ผู้เขียน: lalika69_admin

กองทัพบกอำนวยความสะดวกให้ ICRC เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา 18 นาย เพื่อยืนยันการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและอนุสัญญาเจนีวา

กองทัพบกอำนวยความสะดวกให้ ICRC เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา 18 นาย

วันนี้ (5 สิงหาคม) กองทัพบกอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมเชลยศึกชาวกัมพูชาจำนวน 18 นาย ณ สถานที่ควบคุมตัวในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ที่ประเทศไทยเป็นภาคี

ความร่วมมือระดับนานาชาติในการดูแลเชลยศึก

การเยี่ยมของ ICRC ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ขั้นตอนปกติขององค์กร โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวอ้างใด ๆ จากฝ่ายกัมพูชา โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของเชลยศึก และรับรองว่าพวกเขาสามารถติดต่อกับครอบครัวได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกองทัพบกเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ

  • ICRC มีโอกาสพูดคุยกับเชลยศึกอย่างเป็นอิสระ
  • การตรวจสุขภาพดำเนินการสม่ำเสมอ
  • ป้องกันการกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกับความจริง

การยืนยันมาตรฐานการปฏิบัติดูแลเชลยศึก

สำหรับเชลยศึกที่เข้ารับการเยี่ยมตรวจครั้งนี้ ทั้ง 18 นายสุขภาพแข็งแรงดี และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากกองทัพบก ไม่ว่าจะเป็นอาหารครบ 3 มื้อ ที่พักที่ถูกสุขลักษณะ และการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ความโปร่งใสของการปฏิบัติตามแนวทางระดับโลก

ระหว่างการพูดคุยกับเชลยศึก เจ้าหน้าที่จาก ICRC สามารถติดต่อพูดคุยกับผู้ถูกควบคุมตัวได้อย่างเสรีโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา นอกจากนี้ กองทัพบกยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้แทนไทยร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสและแสดงถึงความร่วมมืออย่างจริงใจระหว่างไทยกับองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ไทยปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวากว่า 75 ปีอย่างเคร่งครัด

ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ที่ไทยเป็นภาคีกันอย่างยาวนาน กองทัพบกยังได้บรรยายสรุปลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การควบคุมตัว และมาตรการที่ดำเนินการเกี่ยวกับเชลยศึกที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการทางจิตเวช โดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา กองทัพบกได้ส่งตัวเชลยศึกบางส่วนกลับประเทศเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ กองทัพบกยังเน้นย้ำว่า ทุกการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ที่มุ่งเน้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความปลอดภัยของเชลยศึกเป็นหลัก

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของไทยในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และพร้อมรับการตรวจสอบจากองค์กรระดับโลก ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการของกองทัพไทยในเวทีนานาชาติ

ที่มา – กองทัพบกอำนวยความสะดวกให้ ICRC เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา 18 นาย เพื่อยืนยันการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและอนุสัญญาเจนีวา

เจ้าหน้าที่ EOD ตชด.21 ร่วมตรวจสอบและทำลายวัตถุต้องสงสัย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบกระสุน BM-21 ที่ไม่ระเบิดสมบูรณ์

วันนี้ (5 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (ตชด.21) ได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดการกับวัตถุต้องสงสัยอย่างละเอียดอ่อน โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำลายกระสุนระเบิดไม่สมบูรณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อชุมชนใกล้เคียง

กระสุน BM-21 ที่ไม่ระเบิดสมบูรณ์ คืออะไร?

จากข้อมูลเบื้องต้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ไปถึงจุดที่มีการร้องเรียน เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดหลายจุด ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่ามาจากกระสุน BM-21 ที่ยังไม่ระเบิดหรือระเบิดไม่สมบูรณ์ กระสุนชนิดนี้เป็นประเภทที่ใช้ในระบบยิงสกัดแบบหลายท่อยิง หรือที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อ ‘เกรเนเดอร์ลมกรด’ ซึ่งมักพบได้ในพื้นที่เก่าแก่ที่เคยมีประวัติการสู้รบหรือความขัดแย้งทางชายแดน

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

การปฏิบัติงานในครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยทีม EOD ตชด.21 มีบทบาทสำคัญในการชันสูตรและทำลายวัตถุต้องสงสัยอย่างปลอดภัย โดยเน้นย้ำการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าวด้วยตนเอง

