานสกอตแลนด์ยุคกลาง

นักโบราณคดีขุดพบสะพานฟันทองคำขั้นสูงในสุสานสกอตแลนด์ยุคกลาง ที่น่าตื่นเต้นมาก! การค้นพบนี้มาจากการขุดค้นที่โบสถ์สมัยศตวรรษที่ 12 ในสกอตแลนด์ ซึ่งเผยให้เห็นว่าการรักษาฟันขั้นสูงมีมานานก่อนทันตกรรมสมัยใหม่จะเกิดขึ้นเสียอีก ตามที่การศึกษาใหม่ระบุไว้ แต่ราคาที่แพงหูฉี่ของเทคนิคทองคำแทบทั้งชิ้นนี้ คงเป็นของคนรวยเท่านั้นแหละ

นักโบราณคดีขุดพบสะพานฟันทองคำขั้นสูงในสุสานสกอตแลนด์ยุคกลาง

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย สกอตแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาพบลวดทองคำบางๆ ห่อรอบฟันสองซี่เก่าแก่ ซึ่งยืดข้ามรอยแผลที่หายดีของฟันที่หายไปแล้ว ลวดโลหะนี้ประกอบด้วยทองคำ 82.4% เงิน 9.8% และทองแดง 2.5% เทียบเท่าทองคำ 20 กะรัตในปัจจุบัน พบร้อยรอบฟันหน้าสองซี่ที่งอกจากขากรรไกรของชายคนหนึ่งที่ฝังศพไว้ที่ East Kirk of St. Nicholas ในเมืองเอบอร์ดีน สกอตแลนด์

“วัตถุประสงค์ที่เป็นไปได้มากที่สุดของลวดรัดนี้” ทีมวิจัยกล่าว “คือเพื่อยึดฟันหน้าขวา หรือทำเป็นโครงสร้างยึดฟันปลอม”

การ датированиеและบริบททางประวัติศาสตร์ของสะพานฟันทองคำขั้นสูง

นักวิจัยประเมินว่าชีวิตและการดูแลช่องปากของชายคนนี้อยู่ในช่วงปลายยุคกลาง ระหว่างปี 1460 ถึง 1670 จากการ датированиеคาร์บอนที่ Scottish Universities Environmental Research Centre แม้ช่วงเวลาจะกว้าง แต่เป็นการประเมินที่ดีที่สุดเพราะขากรรไกรถูกพบแยกจากบริบทเดิม

สถานที่ฝังศพในเขตโบสถ์ชุมชนที่ร่ำรวย บ่งชี้ว่าเขาเป็นสมาชิกชุมชนที่มีฐานะดี

ก่อนที่ทันตกรรมจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักรปี 1860 วงการนี้เต็มไปด้วยช่างตัดผมที่ทำศัลยกรรม หมอสมุนไพรหญิงท้องถิ่น และนักแสดงเร่ร่อน “บางคนหันไปหา ‘tooth-drawer’ นักดึงฟันที่เดินทางแสดงคาร์นิวัล ขายวิธีถอนฟันแบบไม่เจ็บ” ทีมวิจัยกล่าว

สกอตแลนด์ในยุคนั้นมี “dentatores” ผู้เชี่ยวชาญฟันที่ได้รับการฝึกฝนดีกว่า ได้รับเทคนิคจากแพทย์อาหรับอย่าง Abul Qasim al-Zahrawi ในศตวรรษที่ 1 ซึ่งหนังสือ Kitab al-Tasrif แนะนำการใช้โลหะทนการออกซิเดชันอย่างทองคำสำหรับฟันเทียม

Dentatores แพงหูฉี่ การมีงานชิ้นนี้แสดงว่าคนรวยเข้าถึงการรักษาฟันขั้นสูงได้ ตามที่ตีพิมพ์ใน British Dental Journal เดือนเมษายนนี้

ชาวสกอตทั่วไปใช้วิธีสมุนไพร เช่น “หญ้าสีเขียวย่างกับถ่าน” หรือ “ครีมพอกมูลวัว” ซึ่งใช้กันถึงศตวรรษที่ 20

  • หญ้าสีเขียวย่างกับถ่าน สำหรับบรรเทาอาการปวดฟัน
  • ครีมพอกมูลวัวร้อนๆ วิธีพื้นบ้านสุดแหวกแนว
  • สมุนไพรอื่นๆ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น

การขุดค้นที่ St. Nicholas เริ่มปี 2021 เพื่ออนุรักษ์เป็นแหล่งมรดก

หัวหน้าทีม Jenna Dittmar และ Marc Oxenham จาก Louisiana และ Canberra เดินทางมาร่วมขุดกับ University of Aberdeen ก่อนหน้านี้พวกเขาศึกษากะโหลกจากเหยื่อกาฬโรค Black Death ในเอบอร์ดีน 1644-1649 ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับชีวิตของเจ้าของสะพานฟันนี้

