ผู้เขียน: lalika69_admin

อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวการเมืองผสมดราม่าชายแดนแบบในหนังแอคชั่น! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันกับประเด็น อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา ซึ่งเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลฯ เลยทีเดียว จากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

เริ่มจากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอนุทินชี้แจงว่ามันเกิดในพื้นที่ที่เราควบคุมและกำลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดเก่าๆ อยู่ ไม่ใช่จากการปะทะ แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง เพราะยังมีระเบิดเก่าหลงเหลือ ทหารต้องกำหนดเส้นทางชัดเจน ไม่ให้ออกนอกแนวรั้วเดิม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ส่วนดราม่ากลุ่มวัยรุ่นกัมพูชายั่วยุตามชายแดน จนกลัวปะทะรอบ 3 อนุทินย้ำว่าเราเซ็น MOU ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลแล้ว ดังนั้นเรื่องยั่วยุจากประชาชนหรือโซเชียลมีเดีย มันเกิดได้ แต่เราต้องอยู่ในเขตของเราเท่านั้น! และเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ อนุทินไฟเขียวเต็มที่ให้กองทัพสร้างแนวรั้วชายแดนใหม่ เสริมอาวุธยุทโธปกรณ์ และเพิ่มความแข็งแกร่งกองทัพ โดยเห็นชอบหลักการแล้ว ดำเนินการได้เลย

ยกเลิก MOU 44 ง่ายๆ ด้วยอำนาจ ครม.

ไฮไลต์สำคัญคือเรื่องยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจปี 2544 เกี่ยวกับพื้นที่พิพาท อนุทินสั่งการกระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศไปศึกษาดำเนินการ ไม่ต้องกำหนดกรอบเวลา แต่ดูตามกฎหมาย รัฐบาลใหม่ยกเลิกได้ทันทีด้วยอำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ต้องผ่านสภา เพราะมันแค่ MOU ไม่ใช่สนธิสัญญาเต็มรูปแบบ สะดวกมาก!

ส่วน MOU 43 อนุทินบอกว่ารอพูดคุยก่อน ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อน ฟังดูเป็นนักการเมืองมือฉมังจริงๆ

  • เสริมแนวรั้วชายแดน: ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กล้อง CCTV, เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว, และโดรนเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันยั่วยุแบบในหนังสายลับ
  • เพิ่มอาวุธและความแข็งแกร่ง: อัปเกรดยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย ผสาน AI วิเคราะห์ข้อมูลชายแดน เหมือนในเกมวางแผนยุทธศาสตร์
  • ยกเลิก MOU 44: ใช้พาวเวอร์ ครม. ดำเนินเร็ว ไม่ติดขัดสภา

ในมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน ประเด็นนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความมั่นคงชายแดนแบบจริงจัง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียจุดไฟดราม่าได้ง่าย เหมือนซีรีส์ชายแดนที่เราดูกันสนุกๆ แต่ในชีวิตจริงต้องระวัง! จากประสบการณ์ การเสริมเทคโนโลยีอย่างรั้วอัจฉริยะ (smart fence) ที่ใช้ในอิสราเอลหรือสหรัฐฯ สามารถลดเหตุการณ์บุกรุกได้ 90% เลยทีเดียว ถ้าไทยนำมาใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงทหารและประชาชนได้มหาศาล

สำหรับแฟนๆ เทคโนโลยี ประเด็นนี้เปิดโอกาสให้ startup ไทยพัฒนา gadget เฝ้าระวังชายแดน เช่น แอปแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ หรือ VR ฝึกซ้อมทหาร สนุกและมีประโยชน์!

สรุปแล้ว อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา เป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคง ท่ามกลางดราม่าชายแดนที่กำลังฮอต ผมคิดว่าการผสมผสานเทคโนโลยีจะเป็นเทรนด์อนาคต ลดการเผชิญหน้าแบบกายภาพ สู่การเฝ้าระวังอัจฉริยะ ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์เลยนะครับ!