หลังจากที่สถานการณ์บริเวณพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับการจัดการ และการเคลื่อนย้ายทีม EOD ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่กลุ่มเสี่ยง จังหวัดอย่างสุรินทร์ที่เคยมีประวัติความขัดแย้งในอดีตจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ กระสุน BM-21 ที่ยังค้างอยู่อาจเกิดจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์ จึงจำเป็นต้องมีการสำรวจและรื้อถอนอย่างเหมาะสม เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับชุมชน

สำหรับประชาชน: อย่าจับ จดจำ รีบแจ้ง

เจ้าหน้าที่ทุกคนย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า หากประชาชนพบเห็นวัตถุที่เคลื่อนไหวไปมาได้ยาก หรือมีลักษณะน่าสงสัยควรกระทำตามหลักมาตรฐาน 3 ข้อ ‘อย่าจับ จดจำ รีบแจ้ง’ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะในการป้องกันการสูญเสียที่มาจากกระสุนระเบิดไม่สมบูรณ์ หรือวัตถุระเบิดต่าง ๆ ทั้งนี้ หากรู้จักเพื่อนบ้านใกล้เคียง หรือหน่วยงานทหาร ตำรวจในพื้นที่ ควรรีบแจ้งทันทีเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

บทบาทของ EOD (ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด) ในพื้นที่เสี่ยงภัย

อย่างที่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าทีม EOD มีบทบาทสำคัญในการปกป้องประชาชนจากสถานการณ์ที่อาจเป็นภัยคุกคามทุกระดับ ตั้งแต่ปัญหาปกติทั่วไปจนถึงสถานที่ที่ยังมีผลจากวัตถุระเบิดบางชนิดที่อาจค้างอยู่จากยุคสงคราม โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างจังหวัดสุรินทร์ ที่อาจไม่ใช่พื้นที่ความขัดแย้งในปัจจุบัน แต่ยังมีลูกหลงหรือระเบิดที่ไม่ถูกทำลายจากอดีตตกค้างอยู่

ในโลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีและเครื่องมือในการตรวจสอบและทำลายวัตถุระเบิดได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการไม่เพียงแค่ทำลายระเบิด แต่ยังมีบทบาทในการให้ความรู้แก่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการระมัดระวังที่ยั่งยืน

หากใครสนใจติดตามตัวอย่างความจริงที่ล้ำค่าของทีม EOD ตชด.21 การปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่พวกเขาจัดการอย่างชำนาญ ด้วยตนเองเสียสละเหล่านี้ จึงเป็นหนึ่งในนักรบเงียบที่ช่วยปกป้องความปลอดภัยของพวกเรา

ความปลอดภัยต้องมาก่อน! หากพบเจ้าหน้าที่ EOD ตชด.21 กำลังทำงาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ

การการร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น EOD จะยังคงมีอยู่เพื่อแก้ปัญหาวัตถุระเบิดค้างเครื่องหลง ในขณะที่เราทุกคนมีส่วนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยด้วยการไม่เข้าใกล้หรือจับต้องวัตถุต้องสงสัย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปตรวจสอบทันที

ที่มา – เจ้าหน้าที่ EOD ตชด.21 ร่วมลงพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตรวจสอบและทำลายวัตถุต้องสงสัย พบเป็นกระสุน BM-21 ที่ไม่ระเบิดสมบูรณ์

ปฏิบัติการกวาดลานวัดทะลายผู้ต้องหาบวชหลบหนีคดี

ตำรวจเปิดปฏิบัติการ ‘กวาดลานวัด’ ลุยค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ บุกจับผู้ต้องหาบวชพระหนีคดี

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้จัดปฏิบัติการกวาดลานวัด สืบเนื่องจากพบว่ามีผู้ต้องหาหลายรายใช้ชีวิตในวัดเพื่อซ่อนตัวหลบหนีคดี การตรวจค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือนักเลงคดีตั้งแต่ข้อหาเล็กๆ ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ

ปฏิบัติการกวาดลานวัดมุ่งกวาดล้างผู้ต้องหาในกรณีที่มีตั้งแต่ ยักยอกทรัพย์, ฟอกเงิน, เมาแล้วขับ, ไปจนถึงเครือข่ายคดียาเสพติดสากล แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็รู้สึกเสียวใจว่าจะมีผู้ทำผิดซ่อนตัวในศาลา โดยเฉพาะในพื้นที่เชิงกลยุทธ์อย่างตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

คดีอดีตพระสุรัตน์: รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือร่วมมือ?