Oxenham กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลายากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์สกอตแลนด์”

การค้นพบนักโบราณคดีขุดพบสะพานฟันทองคำขั้นสูงในสุสานสกอตแลนด์ยุคกลางนี้ ทำให้เราเห็นว่ามนุษย์เก่งกาจเรื่องสุขภาพช่องปากมานานแค่ไหน ถ้าคุณสนใจประวัติศาสตร์ทันตกรรม ลองแชร์บทความนี้และติดตามข่าวโบราณคดีเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – Archaeologists Unearth ‘Advanced’ Gold Dental Bridge in Medieval Scottish Grave

เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร

เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลกันเยอะเลย นั่นคือป้ายประกาศสุดน่ารักแต่แอบเศร้าของร้านอาหารตามสั่งและร้านอาหารสำเร็จรูปที่ผุดขึ้นทั่วฟ้าเมืองไทย ‘เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร’ ใครที่เจอป้ายแบบนี้บ่อยๆ ยกมือหน่อย! จากการสำรวจของ THE STANDARD เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พบว่าราคาอาหารปรับขึ้นเฉลี่ย 10-20% เลยทีเดียว เริ่มต้นที่ 5 บาทต่อจาน ทำเอาเงินในกระเป๋าเราหนักใจไปตามๆ กัน

เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร: สาเหตุจากต้นทุนพุ่ง

ทำไมร้านค้าต้องมาปรับราคากันนักกันหนา? ผมในฐานะคนที่ติดตามเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์มานาน บอกได้เลยว่าปัญหานี้มาจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน เหมือนโดมิโนล้มครืนเลยครับ ปัจจัยหลักคือวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่ง ค่าขนส่งก็แพงตาม โลจิสติกส์ที่เคยถูกๆ กลายเป็นภาระหนัก

ต่อมาคือบรรจุภัณฑ์! วัตถุดิบพลาสติกขาดแคลนเพราะน้ำมันแพง ราคาถุง กล่องอาหารขึ้น 10-15% พ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ทุกวันต้องจ่ายเพิ่ม ร้านเล็กๆ หลายร้านแทบร้องไห้

และอย่าลืมวัตถุดิบเกษตรนะครับ เนื้อสัตว์ขึ้น 10% ปุ๋ยเคมีขาดแคลนจากสงคราม ทำให้ต้นทุนผักผลไม้ เนื้อหมูไก่ ทุกอย่างแพงตาม ผู้ประกอบการเลยจำใจปรับราคาขายให้สมดุลกับต้นทุนจริง มิฉะนั้นร้านปิดตัวแน่

  • น้ำมันและโลจิสติกส์: ผลจากภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลโดยตรง
  • บรรจุภัณฑ์: พลาสติกแพงขึ้น 10-15%
  • วัตถุดิบ: เนื้อสัตว์และปุ๋ยเคมีขาดแคลน

ผลกระทบต่อค่าครองชีพของเราชาวบ้าน

สำหรับผู้อ่านที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีอย่างเราๆ คงรู้ดีว่าราคาอาหารแพงส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ยังไง จานละ 40 บาท กลายเป็น 50 บาท เงินเดือนเท่าเดิมแต่กินข้าวแพงขึ้น สะสมไปทั้งเดือนคือหายนะ! แต่ผมมองในแง่บวกนะครับ นี่คือสัญญาณให้เราปรับตัว อย่างเช่นใช้แอปติดตามราคาสินค้า หรือหันมาทำอาหารกินเองที่บ้าน ซึ่งตอนนี้มีเครื่องครัวอัจฉริยะอย่าง air fryer หรือ slow cooker ที่ช่วยประหยัดเวลาและเงินได้เยอะ

จากประสบการณ์ผมที่เคยทำคอนเทนต์รีวิวร้านอาหาร พบว่าร้านที่ปรับราคาแต่ยังรักษาคุณภาพไว้ ลูกค้าประจำยังเหนียวแน่น แถมบางร้านเพิ่มเมนูถูกๆ อย่างข้าวราดแกงเล็ก หรือโปรโมชั่นเซ็ตมาล่อใจ ฉลาดมาก!

แนวโน้มอนาคตและเคล็ดลับจากผม

ในฐานะนักวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ที่มีประสบการณ์ ผมคาดว่าราคาจะยังผันผวนไปอีกสักพัก จนกว่าสถานการณ์โลกจะคลี่คลาย แต่เราสามารถรับมือได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น

  • ช้อปวัตถุดิบตลาดสดตอนเช้า ราคาถูกกว่า
  • ใช้แอปเดลิเวอรีหาโปรลดราคา
  • วางแผนมื้ออาหารรายสัปดาห์ ลดสั่ง outsider
  • สนับสนุนร้าน本地ที่ปรับราคาน้อย

สุดท้าย อย่าลืมเข้าใจผู้ประกอบการด้วยนะครับ พวกเขาก็ลำบากเหมือนกัน ถ้าร้านโปรดมีป้าย ‘เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร’ ลองยิ้มให้กำลังใจสักนิด รับรองบรรยากาศดีขึ้นแน่นอน!