ที่มา – ​อนุทินไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่ง ชี้ ยกเลิก MOU 44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องการเมืองร้อนๆ จากการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่ทุกคนกำลังจับตามองกันอยู่ หลังจากที่มีดราม่าต่างๆ ออกมาเพียบ โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการนับคะแนนและบทบาทของหน่วยงานรัฐ ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนสุดๆ เรื่องนี้เลยครับ

เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทินได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า การเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ไม่มีการทุจริตใดๆ จากฝั่งรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยแน่นอน ผู้ที่รับผิดชอบหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลแค่สนับสนุนตามที่ กกต. ขอเท่านั้น เช่น งบประมาณหรือการอำนวยความสะดวก ไม่ได้เข้าไปยุ่งการนับคะแนนหรือแทรกแซงอะไรทั้งนั้น

มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่มาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อนุทินตอบแบบฮาๆ ว่า “ไม่รู้จัก กปน. รู้จักแต่การประปานครหลวงที่อยู่ใต้กระทรวงมหาดไทย” แสดงให้เห็นถึงความไม่ยุ่งเกี่ยวจริงๆ นะครับ เมื่อถามย้ำว่ามีการล้วงลูกหรือไม่ อนุทินหัวเราะแล้วบอกว่า “ล้วงลูกตัวเองมั้ง ไม่เคยคิดทำ เพราะยึดหลักกติกาในการใช้ชีวิต”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ อนุทินชี้ชัดว่าเป็นอำนาจของ กกต. ล้วนๆ รัฐบาลไม่มีส่วนตัดสินใจ รอ กกต. ใช้ดุลยพินิจตามกฎหมายเท่านั้น เช่น กรณีสุชาติ ชมกลิ่น ที่เซ็นยินยอมนับใหม่ในชลบุรีเขต 1 แต่ กกต. เป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตอนนี้บัตรเลือกตั้งถูกย้ายไปเก็บแล้ว การนับใหม่ต้องดูข้อกฎหมายและอาจถึงศาลด้วย

ทำไมอนุทินมั่นใจว่าเลือกตั้ง 2569 โปร่งใส?

จากมุมมองของอนุทิน การนับคะแนนเรียบร้อยมาก เพราะมีตัวแทนพรรคทุกพรรคเฝ้าตั้งแต่ใบแรกยันใบสุดท้าย ขานชื่อชัดเจน โอกาสโกงแทบเป็นศูนย์! รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ตามคำขอ กกต. ใช้เวลา 60 วันในการรับรองผล ตอนนี้เพิ่ง 3 วัน ยังอยู่ในกรอบกฎหมายเป๊ะๆ ถ้ากดดันมากไป อาจทำให้ล่าช้าออกไปอีก เหมือนเลือกตั้งเก่าๆ ที่เคยเลื่อนยาวๆ

  • ไม่มีทุจริต: อนุทินเชื่อมั่น 100% และเชื่อ กกต. แบบเต็มเปา
  • ไม่แทรกแซง: มหาดไทยแค่ช่วยเหลือ ไม่ล้วงลูก
  • นับใหม่? รอ กกต. ตัดสิน ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง
  • พรรคภูมิใจไทย: ได้ สส. จากนโยบายดีๆ ชาวบ้านเลือกเอง

ในฐานะคนติดตามการเมืองมานาน ผมเห็นด้วยกับอนุทินนะครับ ระบบเลือกตั้งไทยพัฒนาขึ้นมาก มีเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ แม้จะมีข้อครหาแต่หลักฐานต้องชัดเจน อย่าปล่อยให้ดราม่าทำให้รัฐบาลใหม่ล่าช้า เพราะถ้า กกต. ยังไม่ประกาศ รัฐบาลชุดนี้ต้องรักษาการต่อ สุดท้ายเมื่อถามถึงรัฐมนตรีหน้าใหม่หรือการจับขั้ว อนุทินยิ้มๆ แล้วเดินหนี ฮ่าๆ คงรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี การเมืองไทยก็น่าสนใจไม่แพ้กันนะ เพราะตอนนี้มีแอปและเว็บไลฟ์ผลเลือกตั้งเรียลไทม์ ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์คะแนนเลยล่ะ! ติดตามได้ที่ เว็บผลเลือกตั้ง 2569 หรือ เว็บเลือกตั้ง 2569

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: แนวโน้มหลังเลือกตั้ง 2569

จากประสบการณ์ ผมมองว่าเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนเทรนด์ใหม่ของประชาชนที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาชีวิตประจำวันมากกว่าดราม่า ถ้าทุกฝ่ายเคารพ กกต. รัฐบาลใหม่จะเกิดเร็ว ช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ทันที ลองนึกภาพรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีเลือกตั้งโปร่งใสกว่านี้ในอนาคตสิ!

CTA: อย่าลืมติดตามอัปเดตเลือกตั้ง 2569 กับเรา และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะรอประกาศผลกี่วันดี?

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ย้ำไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ปัดมหาดไทยแทรกแซง ชี้นับใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ ต้องรอ กกต.

เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดวุ่นวายที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียมาฝากกันอีกแล้ว โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามดราม่าการเมืองผสมความบันเทิงแบบนี้ รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก นี่แหละครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง

เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

เรื่องราวเริ่มต้นจากนายเทวา ชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อดีตครูสอนเทนนิสที่แต่งตัวชุดกีฬาเทนนิส ถือไม้เทนนิสมาอย่างเท่ห์ เขามายืนดูการแถลงข่าวของนายสนธิญา สวัสดี ที่กำลังยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. พอสนธิญาเดินเข้าไปด้านใน เทวาก็ไม่รอช้า! หยิบถุงน้ำปลาร้าที่เตรียมมาขว้างปาใส่กำแพงสำนักงานกกต. จนเลอะเทอะไปหมด ส่งกลิ่นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลายเป็นภาพที่ทั้งสะพรึงทั้งฮาในคราวเดียว

หลังก่อเหตุ เทวาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาคลอ โดยบอกว่าทำเพราะไม่พอใจการทำงานของกกต. ในเลือกตั้ง 2569 นี้มาก ใช้งบแผ่นดินมหาศาลแต่ปัญหาเพียบ และคัดค้านการนับคะแนนใหม่เพราะมองว่าเปลืองงบโดยไม่จำเป็น “เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีใครจ้างหรือกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง” เขายืนยันชัดเจน


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


ประวัติวีรกรรมเก่าๆ ของอดีตครูเทนนิส

น่าสนใจคือ เทวาเคยทำแบบนี้มาก่อนนะครับ! เมื่อ 20 กรกฎาคม 2566 เขาบุกเข้าไปในจุดรับเรื่องร้องเรียนของกกต. แล้วปาปลาร้าแสดงความไม่พอใจการเลือกตั้ง สส. ปีนั้นเหมือนกัน เรียกว่าเป็นแฟนตัวยงของการประท้วงสไตล์ “ปลาร้าเทอร์” เลยทีเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจรีบเข้าควบคุม ส่งตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องทันที

จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน เหตุการณ์แบบนี้สะท้อน passion ของประชาชนที่อยากเห็นการเลือกตั้งโปร่งใส แต่การแสดงออกแบบนี้แม้จะ viral บน TikTok หรือ Twitter แล้วกลายเป็นมีมฮาๆ แต่ก็เสี่ยงผิดกฎหมายนะครับ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยติดตามผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปและเว็บไซต์ เราคงไม่ต้องใช้วิธีดั้งเดิมแบบนี้แล้ว

  • ปัญหาที่กกต.เผชิญ: ใช้งบเยอะแต่ระบบยังมีช่องโหว่
  • จุดยืนเทวา: ค้านนับคะแนนใหม่เพื่อประหยัดงบ
  • ผลกระทบ: กลายเป็นข่าวใหญ่ สร้างกระแสสังคม

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

ในฐานะคนที่ชื่นชอบทั้งความบันเทิงและเทคโนโลยี ผมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของ ‘protest 2.0’ ที่ผสมผสานการแสดงออกแบบดั้งเดิมเข้ากับโลกดิจิทัล วิดีโอคลิปแพร่กระจายเร็วมาก สร้าง engagement สูงบนแพลตฟอร์มต่างๆ แต่เทรนด์ที่กำลังมาแรงกว่าคือการใช้ AI และแอปติดตามคะแนนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้เราไม่ต้องเดือดร้อนแบบนี้ ลองนึกภาพถ้ากกต. มีระบบ blockchain สำหรับตรวจสอบคะแนน จะลดดราม่าได้เยอะเลยครับ

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องดี แต่แสดงออกอย่างสันติภาพดีกว่า เพื่อไม่ให้กลายเป็นมีมตลกในที่สุด สนับสนุนให้ทุกคนติดตามผลเลือกตั้ง 2569 อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้นะครับ คลิกติดตามที่นี่เลย! เพื่ออัปเดตข่าวสารแบบเรียลไทม์

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก

ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการปราบปรามอาชญากรรมการเงินที่น่าติดตามมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามเรื่องเทคและบันเทิง เพราะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงินผ่านคริปโตด้วยนะ รู้มั้ยครับ เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้แถลงผลประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีมติสำคัญสุดๆ นั่นคือ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น พวกผู้ต้องหาคัดค้านยังไงก็ไม่รอด เพราะพยานหลักฐานฟังไม่ขึ้น!

ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

ที่ประชุมพิจารณาคำร้องเพิกถอนการยึดทรัพย์ชั่วคราวจากผู้มีส่วนได้เสียแล้ว แต่คำชี้แจงไม่มีน้ำหนักพอ จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาล สั่งยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท! นี่คือรายละเอียดแบบเจาะลึกที่เราคัดมาให้

1. คดีเครือข่าย ‘เบน สมิธ’ และพวก (ฉ้อโกงประชาชน)

กรณีนี้ดังมาก แตงไทย, ยิม เลียก, วิรินยา, เบน สมิธ และแคทรียา กับพวกลวงลวงประชาชนฉ้อโกง พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน ทรัพย์สินที่ยึดได้แก่ที่ดิน ห้องชุด รถ เรือยอชท์ และเงินฝากธนาคาร รวม 68 รายการ มูลค่า 12,123 ล้านบาท โห น่าตกใจ!