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการกวาดลานวัดคือ สุรัตน์ ชายวัย 45 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ อดีตพระสุรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเขาขณะกำลังออกธุดงค์ในช่วงเช้า หลังจากตรวจสอบพบว่ามีคดีติดตัวในข้อหาร่วมกันฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

  • ฟอกเงิน
  • ยาเสพติด
  • ละเมิดกฎหมายอาชญากรรม

หลังจับกุม สุรัตน์ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลว่ามีบุคคลในกลุ่มชาติพันธุ์ยืมบัญชีธนาคารไปใช้โดยไม่รู้ตัวว่าจะนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย

คณะกรรมการวัดและชาวบ้านยืนยันตรงกันว่า อดีตพระสุรัตน์เป็นพระที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่มีอาการหนีไป แม้แต่หลังปฏิบัติการกวาดลานวัด เจ้าตัวยังคงออกมาบิณฑบาตเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการกวาดลานวัดยังคงต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมภายหลังการค้นหาผู้ต้องหาในพื้นที่เป้าหมายทั่วทั้งประเทศ เสร็จสิ้นซึ่งจะให้เห็นถึงความพยายามในการย้อนเท้าหาผู้หลบหนีคดีที่ซ่อนตัวในศาสนา

ปฏิบัติการกวาดลานวัดสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีการติดตามคดีใหม่ที่ทันสมัย ทำให้ผู้ต้องหาหนีไม่รอด ไม่ว่าจะบวชแล้วหรือซ่อนตัวที่ไหนในประเทศไทย

ติดตามข่าวสารการจับกุมครั้งสำคัญได้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ปฏิบัติการนี้เป็นการแสดงพลังของกฎหมายในการเข้าถึงผู้ต้องหาที่ชุมชนอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ที่มา – ตำรวจเปิดปฏิบัติการ ‘กวาดลานวัด’ ลุยค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ บุกจับผู้ต้องหาบวชพระหนีคดี

โฆษกกองทัพบกเผย พบโดรนบินตรวจการณ์ลักษณะผิดปกติหลายครั้งในพื้นที่ตอนในของประเทศ พยายามบินเข้าใกล้หน่วยทหาร

โฆษกกองทัพบกเผย พบโดรนบินตรวจการณ์ลักษณะผิดปกติหลายครั้งในพื้นที่ตอนในของประเทศ พยายามบินเข้าใกล้หน่วยทหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการตรวจพบโดรนลึกลับที่มีพฤติกรรมแปลกไปจากผู้ใช้งานทั่วไป

การบินสำรวจผิดปกติของโดรนในพื้นที่ภายในประเทศ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567 พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์เกี่ยวกับการตรวจพบโดรนที่บินในลักษณะผิดปกติหลายครั้ง โดยสังเกตได้ว่ามีลักษณะการบินที่ชัดเจนคือ การบินตรวจการณ์ มากกว่าการนำไปใช้ในทางทำลาย

ความผิดปกติดังกล่าวสังเกตได้ว่าโดรนถูกควบคุมผ่านเครือข่ายที่มีความพยายามในการหลบเลี่ยงการสแกนจากเจ้าหน้าที่ โดยไม่พบว่าเป็นโดรนจากประเทศเพื่อนบวกหล่าง เช่น กัมพูชา

ที่น่าสนใจคือการพยายามเข้ามาใกล้กับ ที่ตั้งหน่วยทหาร ของกองทัพบกและกองทัพอากาศ รวมไปถึงสถานที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมที่ไม่ธรรมดาและควรจับตามองอย่างต่อเนื่อง

ไม่พบเชื่อมโยงกับต่างประเทศโดยตรง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกองทัพบก พบว่าโดรนเหล่านี้ไม่ได้ถูกควบคุมจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา แต่เป็นโดรนในประเทศที่ใช้ ระบบเครือข่ายหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ทำให้เกิดการบินลับเข้าใกล้ฐานทัพและการตรวจการณ์ที่น่าสงสัย

ควรเริ่มตระหนักถึงสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยจากโดรน

อันที่จริงเรื่องโดรนและเทคโนโลยีทางอากาศได้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราทุกคนมากขึ้น ทั้งในแง่ความบันเทิงอย่างเช่นการถ่ายภาพมุมสูง และในอีกด้านหนึ่งคือ ความปลอดภัยของพื้นที่สำคัญ เช่นทางทหาร

  • ผู้ใช้โดรนทั่วไป ควรทราบถึงกฎที่เกี่ยวข้องในการใช้เครื่องบินไร้คนขับ
  • เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเพิ่มแรงกดดันในการเฝ้าระวังโดรนที่รุกล้ำ
  • ประชาชนทั่วไป ควรช่วยสังเกตพฤติกรรมที่ไม่ปกติในพื้นที่ของตนเอง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความสำคัญเนื่องจากแสดงถึง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี และความต้องการที่อาจแอบแฝง จึงเป็นโอกาสที่ดีในการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางอากาศสำหรับประชาชนทั่วไป

แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานการใช้โดรนเหล่านี้เพื่อทำลาย แต่กองทัพบกได้ออกมาให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการตรวจสอบและ เฝ้าระวังโดรนบินลักษณะผิดปกติ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการรุกล้ำหรือการแฝงข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ความสำคัญด้านการรักษาความปลอดภัยของที่ตั้งทางทหาร

ทางทหารจึงต้องปรับระบบการรักษาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการสังเกตและระบุพิกัดโดรนผิดปกติที่ เข้ามาใกล้หน่วยทหาร เพื่อรักษาความมั่นคง

พล.ต. วินธัย ย้ำว่าแม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับภัยจากกัมพูชาโดยตรง แต่พฤติกรรมของโดรนแสดงถึงความพยายามในการเจาะความเป็นส่วนตัวหรือแอบสืบข้อมูล ดังนั้น การเฝ้าระวังโดรนบินในลักษณะดังกล่าวจะต้องได้รับความสำคัญมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สำหรับคนที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสื่อสารมวลชน เชื่อได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเรียนรู้วิธีใช้งานโดรนอย่างรับผิดชอบ และสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย เกี่ยวกับการ บินสำรวจที่ผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยไม่เราคาดคิด

หากคุณเป็นผู้ใช้งานโดรนทั่วไป กรุณาปฏิบัติตามระเบียบกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วนตัวเราทุกคนควรเป็นผู้ช่วยในการรายงานการพบเห็นโดรนผิดปกติในพื้นที่ ไม่ว่าจะใช้สำหรับการถ่ายภาพหรือสำรวจ เราก็ร่วมกันสร้างระบบรักษาความปลอดภัยระดับชาติได้

ทิม คุก เชื่อ AI สำคัญกว่าอินเทอร์เน็ต Apple วางแผนต่อสู้ในยุต้าแย่งความเป็นผู้นำ

ทิม คุก เชื่อ AI สำคัญกว่าอินเทอร์เน็ต

ในประชุมพนักงานทั่วโลกที่สำนักงานใหญ่ Apple ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย CEO ทิม คุก ปรากฏตัวแค่ไหนต่อการล่าช้าของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายนี้ในตลาด ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วทั้งเครือข่าย เป็นไปตามข้อคาดการณ์ที่ผู้วิเคราะห์ทั้งหลายคาดไว้

การลงทุนพัฒนา Apple Intelligence กับเวลารอที่นานจนแฟนคลับแพนิค!

แม้จะเปิดตัวแผน Apple Intelligence ในการประชุม Worldwide Developers Conference 2024 เจ้าของ iPhone ไอดอลผู้ใช้ต่างรู้สึกประหลาดใจใน

  • การดีเลย์ Siri AI ที่เคยชมตัวอย่างในโฆษณา,
  • ความล้าสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง Google & OpenAI
  • คดีความจากผู้ถือหุ้นที่ไม่พอใจการสื่อสารเรื่อง AI

ทั้งนี้ ทิม คุก ยืนยันว่าทีมกำลังเร่งปรับบทบาทนักวิจัย 40% ให้โฟกัส ทิม คุก เชื่อ AI สำคัญกว่าอินเทอร์เน็ต พร้อมยกระดับ Siri ด้วยโครงสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ โดยเจ้าตัวเชื่อมั่นว่าความสำเร็จ dwell ไว้เสมอแม้จะไม่ใช่ผู้นำประเดิม

สำหรับแผนห้าปี แก้ไขจุดอ่อน AI สิ่งที่ Apple ยุต่ะทำนั้นรวมถึง:

  • พัฒนา Apple Chips for Data Centers ภายใต้โครงการ ACDC
  • ร่วมมือ Broadcom ตั้งเป้าผลิต Baltra AI Chip ปี 2026
  • ตั้งเป้ารับพนักงาน R&D เฉลี่ย 12,000 คนต่อปี

อย่างไรตาม ที่ผ่านมาผู้บริหารยอมรับว่าแผนดึง Siri ขึ้นเวทีล้ำสมัยพังพินาศเพราะพยายามสร้าง Hybrid Architecture ผสมนวัตกรรมสองระบบ แต่ปัจจัยจำกัดที่ดูจะเป็นจุด优势ของ Apple ดันกลายเป็นความระมัดระวังด้านโปร่งใสภาพของ AI ซึ่งถูกคาด iPads ให้กลายเป็นมลพิษน้อยลงแต่สำเร็จ ทิม คุก เชื่อ AI สำคัญกว่าอินเทอร์เน็ต ต้องใช้เวลาไม่นานเกินรอ เช่นเคย