Call to Action: คุณเจอป้ายแบบนี้ที่ไหนบ้าง? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วเรามาคุยกันว่าจะรับมือยังไงดี!

ที่มา – เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร

Texas Chainsaw Massacre ของ Curry Barker อาจเป็นเรื่องครอบครัว

เมื่อไม่นานมานี้ เรเพิ่งได้ยินข่าวว่า Curry Barker ผู้กำกับจากภาพยนตร์ Obsession จะมาสร้างสรรค์ Texas Chainsaw Massacre ของ Curry Barker อาจเป็นเรื่องครอบครัว เวอร์ชันใหม่ให้กับ A24 และตอนนี้เขาก็เริ่มปล่อยทีเซอร์ไอเดียของตัวเองแล้ว โดยเฉพาะประวัติส่วนตัวกับแฟรนไชส์สยองขวัญเรื่องนี้

Texas Chainsaw Massacre ของ Curry Barker อาจเป็นเรื่องครอบครัว

ในบทสัมภาษณ์กับ Total Film Barker ยืนยันว่าเขาต้องการทำอะไรที่ “แตกต่าง” จากหนัง Texas Chainsaw Massacre เรื่องก่อน ๆ และจะต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว สิ่งที่เขาอยากโฟกัสมากที่สุดคือ “ความอึดอัดของครอบครัว” เขาอยากเจาะลึกความดิบเถื่อนที่เกิดขึ้นที่นั่น “มีเรื่องบิดเบี้ยวเยอะมากที่ฟาร์มนั้น และผมคิดว่าคอนเซ็ปต์นี้ยังมีศักยภาพที่ยังไม่ถูกขุดคุ้ยเต็มที่”

Curry Barker ชอบภาคแรกของ Texas Chainsaw Massacre มาก แต่เขายอมรับว่าภาคโปรดของตัวเองคือรีเมคปี 2003 กำกับโดย Marcus Nispel หนังเรื่องนี้โฟกัสที่ Leatherface และครอบครัว Hewitt ที่ไล่ฆ่าพวกวัยรุ่น แม้ตอนออกฉายจะได้รีวิวผสม แต่ Barker ชอบมากเพราะ “มันเป็นหนังสยองขวัญเรื่องแรกที่ผมดูตอนเด็ก และมันเป็นรีเมคที่น่าพอใจจริง ๆ” ความสำเร็จทางการเงินของหนังเรื่องนี้ยังจุดประกายให้แฟรนไชส์สยองขวัญอื่น ๆ ทำรีบูตตามด้วย

ทำไม Texas Chainsaw Massacre ของ Curry Barker ถึงเน้นครอบครัว?

ด้วยพื้นหลังแบบนี้ การที่ Barker อยากสำรวจครอบครัว Hewitt จึงสมเหตุสมผล เขาบอกว่ามี “อะไรให้ขุดคุ้ยอีกเยอะ” ในคอนเซ็ปต์นี้ รูปแบบการนำเสนอจะเป็นยังไง เราต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากโปรเจกต์นี้ แต่การดู Obsession ที่จะฉาย 15 พฤษภาคม อาจให้เบาะแสสไตล์ของเขาได้

แฟรนไชส์ Texas Chainsaw Massacre เริ่มมาตั้งแต่ปี 1974 ด้วยหนังสุดโหดของ Tobe Hooper ที่สร้างกระแส “snuff film” สุดคลาสสิก ตามด้วยภาคต่อหลายภาค รีเมค และรีบูต ล่าสุดในปี 2022 มีรีบูตจาก Netflix ที่ต่อยอดจากภาคดั้งเดิม แต่หลายคนรู้สึกว่ายังขาดอะไรไป Barker ดูเหมือนจะนำเสนอมุมใหม่ด้วยการเจาะลึก “ครอบครัวต้องห้าม” ที่น่าขนลุก

  • จุดเด่นของวิสัยทัศน์ Barker: เน้นความอึดอัดทางอารมณ์ในครอบครัว Sawyer/Hewitt
  • แรงบันดาลใจ: รีเมค 2003 ที่ประสบความสำเร็จ
  • สตูดิโอ: A24 ผู้เชี่ยวชาญหนังอินดี้สยองขวัญอย่าง Hereditary และ Midsommar
  • หนังที่เกี่ยวข้อง: ดู Obsession เพื่อเช็คสไตล์

นอกจากนี้ แฟนหนังสยองขวัญยังรอคอยการกลับมาของ Leatherface ที่จะดิบเถื่อนกว่าเดิม โดย Barker อาจนำเสนอ backstory ของครอบครัวที่ลึกซึ้งขึ้น ทำให้หนังไม่ใช่แค่ไล่ฆ่า แต่เป็นดราม่าครอบครัวแบบ扭曲 ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยง เรื่องนี้คือโปรเจกต์ที่ต้องจับตา!

อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe หรือ Doctor Who? คลิกอ่านข่าวล่าสุดได้เลย สนับสนุนด้วยการแชร์และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับไอเดียครอบครัวของ Barker นะ!

ที่มา – Curry Barker’s ‘Texas Chainsaw Massacre’ May Be a Family Affair

โพล 62% ชาวอเมริกันไม่เชื่อถือทรัมป์เรื่องคริปโต

โดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศตัวเป็นเพื่อนสนิทของวงการคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2024 จนได้เงินบริจาคมหาศาลจากกลุ่มนักลงทุนคริปโต และช่วยให้เขากลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง แต่ล่าสุด โพล 62% ชาวอเมริกันไม่เชื่อถือทรัมป์เรื่องคริปโต ชัดเจนจากผลสำรวจใหม่ที่เผยให้เห็นว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่สงสัยในความสามารถของเขาในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้อย่างยุติธรรม

โพล 62% ชาวอเมริกันไม่เชื่อถือทรัมป์เรื่องคริปโต

ผลสำรวจจาก CoinDesk ซึ่งทำโดย Public Opinion Strategies สัมภาษณ์ผู้ลงคะแนนจดทะเบียน 1,000 คน แบ่งเท่าๆ กันระหว่างผู้สนับสนุนทรัมป์และแฮร์ริสในปี 2024 พบว่า 62% ไม่เชื่อถือรัฐบาลทรัมป์ในการจัดการกฎระเบียบคริปโต แม้จะมีเพียง 45% ที่รู้ว่าครอบครัวทรัมป์มีส่วนได้ส่วนเสียกำไรมหาศาลในอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์ม World Liberty Financial

นอกจากปัญหาเรื่องทรัมป์โดยตรงแล้ว ยังมี 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่คัดค้านไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลถือผลประโยชน์ทางธุรกิจในคริปโต แม้แต่ในกลุ่มรีพับลิกันก็ยังมีถึง 59% ที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

คำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่ดึงดูดวงการคริปโต

ในช่วงหาเสียง ทรัมป์ให้คำมั่นสัญญาหลายข้อเพื่อเอาใจวงการ เช่น สร้าง คลัง bitcoin แห่งชาติ ไม่ขาย bitcoin ที่รัฐบาลถืออยู่หรือจะได้มาในอนาคต ไล่ Gary Gensler ประธาน SEC ออกตั้งแต่วันแรก ออกกฎเกณฑ์ชัดเจนสำหรับคริปโต และผลักดันให้ขุด bitcoin ทั้งหมดในสหรัฐฯ

คำมั่นเหล่านี้ช่วยให้เขาได้เงินบริจาคจากอุตสาหกรรม แต่ครอบครัวทรัมป์ก็ทำเงินจากคริปโตเพียบ ในปี 2025 だけでรายได้จากคริปโตสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 20% ของทรัพย์สินรวม 6.8 พันล้านดอลลาร์ จากการขายโทเค็น WLFI ของ World Liberty Financial, memecoin TRUMP, และบริษัทขุด bitcoin ในอเมริกา

ข้อกล่าวหาความขัดแย้งผลประโยชน์

แต่ก็มีดราม่าหนักๆ หลายเรื่อง นายทรัมป์อภัยโทษ Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance ที่ติดคุกเพราะละเมิดกฎป้องกันฟอกเงิน Elizabeth Oyer อดีตทนาย DOJ เรียกว่านี่คือ “การคอร์รัปชันที่ไม่เคยมีมาก่อน” เพราะ Binance ถือ USD1 stablecoin ของ World Liberty Financial มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ สร้างรายได้ปีละหลายสิบล้านให้กลุ่มทรัมป์

  • ดีลกับ UAE: Sheikh Tahnoon bin Zayed Al Nahyan ลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้น 49% ใน World Liberty Financial ก่อนวันสาบานประธานาธิบดีไม่กี่วัน Eric Trump เซ็นสัญญา ได้เงิน 187 ล้านดอลลาร์ จากนั้นรัฐบาลทรัมป์ยกเลิกการแบนชิป AI ขั้นสูงให้ UAE โดย 20% ไปที่บริษัทของ Tahnoon
  • Justin Sun นักลงทุนคริปโต ซื้อโทเค็น World Liberty Financial และ TRUMP memecoin เยอะ หลังทรัมป์上任 SEC หยุดคดีและตกลงกันได้ ส.ส. เดโมแครต 3 คนส่งจดหมายถามว่าเป็นอิทธิพลไม่ชอบธรรมหรือไม่