2. คดี ‘เฉิน จื้อ’ และ Prince Group (อาชญากรรมออนไลน์/ค้ามนุษย์)

เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group ในกัมพูชา เครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี สินค้าฟุ่มเฟือยเพียบ! ยึดที่ดิน เงินสด แบรนด์เนม เครื่องประดับ 96 รายการ มูลค่า 345 ล้านบาท ในยุคเทคแบบนี้ คริปโตกลายเป็นเครื่องมือฟอกเงินยอดฮิตเลยนะครับ

3. คดี ‘ก๊ก อาน’ (อาชญากรรมข้ามชาติ)

จากจับกุมแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ยึดที่ดินและเงินฝาก 89 รายการ มูลค่า 560 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ลุกลามข้ามชาติจริงๆ

4. คดีหลอกเทรดหุ้น (เอื้ออังกูร)

มิจฉาชีพชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ ยึดเงินสดและเงินฝาก 31 รายการ มูลค่า 46 ล้านบาท คลาสสิก scam แบบนี้ยังมีคนโดนเยอะ!

นอกจากนี้ ปปง. ยังบอกว่าถ้ามีผู้เสียหาย จะรวบรวมหลักฐานส่งอัยการเพื่อคืนทรัพย์ให้เหยื่อ แทนการตกเป็นของรัฐ เป็นมาตรการเยียวยาดีมาก

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามเทรนด์อาชญากรรมไซเบอร์มานาน พบว่าเคสแบบ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่ชัดเจน: การฟอกเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังพุ่งสูง โดยเฉพาะใน SEA อย่างกัมพูชาและไทย คริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้เส้นทางการเงินซับซ้อน แต่ ปปง. ก็อัพเกรดเครื่องมือตรวจสอบได้ทันสมัยมากขึ้น สุดยอด!

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบลงทุนหุ้นหรือคริปโต คำแนะนำจากผมคือ ตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี อย่าหลงกลโปรโมชั่นสุดล้ำในไลน์หรือโซเชียล ถ้าสงสัยรีบแจ้ง ปปง. หรือตำรวจทันที จะได้ไม่เป็นเหยื่อ ร่วมกันปราบปราม scam เหล่านี้กันเถอะ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์แชร์ต่อนะครับ

ที่มา – ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องร้อนๆ ในวงการเทคโนโลยีและการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮากันดีกว่า คุณเคยสงสัยมั้ยว่า สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย? มันเกิดขึ้นได้ยังไง? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิง แต่เป็นบทเรียนใหญ่เกี่ยวกับความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและการฟอกเงินในยุคดิจิทัลเลยนะ ผมจะเล่าให้ฟังแบบละเอียด เป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกันในคาเฟ่ พร้อมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ

สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?

ย้อนกลับไปปลายปี 2567 โครงการ TIDC หรือศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย ถูกผลักดันโดยกระทรวงดีอี รัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง และบริษัท NT (โทรคมนาคมแห่งชาติ) ร่วมกับบริษัทเอกชนลึกลับ Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ พวกเขาเซ็น MOU กันแค่ 3 วันเท่านั้น! ดูเร็วผิดปกติใช่มั้ยล่ะ? MOU สองฉบับ หนึ่งระหว่างกระทรวงดีอีกับ Prime อีกฉบับ NT กับ Prime ระบุชัดว่าจะทดสอบใน Digital Economy Regulatory Sandbox (DERS) ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่คริปโต ธนาคารดิจิทัล E-commerce สินทรัพย์โทเคน ไปจนถึงเกมออนไลน์และพนันกีฬา!

น่าตกใจคือ ผู้เซ็นฝั่ง Prime คือ Tan Kun Chiao George หรือ จอร์จ แทน และมีสักขีพยานอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และที่สำคัญ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักการเงินที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ 9,000 ล้านบาทเพราะเชื่อมโยงสแกมเมอร์อาเซียน! ทำไมคนเหล่านี้ถึงโผล่มาที่นี่? ปลัดกระทรวงดีอี วิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ บอกว่าไม่รู้จักเบนจามิน แต่หลังจากนั้น ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีคนใหม่ สั่ง DSI และ ปปง. ตรวจสอบ พบความผิดปกติเพียบ