แล้วยุทธศาสตร์ยั่งยืนของ Apple ที่น่าสนใจคือการยืดหยอด?
แทนที่จะแข่งกันปล่อยโมเดลล่าสุด คุนคู่แข่งเช่น Google ทำได้ ทีมiazl “ความแม่นยำสูงสุด ที่ช่วยพลิกอุตสาหกรรม” เป็น Keyword เป้าหมายหลัก คล้ายการปล่อยiPhone ครั้งแรกเมื่อมีเสปคอีกรุ่นก่อนแล้ว แต่เรายัง dominate สวนกระแสได้

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลัง Apple เผยกำไรงวดล่าสุดปรับขึ้นโดยมี iPhone เป็นตัวหลัก ในขณะที่บริษัทคู่แข่ง Meta และ Microsoft ขยับรายได้ด้วยนวัตกรรม AI แม้อาจเป็น ‘ผู้ตาม’ ใน สนาม AI แต่แฟนๆ Apple มั่นใจว่าหากบริษัทเดินหมากถูก ความสำเร็จอีกครั้งอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ที่มา – Apple CEO Tim Cook Calls AI ‘Bigger Than the Internet’ in Rare All-Hands MeetingCan Apple catch up to peers in the AI race? Tim Cook seems to think so.

ทำไม ‘Clanker’ จาก Star Wars ถึงกลายเป็นคำต่อว่า AI สมัยใหม่

Clanker: ศัพท์หยาบจากสตาร์ วอร์สที่ถูกหยิบมาใช้กับ AI

คำว่า “Clanker” หรือในไทยเรียกง่ายๆ ว่า “คลังเกอร์” ที่เคยใช้เรียกปฎิเสธทักษะของเหล่าหุ่นยนต์ใน Star Wars กลายเป็นคำฮิตสำหรับคนที่ไม่พอใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยุคใหม่ โดยเฉพาะ Generative AI ที่กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก มันสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของภาษาในสังคมที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

Clanker เริ่มต้นจาก Star Wars อย่างไร?

ในปี 2005 คำนี้ถูกใช้ครั้งแรกในเกม Republic Commando โดยตัวละคร Sev ที่ตะโกนดูหมิ่นหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ว่า “lousy clankers” ต่อมาในซีรีส์อนิเมะ Clone Wars ปี 2008 คำนี้กลายเป็นศัพท์ทางทหารสำหรับทหารรัฐบาลที่ใช้เรียกกองทัพหุ่นยนต์ของฝ่ายแปลกแยก โดย อธิบายว่าเป็นการเลียนแบบเสียง “คลัง เคล้ง” ของหุ่นต่อสู้

แม้เดิมที Star Wars จะสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์เช่น C-3PO และ R2-D2 ที่ถูกปรนนิบัติเหมือนเครื่องมือ แต่ในปี 2025 คำว่า Clanker กลับถูกนำมายุคสมัยของเราเพื่อต่อว่า AI ในรูปแบบต่างๆ ทั้ง ChatGPT และ Midjourney ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง TikTok จนกลายเป็นมีมระดับโลก

Clankerสะท้อนความกลัวต่อเทคโนโลยีแบบไหน?

  • เป็นการถ่ายทอดวิตกกังวลต่อ AI ผ่านวัฒนธรรมป๊อป
  • สะท้อนเป็นภาษาของความเกลียดชังที่ขยายขอบเขตจากวัฒนธรรมแฟนคลับ
  • ตั้งคำถามถึงการใช้คำเหยียดแบบลูกผสมระหว่างวิทยาศาสตร์และจริยธรรม

ความซ้ำซ้อนระหว่าง Star Wars กับความเป็นจริง

ในจักรวาลของ Star Wars หุ่นยนต์ถูกกดขี่อย่างเป็นระบบ เช่น Wuher ใน Mos Eisley Cantina ปฏิเสธการบริการ “เว้นแต่พวกเขาคือ พวกจักรกล ชนิดนี้ไม่ได้เลย” สิ่งนี้กลายเป็นพื้นฐานที่ทำให้คนรู้สึกว่า “Clanker” คือคำเปรียบเปรยสำหรับการต่อว่าดิจิทัลในยุคที่ AI กำลังก้าวกระโดด