ปัญหาโปรเจกต์คริปโตของทรัมป์

ตอนนี้โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์กำลังมีปัญหา World Liberty Financial โดน Justin Sun ฟ้องเรื่องสินทรัพย์ถูกแช่แข็ง ถูกวิจารณ์ที่ยืม stablecoin โดยใช้โทเค็นตัวเองเป็นหลักประกัน คล้าย FTX ที่ล้มละลาย Alt5 Sigma Corp หุ้นตก 85% ในปีที่ผ่านมา Eric Trump ถูกลบชื่อออกจากบอร์ด เว็บเพจหายไป แม้เคยประกาศซื้อ WLFI 1.5 พันล้านดอลลาร์

กฎหมาย Clarity Act ที่จะกำหนดกฎชัดเจนสำหรับสินทรัสยังไม่ผ่านสภาฯ ติดปัญหาความขัดแย้งระหว่างบริษัทคริปโตกับธนาคารเรื่องผลตอบแทน stablecoin Sen. Thom Tillis บอกว่าพร้อมเข้าสู่การพิจารณา และสนับสนุนเพิ่มมาตรฐานจริยธรรม

หลายคนมองว่าต้องรีบผ่านก่อนเลือกตั้งกลางเทอมพฤศจิกายน เพราะเดโมแครตอาจได้ที่นั่งเพิ่มในสภาฯ และวุฒิสภา ซึ่งจะขวางนโยบายโปรคริปโต เดโมแครตผลักดันห้ามเจ้าหน้าที่อย่างทรัมป์ทำกำไรส่วนตัวจากคริปโตขณะดำรงตำแหน่ง และ โพล 62% ชาวอเมริกันไม่เชื่อถือทรัมป์เรื่องคริปโต ยืนยันว่าประชาชน 73% เห็นด้วย

สรุปแล้ว แม้ทรัมป์จะพยายามเป็นฮีโร่คริปโต แต่ความไว้วางใจยังห่างไกล คุณคิดยังไง ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวคริปโตอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – Poll Finds 62% of Americans Don’t Trust Trump on Crypto

‘ณัฏฐ์ชนน’ แจงปมหลุดไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ยันไร้ปัญหาความขัดแย้ง-น้อยใจตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าพิจารณางบปี 2570

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในวงการการเมืองไทย ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงการเมืองและเทคโนโลยีอย่างเราๆ นะครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับ ‘ณัฏฐ์ชนน’ แจงปมหลุดไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ยันไร้ปัญหาความขัดแย้ง-น้อยใจตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าพิจารณางบปี 2570 ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนจับตา เพราะในยุคนี้ LINE กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักของนักการเมืองไปแล้ว เหมือนแอปแชทที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าหลุดกลุ่มปุ๊บ ก็กลายเป็นข่าวฉาวได้เลย!

‘ณัฏฐ์ชนน’ แจงปมหลุดไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ยันไร้ปัญหาความขัดแย้ง-น้อยใจตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าพิจารณางบปี 2570

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา ของพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงแบบละเอียดยิบเลยครับ เขาบอกว่าการหลุดออกจากกลุ่มไลน์ของพรรค ไม่ได้มาจากความน้อยใจเรื่องตำแหน่งกรรมาธิการอย่างที่ข่าวลือกันหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขามีกลุ่มไลน์มากกว่า 1,000 กลุ่ม! ลองนึกภาพสิครับ เพื่อนๆ ที่ชอบเล่นโซเชียลหรือใช้แอปเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้าใจดี กลุ่มเยอะขนาดนั้น มันต้องคัดๆ ลบๆ บ้างเป็นธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มเก่าๆ อย่าง ส.ส.ชุด 25 ชุด 26 หรือกลุ่ม ส.ส. ภาคใต้เดิม นอกจากนี้ยังมีปัญหาส่งข้อความผิดกลุ่มบ่อยๆ พอเกิด error ก็ปล่อยเลยตามเลยไป

หลังจากนั้น วิปรัฐบาลก็เข้ามาถามหาสาเหตุทันที พออธิบายแล้วก็เชิญกลับเข้าห้องได้ปกติ ณัฏฐ์ชนน ยังย้ำว่าการเชิญนี้เป็นหน้าที่วิป ไม่ใช่นายกฯ หรือเลขาฯ พรรคต้องทำเอง มันแสดงให้เห็นถึงระบบที่เป็นมืออาชีพในพรรคเลยครับ ในฐานะคนที่ติดตามการเมืองมานาน ผมมองว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการสื่อสารในยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีอย่าง LINE ช่วยให้การเมืองโปร่งใสขึ้น แต่ก็เสี่ยงดราม่าได้ง่ายๆ เหมือนในวงการบันเทิงเลย