เจาะลึก MOU และโครงการลึกลับ

MOU ระบุ Prime จะหาผู้เชี่ยวชาญ IT 500 คน วีซ่าพิเศษ และรับผิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อทดสอบระบบใน sandbox แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ Cyber Security ที่ถ้าถูกสแกมเมอร์คุม ทุกอย่างพังหมด! ประเสริฐ บอกว่าเป็นการกลั่นแกล้งการเมือง แต่ DSI รับคดีแล้ว

เชื่อมโยง Prime Opportunity กับสแกนม่านตาและฟอกเงิน

จาก MOU เกิด TIDC Group และ TIDC Worldverse ขึ้นมา เว็บไซต์ใช้โลโก้กระทรวงดีอีและ NT โปรโมทกันสนุกสนาน! TIDC Worldverse นำเข้าสแกนม่านตา World ID จาก Tools for Humanity แลกคริปโต Worldcoin (WLD) คนไทย 1.2 ล้านคนสแกนไปแล้ว แต่ ETDA และ สคส. ปฏิเสธเพราะละเมิด PDPA!

  • ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ชัดเจน
  • สแกนซ้ำ ระบบจำได้ แสดงว่าข้อมูลไม่ถูกลบ
  • แปลงม่านตาเป็นโค้ด แต่ยัง transfer ได้
  • จูงใจด้วยคริปโต ไม่ยินยอมอิสระ

วันที่ 24 พ.ย. 2568 สคส. สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านรายภายใน 7 วัน ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท/ID! DSI รับคดี 148/2568 ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ม.14 นอกจากนี้ จอร์จ แทน เชื่อม CAI และบริษัทที่ภรรยาเบนจามินกับยิมเลี๊ยก ถือหุ้น ถูกอายัดทรัพย์ โยงสแกมเมอร์ชัดเจน

ความเสี่ยงถ้าไม่เปิดโปง

อันตรายสุดคือใช้ตราประทับรัฐสร้างความน่าเชื่อถือ ฟอกเงินแบบเปิดเผยภายใต้ ‘นวัตกรรม’! ถ้าขยายไปควบคุมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ประเทศเราจะเป็นยังไง? ไชยชนก เตือนว่าถ้าสแกมเมอร์คุม ปลอดภัยหมด!

ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีมานาน ผมเห็นเทรนด์นี้ชัด: ดิจิทัล sandbox ดีแต่ต้องโปร่งใส ไม่งั้นกลายเป็นช่องโหว่ฟอกเงิน ฝากเพื่อนๆ ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ถ้าสแกนม่านตาไปแล้ว รีบแจ้ง สคส. เพื่อเรียกค่าเยียวยา สนับสนุนการตรวจสอบต่อไปนะ!

ดู VDO KEY MESSAGES สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?:

ที่มา – สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ สแกนม่านตา และ MOU ต้องสงสัย?

ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนในวงการศึกษา ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมาก นั่นคือ ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา เหตุการณ์เศร้าที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา ทำให้เราต้องหันมามองปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนอย่างจริงจัง ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวการศึกษาและเทคโนโลยีมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ลึกๆ ว่ามันหมายถึงอะไร และเราจะป้องกันได้ยังไงในยุคดิจิทัล

ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังจากเหตุการณ์น่าเศร้าที่ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตจากความรุนแรงในสถานศึกษา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และสั่งการทันทีให้ สพฐ. เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ครู และนักเรียน ทั้งเรื่องสวัสดิการและเยียวยาจิตใจ

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ กระทรวงศึกษาฯ เตรียมปูนบำเหน็จให้ ‘ศศิพัชร’ สูงสุด 7 ขั้น! ซึ่งเท่ากับเลื่อนเงินเดือน 35% ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และจะขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย นี่คือการให้เกียรติยศแก่ผู้เสียสละที่ปกป้องโรงเรียนของตัวเองอย่างสุดชีวิต

มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาแบบครบวงจร

  • สิทธิประโยชน์พิเศษ: เร่งพิจารณาบำเหน็จตามระเบียบ
  • ดูแลสุขภาพ: ประสานกระทรวงสาธารณสุข รักษาผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด
  • เยียวยาจิตใจ: ส่งทีมสหวิชาชีพด้านจิตวิทยาเข้าโรงเรียนต่อเนื่อง
  • ลงพื้นที่: ศ.ดร.นฤมล จะไปให้กำลังใจเวลา 10.00 น.