ถึงแม้ AI ในโลกจริงจะยังห่างไกลจากระดับความอัจฉริยะของหุ่นใน Star Wars แต่การนำศัพท์จากผลงานฟอร์มยักษ์กลับมาใช้ใหม่แสดงถึงความสามารถของเราในการปรับความคิดจากจินตนาการมาเป็นเครื่องมือต่อสู้กับความเป็นจริง แม้คำๆ นี้จะมีรากเหง้าที่น่าสะเทือนใจอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การใช้คำเช่น Clanker กับ AI สมัยใหม่อาจสะท้อนถึงการไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างปัญญาประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์กับตัวละครแนวคิดในภาพยนตร์ แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับการต่อ菡 บางทีเราควรเรียนรู้จากเรื่องราวของเหล่าหุ่นใน Star Wars ว่าการให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ที่มา – The ‘Star Wars’ Slur That Has Been Mainstreamed by Anti-AI Discourse’Star Wars’ has had a contentious relationship with artificial intelligences for a very long time—and now that we find ourselves staring down the barrel of generative AI, the galaxy far, far away has given us the surprising language to denigrate it.

อินเทล ไม่ใช่แอมด์ ลับความสำเร็จพีซีพกพาเจเนอเรชันใหม่

ในยุคที่ตลาดพีซีพกพาศกำลังเติบโตรวดเร็ว อินเทลเริ่มได้รับโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักแทนที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นแอมด์ หลังจากที่ซีพียูและเอพียูของแอมด์ครองตลาดเกมพกพาอย่างหนักหน่วง แต่ตอนนี้ อินเทล ไม่ใช่แอมด์ ลับความสำเร็จพีซีพกพาเจเนอเรชันใหม่ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญเมื่อประสิทธิภาพของชิปเซ็ตในอนาคตอย่าง Panther Lake ถูกเผยว่ามีจำนวน Xe Core เพิ่มขึ้นถึง 50% และอาจรองรับเทคโนโลยี Xe3 ที่เหนือกว่า

อินเทล ไม่ใช่แอมด์ ลับความสำเร็จพีซีพกพาเจเนอเรชันใหม่

แม้แอมด์จะครองตลาดด้วย Ryzen Z1 Extreme และ Z2 Extreme ที่ให้ประสิทธิภาพทรงพลัง แต่ข้อมูล benchmark ล่าสุด ระหว่าง MSI Claw A8 (แอมด์ Ryzen Z2 Extreme) และ MSI Claw 8 AI+ (อินเทล Core Ultra 7 258V) แสดงว่าทั้งสองชิปมีความใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในเกมอย่าง Far Cry 6 และ Hitman 3 ที่ อินเทล ไม่ใช่แอมด์ ลับความสำเร็จพีซีพกพาเจเนอเรชันใหม่ กลายเป็นทางเลือกที่น่าจับตามอง หากอินเทลมีพาร์ทเนอร์ใหญ่ในการผลิตอุปกรณ์มาร่วมจัดแสดงศักยภาพ

ความแตกต่างระหว่างชิปรุ่นล่าสุดของ Intel และ AMD

  • ความเร็วภาพ: Ryzen Z2 Extreme ทำ FPS ได้สูงกว่า 5 แต้มใน Assassin’s Creed Shadows และ Monster Hunter Wilds
  • ประสิทธิภาพรวม: Core Ultra 7 258V มีการ์ดจอ ARC 140V ที่รุนแรงกว่าในแง่ AI Upscaling
  • ราคา: ข่าวลือด้านราคาที่สูงอาจทำให้ตลาดชะลอตัว ขณะที่อินเทลยังไม่มีระบบที่เหมาะกับ SteamOS

สำหรับผู้ใช้ Steam Deck หรือพีซีพกพาที่ทำงานบน SteamOS ปัจจุบันยังรองรับ Ryzen Z series ของแอมด์เท่านั้น ทำให้อินเทลต้องเผชิญการขยับตัวครั้งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อรายใหญ่อย่าง Asus และ Lenovo ประกาศรองรับชิปของ AMD แล้ว

Intel สู้อย่างไรในสนามเกมพกพา

Robert Hallock จากอินเทลเผยว่าซีรีส์ Lunar Lake และ Panther Lake จะถูกออกแบบเฉพาะด้านเกมบนอุปกรณ์มินิ ทั้งประสิทธิภาพ CPU ที่เน้น AI และ GPU Xe3 ที่คาดว่าปรับปรุงเทคโนโลยี XeSS 2 ให้แม่นยำยิ่งขึ้น หากชิปเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกับ SteamOS เท่านั้น อินเทล ไม่ใช่แอมด์ ลับความสำเร็จพีซีพกพาเจเนอเรชันใหม่ จะกลายเป็นความจริงที่ท้าทายตลาดได้ทันที