มุมมองปรัชญาการเมืองของณัฏฐ์ชนน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ณัฏฐ์ชนน แชร์ปรัชญาการเมืองของตัวเองว่า การเป็นนักการเมืองไม่ใช่แค่รักษาหน้า แต่ต้องรักษาเส้นทางการเมืองด้วย ตำแหน่งต่างๆ เป็นดุลยพินิจของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งผมเห็นด้วยมากครับ ในโลกที่ข่าวปลอมและดราม่าโซเชียลแพร่กระจายเร็วเหมือนไวรัล TikTok หรือ Twitter (X) นักการเมืองต้องมี mindset แบบนี้ถึงจะอยู่รอด

ที่เจ๋งกว่านั้นคือ หลังหลุดไลน์ครั้งนี้ กลับกลายเป็นโอกาส! เขาได้ภารกิจเพิ่มจากหัวหน้าพรรค เลขาฯ และวิป ทั้งงานในและนอกสภา สื่อสารตรงกับผู้ใหญ่ได้มากขึ้น จากเดิมที่โอกาสน้อย เหมือนได้ upgrade สถานะในเกมการเมืองเลยครับ ไม่มีเจรจาตำแหน่งอนาคตด้วย ตอนนี้โฟกัสหน้าที่สภา โดยเฉพาะ พ.ร.ก. เงินกู้ และร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

  • เตรียมพิจารณางบปี 2570 อย่างเข้มข้น
  • ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ ที่กระทบภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอันดามันและใต้ตอนบน
  • ลงพื้นที่สื่อสารกับประชาชนใกล้ชิด

สำหรับ ส.ส.สงขลาอย่างณัฏฐ์ชนน พื้นที่เขาได้รับผลกระทบน้อย แต่ก็ต้องช่วยเพื่อน ส.ส. อื่นๆ นี่แหละครับที่แสดงความเป็นทีมเวิร์ค ในมุม expert ผมว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ tech integration สำคัญมาก LINE groups, apps สื่อสาร จะเป็นกุญแจ決定ทิศทางพรรคได้เลย

ดราม่าไลน์: เทรนด์ใหม่ในวงการการเมือง?

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวการเมืองและเทคโนโลยีมานับสิบปี ดราม่าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟน การหลุดกลุ่มแชทสามารถจุดชนวนข่าวใหญ่ได้ทันที เหมือน celeb ทวีตผิดกลุ่มแล้วกลายเป็น trending! แต่ครั้งนี้ ‘ณัฏฐ์ชนน’ แจงปมหลุดไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ยันไร้ปัญหาความขัดแย้ง-น้อยใจตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าพิจารณางบปี 2570 ได้อย่างชาญฉลาด เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

สรุปแล้ว ไม่มียาไส้ ไม่มีความขัดแย้ง พรรคภูมิใจไทยยังแกร่งเหมือนเดิมครับ เพื่อนๆ ที่ชอบข่าวแบบนี้ ลองคิดดูสิ ถ้าการเมืองไทยใช้ tech มากขึ้น เช่น AI จัดการกลุ่มไลน์ หรือ blockchain สำหรับ transparency จะเกิดอะไรขึ้น? นี่คือเทรนด์ที่ผมมองว่าจะมาแรงในอนาคต

คำแนะนำจากผม: ติดตามข่าวการเมืองผ่านแหล่งที่น่าเชื่อถือ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือโซเชียลง่ายๆ ลอง share ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าคุณคิดยังไงกับดราม่าไลน์ครั้งนี้? กดไลค์ กดแชร์ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – ​​’ณัฏฐ์ชนน’ แจงปมหลุดไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ยันไร้ปัญหาความขัดแย้ง-น้อยใจตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าพิจารณางบปี 2570

กรมอนามัยเตือนวัยทำงานพฤติกรรม ‘ตรงเวลางานแต่เลื่อนเวลานอน’ เสี่ยงสมองเสื่อม-โรค NCDs แนะจัดตารางพักผ่อนให้เหมือนนัดสำคัญ

สวัสดีเพื่อนๆ วัยทำงานทุกคน! ในยุคที่เราติด gadget และ scroll โซเชียลไม่หยุด คุณเคยสังเกตตัวเองมั้ยว่า ตรงเวลานัดประชุมงานเป๊ะ แต่พอถึงเวลานอนกลับเลื่อนไปเรื่อยๆ? วันนี้เรามีเรื่องสำคัญจาก กรมอนามัยเตือนวัยทำงานพฤติกรรม ‘ตรงเวลางานแต่เลื่อนเวลานอน’ เสี่ยงสมองเสื่อม-โรค NCDs แนะจัดตารางพักผ่อนให้เหมือนนัดสำคัญ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง แต่ packed ด้วยข้อมูล expert จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถ้าคุณเป็นสาย tech และ entertainment ที่นอนดึกเพราะดูซีรีส์หรือไลฟ์สด บทความนี้เหมาะสำหรับคุณเลยล่ะ!