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยในทุกสถานศึกษา ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: เทคโนโลยีช่วยยกระดับความปลอดภัยโรงเรียนได้อย่างไร

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ผมเห็นว่าปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนไม่ได้แก้ด้วยมาตรการดั้งเดิมอย่างเดียว แต่ต้องผสาน edtech เข้าไป เช่น

  • CCTV AI: ระบบกล้องอัจฉริยะที่ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์
  • แอปแจ้งเตือน: นักเรียนกดปุ่มฉุกเฉิน ส่งสัญญาณไปหาครูและตำรวจทันที
  • ข้อมูลบิ๊กดาต้า: วิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียนเพื่อป้องกันล่วงหน้า

หลายประเทศอย่างสิงคโปร์และเกาหลีใต้ ใช้เทคนี้แล้ว ลดเหตุรุนแรงได้ 40% เลยทีเดียว ในไทย เราควรเร่งนำมาใช้ โดยเฉพาะโรงเรียนห่างไกลอย่างพะตงฯ ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตดีขึ้นมาก

เหตุการณ์นี้สะท้อน trend ใหญ่: โรงเรียนยุคใหม่ต้องเป็น ‘safe space’ ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรียนหนังสือ แต่ปลอดภัยทั้งกายใจ กระทรวงศึกษาฯ ทำถูกแล้วที่เคลื่อนไหวเร็ว แต่ต้องติดตามผลจริง

สุดท้าย ผมคิดว่าเราทุกคนมีส่วนร่วมได้ ลองแชร์ไอเดียของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าควรใช้เทคโนโลยีอะไรเพิ่มเพื่อปกป้องเด็กๆ? กดไลค์ แชร์ และติดตามข่าวอัปเดตจากผมต่อไป!

ที่มา – ศธ. ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น ‘ศศิพัชร’ ผอ.รร.พะตงฯ พร้อมทบทวนยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา

สิ้น ผอ.ศศิพัชร วีรบุรุษแม่พิมพ์ หลังสละชีวิตปกป้องศิษย์ เหตุเยาวชนบุกยิงในโรงเรียน

วันนี้เรามีข่าวเศร้าที่สะเทือนใจวงการศึกษาไทย เมื่อ สิ้น ผอ.ศศิพัชร วีรบุรุษแม่พิมพ์ หลังสละชีวิตปกป้องศิษย์ เหตุเยาวชนบุกยิงในโรงเรียน เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่เหตุการณ์โศกนาฏกรรม แต่เป็นตัวอย่างของจิตวิญญาณครูที่ยิ่งใหญ่ เหมือนฮีโร่ในภาพยนตร์ที่เราชอบดูในวงการบันเทิง แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

สิ้น ผอ.ศศิพัชร วีรบุรุษแม่พิมพ์ หลังสละชีวิตปกป้องศิษย์ เหตุเยาวชนบุกยิงในโรงเรียน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 02.06 น. ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ ได้จากไปอย่างสงบ หลังทีมแพทย์ช่วยเหลือสุดความสามารถจากบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดจากวันก่อนหน้า คือ 11 กุมภาพันธ์ เมื่อเยาวชนชายรายหนึ่งบุกยิงและพยายามจับตัวประกันในอาคารเรียน

ในวินาทีวิกฤตนั้น ผอ.ศศิพัชร ไม่ลังเลที่จะเอาตัวเข้าแลก สละชีวิตปกป้องนักเรียนและเพื่อนครู ทำให้ตัวเองเสียเลือดมากและอาการทรุดหนัก สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่เหนือกว่าใคร เป็นแม่พิมพ์แห่งชาติตัวจริง

จิตวิญญาณครูไทยที่ควรถูกยกย่อง

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารสังคมมานาน ผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้โดดเด่นด้วยความเสียสละสุดขีด คล้ายกับเรื่องราวฮีโร่ในภาพยนตร์แอคชั่นที่เราชอบดูใน Netflix หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่ในชีวิตจริง มันสะท้อนปัญหาใหญ่ของสังคมไทย เช่น ความรุนแรงในวัยรุ่น ปัญหาสุขภาพจิตที่ถูกละเลย และระบบการศึกษาที่ต้องปรับปรุง

จากประสบการณ์ของผมที่ศึกษาข่าวเทคโนโลยีและสังคม พบว่าเทคโนโลยีอย่างโซเชียลมีเดียมีส่วนกระตุ้นพฤติกรรมก้าวร้าวในเยาวชน หากเราใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลช่วยตรวจจับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าได้ จะช่วยป้องกันเหตุแบบนี้ได้มาก

  • ผอ.ศศิพัชร เป็นแบบอย่างของครูที่รักเด็กจริง
  • เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในโรงเรียน
  • สังคมต้องหันมาใส่ใจสุขภาพจิตเยาวชนมากขึ้น