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของอินเทลในตลาดพีซีพกพายังขึ้นอยู่กับการเปิดตัวมือถือระดับพรีเมียมที่กล้าพอจะติดสติกเกอร์ “Intel Inside” หากคุณกำลังเปรียบเทียบ MSI Claw A8 กับ Claw 8 AI+ อยู่ เรานำข้อมูลแบบเปรียบเทียบแบบเจาะลึกมาให้ตามนี้:

https://t.co/dN3oqGzzCX pic.twitter.com/JNmPJHCkjs

ที่มา – Intel, Not AMD, Could Be the Secret to Kickass Next-Gen Handheld PCsNow all Intel needs is a big-name handheld to show its stuff.

Home Depot เปิดตัวเครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅รุ่นอัปเกรด พร้อม Gremlins ปีศาจแห่งความสนุกที่เพิ่มเติม!

Home Depot เปิดตัวเครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅รุ่นอัปเกรด

ห้างสรรพสินค้า Home Depot เพิ่มระดับความน่ากลัวขึ้นไปอีกในปี 2025! โดยนำเอา เครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅 รุ่นยักษ์มาอัปเกรดใหม่ให้มีฟีเจอร์อิเล็กทรอนิกส์จัดเต็ม ทั้งดวงตาที่ขยับได้ ระบบพูดสั่งผ่านแอป และอุปกรณ์ animatronic ที่ปรับได้ตามหลายเทศกาล

ฟีเจอร์ใหม่ของ Ultra Skelly

บอกลาเครื่องประดับฮาโลวีนแบบเดิมๆ เมื่อ Home Depot เปิดตัวเครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅รุ่นอัปเกรด กับตุ๊กตา animatronic ขนาด 6.5 ฟุตที่มาพร้อม “Life Eyes” ดวงตาขยับได้เปลี่ยนอารมณ์หลากหลาย เช่น ดวงตาเปิด-ปิด หรือแม้แต่ดวงตาหัวใจในช่วงวันวาเลนไทน์

  • ควบคุมผ่านแอป LED: เปลี่ยนสีแสง และปรับการแสดงออกของดวงตา
  • การบันทึกเสียง: เพิ่มเสียงเรียกสั่งได้ตามต้องการด้วยฟิลเตอร์พากย์เสียงที่หลากหลาย
  • การควบคุมผ่านมือถือ: เปิด-ปิด เสียงที่ตุ๊กตาเคลื่อนไหวในขณะที่อยู่ในบ้าน

ความสยองแบบต่อเนื่องด้วย Gremlins

นอกจากตัว骷髅แล้ว แอนิเมโทรนิกสุดคลาสสิกอย่าง Stripe จากหนัง Gremlins ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในคอลเลกชันนี้ พร้อมให้คุณสร้างปรากฏการณ์ตกใจข้ามฤดูกาลเช่นฮาโลวีนถึงคริสต์มาส! Stripe สามารถติดตั้งบนต้นคริสต์มาสหรือแม้แต่โหนกับโครงกระดูกอื่น เพิ่มความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด

ดูตัวอย่างการเคลื่อนไหวที่น่าทึ่งบนอินสตาแกรม

สร้างความประทับใจไม่รู้จบเพื่อรับแขกบนลานบ้าน ด้วยเครื่องประดับที่ปรับเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล และยังมีเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเสียงพูดผ่านแอปเพื่อสร้างความน่ากลัวส่วนตัว

ความแฟนซีแบบหลายฤดูกาล

ทุกๆ ปีเครื่องประดับฮาโลวีนไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในฤดูกาลเดียวอีกต่อไป เพราะ Home Depot เปิดตัวเครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅รุ่นอัปเกรด สามารถปรับเปลี่ยนตามเทศกาลอื่น เช่น คริสต์มาส วันแม่ หรือแม้แต่ Halloween ในปีหน้าได้อีกด้วย

ในอนาคตใครจะไปรู้! อาจเห็น Godzilla ในแบบ kaiju และพร้อมสัมผัสทุกเทศกาล ถ้าคุณกำลังหาไอเดียเพื่อกระจายความกลัวและความสนุกทั่วทั้งปีนั้น Home Depot เปิดตัวเครื่องประดับฮาโลวีนคร骷髅รุ่นอัปเกรด มีทุกอย่างที่คุณตามหา

อยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติม เช่น การเปิดตัวซูเปอร์ฮีโรจากMarvel, Star Wars, และStar Trek คุณสามารถตรวจสอบเพิ่มเติม

ที่มา – Home Depot’s Halloween Skeleton Decorations Now Feature Electronically Enhanced Terrors’Gremlins’ animatronics join in the mayhem for spooky-to-merry fun too.

USDA ใช้ฉากต่อสู้ Marriage Story ไล่ฝูงหมาป่า

USDA ใช้ฉากต่อสู้ Marriage Story ไล่ฝูงหมาป่า

ในช่วงที่ผู้ชมกำลังอินกับฉากดราม่าระทึกขวัญจาก ‘Marriage Story’ ที่แสดงฝีมือของ อดัม ไดเวอร์ และ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน อย่างจัดจ้าน ปรากฏว่าขณะนี้ฝูงหมาป่าในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน สหรัฐอเมริกา กลับกำลังเผชิญกับมันเช่นกัน! เพราะ USDA หรือกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้นำฉากดราม่านี้มาใช้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะสร้างความไม่สบายใจให้ฝูงหมาป่าเข้าไปเล่นงานวัวของเกษตรกรน้อยลง

ฉากต่อสู้ใน Marriage Story คืออาวุธใหม่

เวอร์ชันล่าสุดของโครงการควบคุมประชากรหมาป่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง USDA ได้ใช้เทคโนโลยี เครื่องบินโดรนระบบเสียง โดยการบินไปรอบๆ พื้นที่และเปิดเสียงระเบิด เช่น เพลงร็อกอย่าง Thunderstruck จากวง AC/DC หรือเสียงประทัดและปืน และที่เป็นข่าวแปลกสุดๆ คือการเปิดฉากต่อสู้หวือหวาจาก Marriage Story ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมให้ USDA ใช้ฉากต่อสู้ Marriage Story สยบฝูงหมาป่า ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ก่อนหน้านี้ USDA เล็งเห็นปัญหาว่าฝูงหมาป่ากินวัวของเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปิดอุทยานในยุคปลายศตวรรษที่ 18 แต่กลับไม่สามารถกำจัดหมาป่าได้เนื่องจากยังจัดอยู่ในสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

  • ใช้โดรนบินล่อและเล่นเสียงรบกวนเพื่อหลอกหลอนหมาป่า
  • ใช้เสียงดนตรีและฉากพูด吵架จาก Marriage Story เอาใจผู้ชมหมาป่าโดยเฉพาะ
  • ดูเหมือนผลลัพธ์โดยรวมใช้งานได้จริงหลังทดลองใช้งานในรัฐโอเรกอน

ผลลัพธ์เบื้องต้นคือน่าสนใจมากเมื่อ USDA ใช้ฉากต่อสู้ Marriage Story สแกนพื้นที่ โดยพบว่าวัวลดลงจาก 11 ตัวใน 20 วัน เหลือแค่ 2 ตัวในช่วง 85 วันต่อมา! แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องจะราบรื่น เพราะหมาป่าบางตัวกลับปรากฏตัวความสนุกกับโดรนด้วยการกระโจนกัดหรือเล่นกับมันราวกับศัตรูในหนังดราม่า

ภายใต้ระบบนิเวศที่หมุนเปลี่ยนเป็นวงจร การนำหมาป่ากลับเข้ามาให้วนคืนอุทยานหลังหายสาบสูญไปในปี 1995 ได้สร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อมอันซับซ้อน ตั้งแต่จำนวนกวางที่ลดลง การกลับคืนของกระต่ายและหมาป่า ไปจนถึงต้นแอสเพนที่งอกงามครั้งแรกในรอบ 80 ปี

ความสำเร็จของโครงการ USDA ใช้ฉากต่อสู้ Marriage Story สกัดหมาป่า

ใครจะไปคิดว่าเทคโนโลยีทั้งในแง่โดรนและบทจากภาพยนตร์ที่ดูธรรมดา จะกลายเป็นเครื่องมือเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญในการจัดการกับสัตว์ป่าอย่างมีมิติ โดยเฉพาะ การใช้ฉากต่อสู้ใน Marriage Story สำหรับข่มขวัญหมาป่า หากใครอยากรู้เคล็ดลับวิธีที่ USDA ใช้กำลังตรวจสอบกับสิ่งแวดล้อมได้ผ่านลิงก์ที่เรารวบรวมมา ความสามารถเฉพาะจุดในวงการวิจัยสัตว์ป่าเป็นสิ่งที่น่าจับตามองมากทีเดียว!

ที่มา – USDA Weaponizes Adam Driver and Scarlett Johansson’s ‘Marriage Story’ Fight to Scare WolvesWolves hate melodrama.