กรมอนามัยเตือนวัยทำงานพฤติกรรม ‘ตรงเวลางานแต่เลื่อนเวลานอน’ เสี่ยงสมองเสื่อม-โรค NCDs แนะจัดตารางพักผ่อนให้เหมือนนัดสำคัญ

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อ 4 พฤษภาคม กรมอนามัยชี้ว่าพฤติกรรมนี้กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของวัยทำงานสมัยใหม่ เราจัดการเวลาเรื่องงานได้ดี แต่ละเลย ‘นัดสำคัญ’ ที่ชื่อว่านอนหลับ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย บอกว่าการนอนไม่ตรงเวลาทำให้สมองไม่ฟื้นฟู ไม่กำจัดของเสียที่สะสมทั้งวัน ส่งผลระยะยาวคือเสี่ยงสมองเสื่อม แถมยังรบกวนฮอร์โมน ลดการอักเสบไม่ได้ เซลล์เสื่อมเร็วขึ้น

ส่วนนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดี เสริมว่าวัยทำงานคือกำลังหลักของครอบครัวและเศรษฐกิจ ถ้านอนน้อยสมองล้า สมาธิหาย อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ฮอร์โมนเครียดพุ่ง หิวบ่อย กินเยอะ ภูมิคุ้มกันตก เสี่ยงโรค NCDs อย่างเบาหวาน ความดันสูง หัวใจวาย – โดยเฉพาะคนที่ติดมือถือก่อนนอน scroll TikTok หรือ IG จนลืมเวลา!

ทำไมพฤติกรรมนี้ถึงอันตราย โดยเฉพาะสาย tech และ entertainment?

ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์ tech มาหลายปี ผมเห็นชัดว่าหน้าจอคือตัวการใหญ่ แสงสีฟ้าจากมือถือยับยั้งเมลาโทนิน ฮอร์โมนแห่งการนอน ทำให้เรานอนไม่หลับลึก สมองไม่ detox ของเสียโปรตีนที่เชื่อมโยงกับอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ entertainment สมัยใหม่อย่าง Netflix binge-watching ทำให้เลื่อนเวลานอนจาก 22:00 เป็นตี 2 โดยไม่รู้ตัว ข้อมูลจากกรมอนามัยยืนยันว่านี่คือ ‘วิกฤตสุขภาพเงียบ’ ที่เราสามารถป้องกันได้

วิธีแก้จากกรมอนามัย: จัดตารางนอนเหมือนนัดงานสำคัญ

กรมอนามัยแนะนำแบบชัดๆ ให้วัยทำงานปฏิบัติตาม:

  • นอน 7-9 ชม./คืน: ตั้งเป้าเข้านอนตรงเวลา สม่ำเสมอทุกวัน แม้เสาร์-อาทิตย์
  • เลิกหน้าจอ 1 ชม.ก่อนนอน: ปิดมือถือ วาง tablet เปลี่ยนเป็นอ่านหนังสือหรือฟังเพลงชิลๆ
  • ตั้งนาฬิกาเตือนนอน: เหมือน reminder ประชุม อย่าเลื่อน!
  • ออกกำลัง + กินดี: ออกกำลัง 150 นาที/สัปดาห์ ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อลดลาป่วยและเพิ่ม productivity

ลองนึกภาพ: ถ้าคุณตรงเวลา deadline งาน ทำไมไม่ทำกับสุขภาพล่ะ? จากประสบการณ์ส่วนตัว หลังปรับนอนตรงเวลา ผมโฟกัสดีขึ้น ไม่อ่อนเพลียตอนประชุม และยังมีแรงดูหนัง entertainment ได้เต็มที่โดยไม่ burnout

เทรนด์อนาคต: Sleep Tech ช่วยได้?