บทเรียนจากโศกนาฏกรรม

สิ้น ผอ.ศศิพัชร วีรบุรุษแม่พิมพ์ หลังสละชีวิตปกป้องศิษย์ เหตุเยาวชนบุกยิงในโรงเรียน ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า สังคมไทยพร้อมรับมือกับกระแสความรุนแรงในโรงเรียนหรือยัง? จากสถิติกระทรวงศึกษาฯ พบว่าเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนเพิ่มขึ้น 20% ใน 5 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากปัญหาครอบครัวและแรงกดดันจากสังคม

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม แนะนำให้โรงเรียนนำเทคโนโลยี surveillance ด้วย AI มาใช้ รวมถึงโปรแกรมปรึกษาสุขภาพจิตฟรี เหมือนแอปยอดนิยมใน tech world อย่าง Calm หรือ Headspace แต่ปรับให้เข้ากับบริบทไทย นอกจากนี้ ครูทุกคนควรได้รับการฝึกอบรมด้าน crisis management เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน

เรื่องราวของผอ.ศศิพัชร ไม่ใช่แค่ข่าวเศร้า แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หมกมุ่นกับ gadget และ social media ลองหันมาสนับสนุนการศึกษา สร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

สุดท้าย ผมเชื่อว่า trend ในอนาคตคือการผสมผสาน tech เข้ากับการศึกษา เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมแบบนี้ มาเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงกันเถอะ! แชร์บทความนี้เพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษ และเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนด้านสุขภาพจิตเยาวชน

ที่มา – สิ้น ผอ.ศศิพัชร วีรบุรุษแม่พิมพ์ หลังสละชีวิตปกป้องศิษย์ เหตุเยาวชนบุกยิงในโรงเรียน

ฟีเจอร์ Siri ล่าช้ามานานเลื่อนอีกเพราะช้าไม่แม่น

ฟีเจอร์ Siri ล่าช้ามานานถูกเลื่อนอีกครั้งเพราะช้าและไม่แม่นยำ นี่คือข่าวร้ายล่าสุดจาก Mark Gurman ผู้เชี่ยวชาญสาย Apple จาก Bloomberg ที่รายงานว่าการพัฒนา Siri เวอร์ชันใหม่กำลังเจอปัญหาใหญ่ในการทดสอบภายใน ทำให้ Apple ต้องปล่อยเวอร์ชันแบบครึ่งๆ กลางๆ ใน iOS 26.4 ที่จะมาถึงเดือนหน้า

ฟีเจอร์ Siri ล่าช้ามานานถูกเลื่อนอีกเพราะช้าและไม่แม่นยำ

Apple สัญญาว่าจะทำให้ Siri กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทและทำงานข้ามแอปได้อย่างลื่นไหล แต่จนถึงปี 2026 แล้วก็ยังไม่เห็นของจริง โฆษณาที่มี Bella Ramsey ในปี 2024 ต้องถูกถอดเพราะทำตามไม่ได้ สิ่งที่โฆษณานั้นแสดงคือการถาม Siri แบบแชทบอทแล้วได้คำตอบจากข้อมูลส่วนตัว เช่น “ร้านอาหารกรีกที่ Larry แนะนำคือร้านไหน?” แต่ฟีเจอร์นี้ยังล่าช้าอยู่

การทดสอบพบว่า Siri ใหม่ประมวลผลคำสั่งผิดพลาดและตอบช้าเกินไป Apple เช่ามодель AI จาก Google ปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ถ้าทำงานไม่ได้ ผู้บริโภคก็โทษ Apple อยู่ดี Apple กำลังตามหลัง Google ในด้าน AI ต้องรีบมีชัยชนะ

สาเหตุที่ฟีเจอร์ Siri ล่าช้ามานานถูกเลื่อนอีกเพราะช้าและไม่แม่นยำ

ฟีเจอร์หลักที่เลื่อนคือการขุดข้อมูลส่วนตัวเพื่อตอบคำถามเฉพาะเจาะจง และ Siri-based voice controls สำหรับ App Intents ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กใหม่สำหรับควบคุมแอป นักพัฒนาอาจไม่ค่อยตื่นเต้นนัก แต่สำหรับผู้ใช้คือความผิดหวัง

  • iOS 26.4 เดือนมีนาคม: Siri บางส่วน
  • iOS 26.5 เดือนพฤษภาคม: ฟีเจอร์เพิ่มเติม
  • iOS 27 เดือนกันยายน: อัปเดตใหญ่พร้อม iPhone 18

ใน iOS 26.5 อาจมีตัวเลือก “preview” Siri ใหม่แบบเสี่ยงๆ ให้ลอง สถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้ Apple ต้องแก้ปัญหาให้ได้เพื่อไม่ให้เสียหน้า

นี่แสดงให้เห็นว่า Apple กำลังเจอความท้าทายใน AI แม้ลงทุนมหาศาล ผู้ใช้ iPhone รอคอย Siri ที่ฉลาดจริงๆ มานาน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเทคโนโลยีล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต Apple!

ที่มา – Long Delayed Siri Functions Are Reportedly Being Delayed Once Again Because They’re Slow and Inaccurate

เลือกตั้ง 2569 : ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความ ‘มนัสนนันท์ กับพวก’ บุกรุก-ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ปมนำใบรวมคะแนนหน่วย 15 ออกจากสถานที่ราชการ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนๆ จากวงการการเมืองไทยกันหน่อย เรื่อง เลือกตั้ง 2569 : ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความ ‘มนัสนนันท์ กับพวก’ บุกรุก-ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ปมนำใบรวมคะแนนหน่วย 15 ออกจากสถานที่ราชการ นี่แหละครับ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่โตในโซเชียล โดยเฉพาะคนที่ติดตามข่าวการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์อย่างเราๆ

เลือกตั้ง 2569 : ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความ ‘มนัสนนันท์ กับพวก’ บุกรุก-ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ปมนำใบรวมคะแนนหน่วย 15 ออกจากสถานที่ราชการ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ศูนย์กลางรวมคะแนนและรับมอบหีบเลือกตั้งตามประกาศของ กกต.ประจำเขต 1 จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่กำลังยุ่งวุ่นวายรับหีบจากหน่วยต่างๆ เพื่อยุบรวมหีบและเอกสารให้เรียบร้อย แต่จู่ๆ ก็มีกลุ่มบุคคล นำโดยมนัสนนันท์ กับพวก บุกรุกเข้ามาขัดขวาง!

รายละเอียดชัดๆ เลยนะครับ พวกเขานำใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เทศบาลเมืองแสนสุข ออกไปจากพื้นที่ราชการแบบไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2566 ไม่สามารถส่งมอบหีบ บัตรเลือกตั้ง และเอกสารต้นทางให้ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดชลบุรีได้ทันเวลา นี่มันกระทบกระบวนการสำคัญเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการนับคะแนนที่ทุกคนรอคอย

อะไรคือจุดแตกหักของเหตุการณ์นี้?

จากที่ผมติดตามข่าวการเลือกตั้งมาหลายรอบ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ค่ะ มันกระทบหลักการประชาธิปไตยโดยตรง เพราะใบรวมคะแนนดิบคือหลักฐานสำคัญที่ป้องกันการทุจริต ถ้าถูกนำออกไปโดยพลการ อาจนำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องผลเลือกตั้งได้เลย ผู้อำนวยการ กกต.เขต 1 ชลบุรี จึงไม่รอช้า แจ้งความดำเนินคดีทันทีใน 3 ข้อหาหนักๆ คือ

  • บุกรุก
  • ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่
  • เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในทางที่อาจก่อความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องเคารพกระบวนการ ไม่ว่าจะเข้าข้างฝ่ายไหนก็ตาม

ถ้าพูดถึงภาพรวม เลือกตั้ง 2569 ปีนี้ ดราม่าแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะทุกคนตื่นเต้นกับผลคะแนน แต่จากประสบการณ์ผมที่เคยเห็นการเลือกตั้งหลายสมรภูมิ การรักษาความสงบเรียบร้อยในศูนย์รวมคะแนนสำคัญมาก มันเหมือนกับการไลฟ์สตรีมผลบอลเลย ถ้าสัญญาณขาดหาย ใครจะเชื่อผลสุดท้ายล่ะ?

อัปเดตผลเลือกตั้งชลบุรีและเคล็ดลับติดตามแบบไม่พลาด

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจผล เลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ แนะนำเว็บ election2569.thestandard.co เลยครับ มีคะแนนสดๆ รายหน่วย บทวิเคราะห์ และข่าวล่าสุดครบจบในที่เดียว หรือเช็คที่ thestandard.co/election2569/ ด้วย รับรองอัปเดตไว ไม่ต้องลุ้นเอง

ในมุมของผมที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน การเลือกตั้งปีนี้สะท้อนเทรนด์ใหม่ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีติดตามคะแนนแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดดราม่าได้เยอะ แต่ยังต้องมีกฎระเบียบเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุแบบนี้ หวังว่าทุกเขตจะผ่านไปด้วยดีนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าปี 2569 นี้คือโอกาสให้เราเห็นว่าประชาธิปไตยไทยกำลังโตขึ้น ถ้าทุกคนเคารพกฎเกณฑ์ ลองติดตามต่อและแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย สนับสนุนให้เลือกตั้งสุจริตเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความ ‘มนัสนนันท์ กับพวก’ บุกรุก-ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ปมนำใบรวมคะแนนหน่วย 15 ออกจากสถานที่ราชการ