ในโลก tech ปี 2024 แอปอย่าง Sleep Cycle หรือ smartwatch ที่ track นอนกำลังมาแรง ช่วยวิเคราะห์วงจรนอนและเตือนเวลาเหมาะสม แต่จำไว้ว่า tech เป็นตัวช่วย ไม่ใช่แก้หลัก – พฤติกรรมต้องเปลี่ยนก่อน ถ้าปล่อยไว้ กรมอนามัยเตือนแล้วว่าเสี่ยง NCDs และสมองเสื่อมจริงๆ

สรุปแล้ว เพื่อนๆ ลองเริ่มคืนนี้เลย: จัดตารางพักผ่อนให้เหมือนนัดสำคัญ สุขภาพดี = ทำงานเก่ง + enjoy entertainment มากขึ้น! ถ้าปรับแล้วแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์นะ ผมรอฟัง

ที่มา – กรมอนามัยเตือนวัยทำงานพฤติกรรม ‘ตรงเวลางานแต่เลื่อนเวลานอน’ เสี่ยงสมองเสื่อม-โรค NCDs แนะจัดตารางพักผ่อนให้เหมือนนัดสำคัญ

ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและคนรักข่าวสารบันเทิงที่นี่อีกแล้ว! วันนี้เรามีเรื่องฮือฮาจากโลกเทคโนโลยีที่กระทบชีวิตประจำวันแบบสุดๆ มาอัปเดตกันครับ เรื่อง “ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี” นี่แหละ ที่ทำให้ถนนสายหลักติดขัดยาวเหยียด ผมในฐานะคนติดตามเทคโนโลยีมานาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียด พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกให้เข้าใจง่ายๆ ไปเลย!

ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ ตามข่าวจริง) เวลาประมาณ 20.20 น. รถบรรทุก 6 ล้อที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมเพลิงไหม้อย่างรุนแรงบนถนนบางนา-ตราด กม. 40 ฝั่งขาเข้า กทม. ในพื้นที่อำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ไฟลุกลามหนักมาก จนเกิดการระเบิด ทำให้โครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถีด้านบนเสียหาย เศษชิ้นส่วนร่วงลงมาทับพื้นถนน สร้างความวุ่นวายให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

เช้าวันนี้ (4 พฤษภาคม) ตำรวจยังต้องปิดบางส่วนของถนน เพื่อให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ทำงานอย่างละเอียด ผลคือรถติดยาวหลายกิโลเมตร แต่ดีที่เจ้าหน้าที่เปิดเส้นทางเบี่ยงแล้ว ล่าสุดเคลียร์เสร็จ ตำรวจเตรียมเปิดช่องทางด่วน 2 ช่อง เพื่อระบายรถตกค้างแบบด่วนๆ ครับ

ทำไมแบตเตอรี่ลิเทียมถึงน่ากลัวขนาดนี้?

ในฐานะแฟนเทค ผมต้องขยายให้ฟังนะครับ แบตเตอรี่ลิเทียมที่ใช้ใน EV รถยนต์ไฟฟ้า หรือ gadget ต่างๆ มีจุดอ่อนเรื่อง thermal runaway คือความร้อนสะสมจนระเบิดและไหม้ลุกลามยากดับมาก เพราะเคมีภายในทำปฏิกิริยาต่อเนื่อง แม้ดับไฟแล้วก็อาจปะทุซ้ำได้ เหตุการณ์นี้เตือนใจเรื่องการขนส่งแบตเตอรี่ลิเทียมที่บูมสุดๆ ในไทยยุค EV ระเบิด

  • รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมต้องมีมาตรฐานพิเศษ เช่น ระบบดับเพลิงพิเศษและ GPS ติดตาม
  • ทางหลวงต้องอัปเกรดโครงสร้างรับมืออุบัติเหตุเทคหนักๆ
  • ผู้ใช้ถนนควรเช็คแอปจราจรอย่าง Google Maps หรือกรมทางหลวงแบบเรียลไทม์

ผลกระทบจราจรและชีวิตประจำวัน

รถติดยาวจาก กม.40 ไปจนถึงจุดใกล้ กทม. ส่งผลให้คนทำงานสายบางนา-ตราด เจอศึกหนัก บรรดาแฟนเทคที่ขับรถไปงาน CES หรืออีเวนต์ gadget คงสะดุดแน่ๆ แต่เจ้าหน้าที่ทำงานเร็วมาก ผมชื่นชมเลยครับ ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องระวังเศษกระจาย

จากประสบการณ์ผม ติดตามข่าวเทคมานับไม่ถ้วน เหตุการณ์แบบนี้เกิดบ่อยในจีนและสหรัฐฯ ที่ EV บูม แต่นี่ไทยเรากำลังเจอ เพราะยอดขายรถไฟฟ้าพุ่ง ต้องมีกฎเข้มขนส่งแบตฯ ไม่งั้นข่าวใหญ่กว่านี้แน่

สรุปนะครับ ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี คืบหน้าไปเยอะแล้ว ถนนโล่งขึ้นแน่นอน แต่เป็นบทเรียนใหญ่ให้วงการเทคไทย ผมแนะนำทุกคนอัปเดตแอปจราจร และสนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัย EV กันเถอะ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลก์แชร์ต่อ และคอมเมนต์บอกว่าคุณเจอรถติดไหมนะครับ

ที่มา – ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี