ผู้เขียน: lalika69_admin

ตำรวจคุมตัว ‘หมอบี’ หลังถูกจับปมเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ เจ้าตัวปัดตอบสื่อ สีหน้าเคร่งเครียด

วันนี้ (26 สิงหาคม) เมื่อเวลา 09.57 น. เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนต่างจับตามอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำ หมอบี หรือชื่อเต็มว่า เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล มาถึงกองบังคับการปราบปรามอย่างเป็นทางการ โดยในขณะนั้น หมอบี มีสีหน้าเคร่งเครียด สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล ถูกใส่กุญแจมือ และมีผ้าดำปิดหน้าไว้ตลอดเส้นทาง ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนที่มารอรายงานข่าว ซึ่งเจ้าตัวก็ปัดการตอบคำถามทั้งหมดก่อนจะถูกนำขึ้นไปที่กองกำกับการ 1 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนสอบปากคำอย่างเป็นทางการต่อไป

ตำรวจคุมตัว ‘หมอบี’ เข้ากองบังคับการปราบปราม

ประเด็นที่ทำให้ หมอบี ถูกจับกุมตัว คือ ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับกรณีเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อหาหลักที่ว่า “สนับสนุนเจ้าพนักงาน, เบียดบังยักยอกทรัพย์, สนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน” ข้อกล่าวหาเหล่านี้ล้วนมีความร้ายแรง และน่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้มีชื่อเสียงในวงการศาสนาและสังคมอย่าง หมอบี

ตามรายงานข่าว หมอบี ถูกควบคุมตัวจากบ้านพักย่านจตุจักรในช่วงเช้ามืดของวันก่อนหน้า เพื่อลงมาสอบสวนอย่างละเอียด หลังจากนั้นตำรวจกองปราบยังได้ขยายผลการสืบสวนไปยังพื้นที่กว่า 17 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในการประกอบสำนวนคดีที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์สำคัญในอนาคต

ท่าทีของหมอพีกังวล ตอบสื่อไม่ออก

ในช่วงที่ถูกควบคุมตัว หลายคนสังเกตเห็นว่า หมอแสดงท่าทีอย่างตึงเครียด และปฏิเสธการให้ข้อมูลกับสื่อทุกรายอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจสื่อถึงความรุนแรงของข้อหาที่ตนเผชิญอยู่ หรือแม้กระทั่งสามารถบ่งบอกถึงการเตรียมตัวด้านกฎหมายอย่างรอบคอบอยู่เบื้องหลัง

ในประเด็นเรื่องคดีความและการเงินของบุคคลในวงการศาสนาในประเทศเรา ถือเป็นหัวข้อที่มีความละเอียดอ่อนสูง ทั้งในเชิงจิตวิทยาและสังคม หมอบี ซึ่งมีฐานผู้ติดตามมากมายบนโซเชียลมีเดีย ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินชีวิตที่เปิดเผยต่อสาธารณะมาอย่างยาวนาน แต่ความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์อาจพังทลายได้เพียงแค่วันเดียว

การถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ติดตาม และอาจเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ในวงกว้างได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงรอติดตามพยานหลักฐานอย่างเป็นทางการที่จะเผยออกมาในอนาคต

ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร เหตุการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับทั้งหมอและระบบกฎหมายไทย หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เราขอแนะนำให้รับข่าวสารผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือและไม่หลงเชื่อข่าวลือ เพื่อให้ได้มุมมองที่ครบถ้วนที่สุด

ติดตามข่าวสารด้านความบันเทิงและเทคโนโลยี ต้องที่นี่ เราพร้อมเสิร์ชให้คุณได้รู้ทันทุกประเด็น!

ที่มา – ตำรวจคุมตัว ‘หมอบี’ หลังถูกจับปมเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ เจ้าตัวปัดตอบสื่อ สีหน้าเคร่งเครียด

‘โตโต้ ปิยรัฐ’ ลุ้นฟังคำพิพากษาคดี ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ ปมโพสต์วิจารณ์สลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่หลายคนต่างจับตามอง สำหรับกรณีของ “โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคประชาชน และอดีตแกนนำกลุ่ม We Volunteer ที่ถูกกล่าวหาตาม ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ ลุ้นฟังคำพิพากษาคดี ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ ปมโพสต์วิจารณ์สลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตัวในวงสื่อและสังคมออนไลน์อย่างมาก

‘โตโต้ ปิยรัฐ’ ลุ้นฟังคำพิพากษาคดี ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ ปมโพสต์วิจารณ์สลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 หลังจากนพดล พรหมภาสิต เลขาธิการศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบนโลกออนไลน์ (ศชอ.) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่บก.ปอท. เกี่ยวกับการโพสต์ข้อความวิจารณ์การสลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’ ที่สนามหลวง โดย ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ ลุ้นฟังคำพิพากษาคดี ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ ปมโพสต์วิจารณ์สลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’ กลายเป็นประเด็นต่อเนื่องที่น่าจับตา เพราะในทางกฎหมาย การกล่าวหาในข้อหาดังกล่าวมีบทลงโทษที่สูงมาก

ตามข้อกล่าวหาดังกล่าว ปิยรัฐถูกฟ้องว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(3) ซึ่งมีบทลงโทษถึงจำคุกสูงสุด 7 ปี อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ปิยรัฐได้ตัวแทนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยชี้ชัดว่า สิ่งที่เขียนลงไปเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ได้มีเจตนาใดๆ ที่จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

ถ้ามีความผิด อาจต้องพ้นตำแหน่งทันที

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งใน 3 คดี มาตรา 112 ของปิยรัฐ ซึ่งหากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิด แม้เพียงแค่จำคุกเพียงหนึ่งวัน ก็จะส่งผลให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่ง สส. ทันที ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าหาก สส. ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญาและต้องจำคุก ก็จะสิ้นสุดสมาชิกภาพในสภาฯ อัตโนมัติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กรณีนี้ไม่ใช่แค่การตัดสินในเชิงกฎหมาย แต่ยังกระทบต่อภาพรวมของระบอบการเมืองในขณะนี้ด้วย

การติดตามและบทเรียนจากกรณีนี้

การที่โตโต้ต้องต่อสู้คดีในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางสังคมที่ยังต้องตั้งคำถามหลายเรื่องเกี่ยวกับขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงประเด็นทางการเมืองหากลองมองในอีกมุมหนึ่ง การใช้กฎหมายในการฟ้องผู้วิจารณ์รัฐอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนได้เช่นกัน

ในยุคที่เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การใช้คำพูดอย่างมีสติบนโลกออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่ทั้งผู้โพสต์และผู้อ่านควรให้ความสำคัญ

ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเช่นไร การติดตามกรณีนี้ถือเป็นการวัดสเกลความเข้าใจเกี่ยวกับเสรีภาพการพูดในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี การรับฟังคำพิพากษาในวันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับโตโต้ แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นให้สังคมได้ทบทวนถึงบทบาทของกฎหมายกับการเมืองในประเทศไทยอีกด้วย

หากคุณสนใจติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ และอย่าลืมแบ่งปันความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ให้กับคนรอบตัวด้วยนะครับ

ที่มา – ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ ลุ้นฟังคำพิพากษาคดี ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ ปมโพสต์วิจารณ์สลายการชุมนุม ‘ขายกุ้ง’

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุคาจิกิ ฉบับที่ 15 แม้อ่อนกำลังลงแล้ว แต่ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากภาคเหนือ – ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 15 เตือนเกี่ยวกับพายุคาจิกิ แม้ว่าจะอ่อนกำลังลงไปแล้ว แต่ยังคงส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ และ ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ประชาชนต้องระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุคาจิกิ ฉบับที่ 15 ฝนตกหนักหลายจังหวัด

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม พายุโซนร้อน คาจิกิ ได้ลดกำลังลง และเคลื่อนตัวจากบริเวณแขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว เข้ามาใกล้ประเทศไทย โดยศูนย์กลางของพายุตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดบึงกาฬประมาณ 40 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ คาดว่าในช่วงเย็นของวันนี้ พายุจะอ่อนกำลังลงมากขึ้น และเข้าสู่พื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จากข้อมูลที่ กรมอุตุฯ รายงานให้ประชาชนทราบ พายุ คาจิกิ ยังคงสามารถสร้างฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ รวมทั้งภาคเหนือ และ ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีจังหวัดที่ต้องระวังดังนี้

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์
  • ภาคกลางและตะวันออก: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

ข้อควรระวังจากกรมอุตุฯ

ประชาชนในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมที่เกิดจากการไหลหลากของแม่น้ำ รวมถึงน้ำที่สะสมในพื้นที่ต่ำ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องอพยพหรือเคลื่อนย้าย

สภาพคลื่นทะเลรอบประเทศไทย

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงนี้ ส่วนประชาชนที่อยู่ริมชายฝั่งควรระวังคลื่นซัดเข้าหาฝั่งด้วย

ในช่วงวันที่ 27 สิงหาคม พายุจะมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักอาจยังคงส่งผลในบางจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, เลย, หนองคาย, กาญจนบุรี และอื่นๆ

การเตรียมตัวล่วงหน้า คือกุญแจสำคัญในช่วงที่มีภัยธรรมชาติ การติดตามข่าวสารจาก กรมอุตุฯ อย่างสม่ำเสมอ และไม่ละเลยคำเตือน จะช่วยให้คุณและครอบครัวปลอดภัยในช่วงพายุ คาจิกิ ฉบับที่ 15

ติดตามสถานการณ์อัปเดตแบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยของคุณและคนในครอบครัว

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุคาจิกิ ฉบับที่ 15 แม้อ่อนกำลังลงแล้ว แต่ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากภาคเหนือ – ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

Nvidia เปิดตัว ‘สมอง’ ให้หุ่นยนต์และรถยนต์

Nvidia เปิดตัว ‘สมอง’ เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และรถยนต์ไร้คนขับ Jetson Thor ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นได้ไหม Nvidia อาจทำให้ความเป็นไปได้นั้นใกล้ความจริงยิ่งขึ้นด้วยสมองหุ่นยนต์ที่ฉลาดกว่าเดิม ซึ่งมีความต้องการพลังงานน้อยลง

ข้อเสนอด้านหุ่นยนต์ล่าสุดของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคือ Jetson Thor ซึ่งเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นสำหรับการคำนวณ AI แบบเรียลไทม์บนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และเครื่องจักรอัจฉริยะ Nvidia ได้ประกาศในข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันจันทร์

โมดูลใหม่นี้สร้างขึ้นเพื่อจัดการข้อมูลจำนวนมากขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า Jetson Orin Nvidia อ้างว่า Jetson Thor ที่ขับเคลื่อนโดย Blackwell GPU ล่าสุด มีพลังการประมวลผล AI มากกว่าเจ็ดเท่า และหน่วยความจำมากกว่าสองเท่าที่ความเร็วและประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนถึงสามเท่า

พลังใหม่ทั้งหมดนี้จะปลดล็อกข้อมูลเซ็นเซอร์ความเร็วสูงและการใช้เหตุผลเชิงภาพที่สามารถช่วยให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มีความสามารถในการมองเห็น เคลื่อนที่ และตัดสินใจได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

“Jetson Thor แก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในด้านหุ่นยนต์: การทำให้หุ่นยนต์สามารถมีปฏิสัมพันธ์อัจฉริยะแบบเรียลไทม์กับผู้คนและโลกทางกายภาพ” บริษัทเขียนไว้

เป็นก้าวกระโดดด้านประสิทธิภาพที่สำคัญที่ Nvidia หวังว่าจะดึงดูดวิศวกร บริษัทกล่าวว่าผู้ใช้งานช่วงแรกๆ ได้แก่ Amazon, Meta, Caterpillar และ Agility Robotics ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่วางจำหน่ายเชิงพาณิชย์สำหรับคลังสินค้าและโรงงานผลิตอื่นๆ โมเดลนี้กำลังได้รับการพิจารณาให้นำไปใช้โดย John Deere และ OpenAI

นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้โดยห้องปฏิบัติการวิจัยที่ Stanford, Carnegie Mellon และ University of Zurich เพื่อขับเคลื่อนหุ่นยนต์อัตโนมัติในการตั้งค่าการวิจัยทางการแพทย์และอื่นๆ Nvidia กล่าวในบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์

ชุดพัฒนา Jetson AGX Thor ซึ่งรวมถึงโมดูล Jetson T5000 พร้อมบอร์ดตัวนำอ้างอิง แหล่งจ่ายไฟ และฮีทซิงค์แบบแอคทีฟพร้อมพัดลม ขณะนี้วางจำหน่ายแล้วบนเว็บไซต์ของบริษัทในราคาเริ่มต้นที่ 3,499 ดอลลาร์

เร็วๆ นี้ – และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว – คือ Nvidia Drive AGX Thor ซึ่งเป็นชุดพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แต่สำหรับยานยนต์อัตโนมัติแทน การจัดส่งสำหรับสิ่งนั้นมีกำหนดจะเริ่มในเดือนกันยายน บริษัทกล่าว

แม้ว่าชิป AI จะเป็นแหล่งรายได้หลักของ Nvidia แต่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ

“นี่จะเป็นทศวรรษของ AV [ยานยนต์อัตโนมัติ] หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ” Jensen Huang ซีอีโอ กล่าวกับCNBCในการสัมภาษณ์เมื่อเดือนมิถุนายน

Huang กล่าวถึงความเชื่อมั่นของเขาเกี่ยวกับขนาดของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่สามารถขยายขนาดได้ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทในเดือนนั้น

Nvidia คาดว่านอกเหนือจาก AI แล้ว หุ่นยนต์จะเป็นแหล่งการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัท และเมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองอย่างนี้แสดงถึง “โอกาสในการเติบโตมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์” Huang กล่าวกับนักลงทุน

เมื่อต้นปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวกลุ่มโมเดล AI ที่สามารถใช้ฝึกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ เช่น Cosmos

การเดิมพันของ Huang ไม่ได้ว่างเปล่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังก้าวหน้า

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์โอลิมปิกครั้งแรก World Humanoid Robot Games ในงานมหกรรมสามวันนี้ บริษัทต่างๆ ได้จัดแสดงหุ่นยนต์ที่สามารถวิ่งแข่ง 1,500 เมตรได้ในเวลาเพียงหกวินาทีเศษ และบรรลุคุณสมบัติการทำงานจริง เช่น การคัดแยกยาหรือรับรายการอาหาร

แต่ถึงกระนั้น เทคโนโลยีก็ยังมีข้อจำกัดอย่างมากและห่างไกลจากการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย แม้แต่ในงานแสดงหุ่นยนต์ที่ยิ่งใหญ่ในจีน หุ่นยนต์หลายตัวก็ประสบปัญหาทางเทคนิค หุ่นยนต์ตัวหนึ่งในการแข่งขันกรีฑาและลานวิ่งชนเข้ากับผู้ยืนดูที่เดินออกนอกเส้นทางโดยตรงและล้มลง

Nvidia ได้ประกาศในเวลาที่สะดวกสำหรับบริษัท ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้กำลังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองในวันพุธนี้ และตลาดก็กำลังคึกคักอยู่แล้ว

Nvidia ครองตลาด AI ดังนั้นผลประกอบการของบริษัทจึงดึงดูดการคาดเดาครั้งใหญ่เสมอ แต่ความสำคัญในสัปดาห์นี้ได้รับการผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ผันผวนและคำถามเกี่ยวกับมูลค่าทางเศรษฐกิจของการนำ AI ไปใช้อย่างกว้างขวาง

บริษัทอยู่ในช่วง ช่วงเวลาที่นโยบายผันผวน ในความพยายามที่จะขายชิป AI ในจีนท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน จีนเป็นตลาดหลักสำหรับ Nvidia และความไม่แน่นอนกำลังทำให้นักลงทุนของบริษัทแทบจะนั่งไม่ติด

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนไม่ว่างคือรายงาน AI ฉบับใหม่ที่น่ากังวลจากนักวิจัย MIT รายงานพบว่าแม้จะมีการเดิมพันที่กล้าหาญใน AI ในโลกองค์กร แต่โครงการนำร่อง AI น้อยกว่าหนึ่งในสิบโครงการได้แปลเป็นผลกำไรที่แท้จริง

Nvidia เพิ่งมีมูลค่าตลาด4 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว กลายเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกที่บรรลุความสำเร็จดังกล่าว ตอนนี้ เดิมพันสูง เนื่องจากขึ้นอยู่กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ที่จะพิสูจน์ว่าการประเมินมูลค่าไม่ได้สร้างขึ้นจากกระแส AI เท่านั้น

Nvidia เปิดตัว ‘สมอง’ ให้หุ่นยนต์และรถยนต์

ทำไม Nvidia เปิดตัว ‘สมอง’ ให้หุ่นยนต์และรถยนต์ ถึงสำคัญ?

การเปิดตัว ‘สมอง’ ใหม่สำหรับหุ่นยนต์และรถยนต์ของ Nvidia ไม่เพียงแต่แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางที่บริษัทกำลังมุ่งเน้น ซึ่งก็คือการผสานรวม AI เข้ากับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น Nvidia วางเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตของหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ และ Jetson Thor ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์นั้น

การพัฒนาชิป AI ที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานต่ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้หุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในโลกแห่งความเป็นจริง เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การผลิตและการขนส่ง ไปจนถึงการดูแลสุขภาพและการช่วยเหลือผู้สูงอายุ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และรถยนต์ไร้คนขับจริง ๆ ด้วย ‘สมอง’ ใหม่นี้ หุ่นยนต์อาจฉลาดขึ้น ทำงานได้หลากหลายมากขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป

ที่มา – Nvidia Unveils High-Tech ‘Brain’ for Humanoid Robots and Self-Driving CarsThe new module is built to handle larger amounts of information, faster and more efficiently.

ส่องคัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’

ไตรภาคต่อของ Star Wars ยังคงเป็นหัวข้อที่แฟน ๆ Star Wars ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่พูดถึงกันอย่างหนาแน่น ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับภาพยนตร์ทั้งสามเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนน่าจะเห็นพ้องกันคือ สิ่งของประกอบฉากจากซีรีส์ที่เราอยากถือไว้ในมือและสำรวจมากที่สุดก็คือ คัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’

คัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’ ปรากฏตัวใน Star Wars Episode VIII: The Last Jedi โดยถูกเก็บไว้บน Ahch-To และได้รับการดูแลโดย Luke Skywalker หลังจากที่เขาทิ้งนิกายเจไดและพลังไปเบื้องหลัง พวกมันเป็นเศษซากสุดท้ายของคำสอนและประวัติศาสตร์ของวิถีเจได ซึ่งมีการพูดถึงและต่อสู้กันมานานตลอดทั้งซีรีส์ ตัว Luke เองยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำสอนของพวกเขา และแม้จะพยายามทำลายพวกมัน แต่ในที่สุดพวกมันก็ตกไปอยู่ในความครอบครองของ Rey ในตอนท้ายของภาพยนตร์ เรายังไม่รู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตอนนี้เราสามารถมองเห็นภายในได้แล้ว

เว็บไซต์ Star Wars อย่างเป็นทางการเพิ่งโพสต์เกี่ยวกับอุปกรณ์ประกอบฉากที่สร้างขึ้นสำหรับภาพยนตร์ มีการออกแบบและสร้างหนังสือที่แตกต่างกันถึงสี่สิบเล่ม ซึ่งผู้กำกับ Rian Johnson เลือกมา 10 เล่มสำหรับภาพยนตร์จริง จากนั้นมีเพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่ปรากฏในภาพยนตร์ และหนังสือเล่มนั้นใช้เวลาสร้างประมาณสองสัปดาห์ ไม่เพียงแต่มีหน้าที่เราเห็นในภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายหน้าที่ไม่ได้เห็นอีกด้วย หน้าต่างๆ ที่มีอยู่บน Set แต่ไม่เคยเห็น จนกระทั่งบัดนี้

ต่อไปนี้คือภาพบางส่วนของ คัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’ และหน้าภายในจาก StarWars.com.

อุปกรณ์ประกอบฉากยังมีอยู่อย่างชัดเจน ดังนั้นคำถามก็คือเราจะได้เห็นมันอีกครั้งหรือไม่? ข้อความเหล่านี้ซึ่งเราเห็นครั้งสุดท้ายในความครอบครองของ Rey จะมีบทบาทในการที่เธอตั้งเป้าที่จะเริ่มต้น New Jedi Order หรือไม่? หรือ New Jedi Order ของ Rey จะขัดแย้งกับคำสอนในหนังสือเหล่านี้? เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านั้นใช้ไม่ได้ผล เพราะตอนนี้เจไดเกือบทุกคนสูญพันธุ์ไปแล้ว

หากต้องการอ่านเพิ่มเติมและดูภาพเพิ่มเติม ไปที่ StarWars.com. การกลับมาสู่จักรวาล Star Wars ของ Daisy Ridley ที่กำกับโดย Sharmeen Obaid-Chinoy ยังไม่มีกำหนดวันฉาย

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบเวลาที่จะได้พบกับ Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who.

ส่องคัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’

ทำไมคัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’ ถึงสำคัญ?

คัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสือเก่าๆ แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้และประวัติศาสตร์ของเหล่าเจได การได้เห็นภาพภายในของคัมภีร์เหล่านี้เป็นครั้งแรกทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับคำสอน ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติของเจได ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตของ New Jedi Order ที่ Rey กำลังจะสร้างขึ้น

การเปิดเผยนี้กระตุ้นให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับบทบาทของคัมภีร์เหล่านี้ในอนาคตของ Star Wars เราจะได้เห็น Rey นำคำสอนในคัมภีร์มาปรับใช้ หรือเธอจะสร้างวิถีเจไดใหม่ที่แตกต่างออกไป? การรอคอยการกลับมาของ Daisy Ridley ในจักรวาล Star Wars ทำให้แฟนๆ ต่างคาดหวังและตั้งตารอเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าการที่ Rey ได้ครอบครอง คัมภีร์เจไดศักดิ์สิทธิ์จาก ‘Star Wars: The Last Jedi’ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจักรวาล Star Wars เธออาจจะนำความรู้จากคัมภีร์มาผสมผสานกับประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อสร้างวิถีเจไดที่แข็งแกร่งและเหมาะกับยุคสมัยใหม่มากขึ้น

ที่มา – Peek Inside the Sacred Jedi Texts From ‘Star Wars: The Last Jedi’The official ‘Star Wars’ website has opened the archive to reveal one of its most intriguing props.

100 ราตรีพิศวง: แฟนตาซีสุดฮา

นวนิยายภาพ The One Hundred Nights of Hero ของ Isabel Greenberg ที่วางจำหน่ายในปี 2016 ได้รับความนิยมอย่างมากจากการนำเสนอเรื่องราว The Arabian Nights ที่ชาญฉลาด โดยจินตนาการถึงหญิงแต่งงานแล้วและสาวใช้ที่รักของเธอหันมาใช้พลังแห่งการเล่าเรื่อง เพื่อปกป้องภรรยาจากเดิมพันที่น่าขนลุกของสามี ตอนนี้เรื่องราวนี้กำลังจะมาสู่จอใหญ่พร้อมกับนักแสดงระดับแนวหน้า และทีเซอร์วันนี้ก็ทำให้เราได้เห็นโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านในยุคกลางเป็นครั้งแรก

อย่างที่ตัวอย่างแสดงให้เห็น Emma Corrin จาก Deadpool & Wolverine (ในบท Hero สาวใช้), Maika Monroe จาก Longlegs (ในบท Cherry ภรรยา) และ Nicholas Galitzine จาก Masters of the Universe (ในบทผู้มาขอภรรยาอย่างมุ่งมั่น) นำทีมนักแสดงที่รวมถึง Amir Al-Masry, Charlie XCX, Richard E. Grant และ Felicity Jones

นี่คือเรื่องย่ออย่างเป็นทางการ: “เมื่อสามีที่ละเลยของเธอจากไปหลังจากวางเดิมพันลับเพื่อทดสอบความซื่อสัตย์ของเธอ Cherry (Monroe) และ Hero (Corrin) สาวใช้ที่เฉลียวฉลาดของเธอต้องปัดป้องผู้มาเยือนที่เย้ายวนใจอย่างอันตราย: Manfred (Galitzine)”

มีความรู้สึกแบบ Yorgos Lanthimos ผสมผสานอยู่ในฉากยุคสมัย แฟนตาซี และสิ่งที่ดูเหมือนอารมณ์ขันที่แปลกประหลาดและทันสมัย เครื่องแต่งกายก็งดงามน่าทึ่งเช่นกัน ยังไม่ชัดเจนจากทีเซอร์แรกนี้ว่าภาพยนตร์จะยึดติดกับอุปกรณ์การเล่าเรื่องของนวนิยายหรือไม่ แต่คุณต้องจินตนาการว่าตัวละครบางตัวที่เราเห็นเพียงแวบเดียว (Felicity Jones ในวิกผมสีเงินยาว Charlie XCX ดีดกีตาร์ที่ดูแปลกประหลาดมาก) อาจเป็นตัวละครในเรื่องราวที่ Hero สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน

100 ราตรีพิศวง เขียนบทและกำกับโดย Julia Jackman เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 5 ธันวาคมนี้

100 ราตรีพิศวง เป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ นักแสดงมากฝีมือ และงานสร้างที่พิถีพิถัน แฟน ๆ ของนวนิยายภาพต้นฉบับและผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์แฟนตาซีไม่ควรพลาด

100 ราตรีพิศวง: แฟนตาซีสุดฮา

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีองค์ประกอบที่น่าสนใจมากมายที่ทำให้แตกต่างจากภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่องอื่นๆ ประการแรกคือการผสมผสานระหว่างยุคสมัยและความทันสมัยที่สร้างความแปลกใหม่และน่าดึงดูด ประการที่สองคือนักแสดงที่รวมเอาทั้งนักแสดงมากประสบการณ์และนักแสดงดาวรุ่งมารวมกันได้อย่างลงตัว สุดท้ายคือเรื่องราวที่ผสมผสานความโรแมนติก ความตลกขบขัน และความลึกลับเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ทำไม 100 ราตรีพิศวง ถึงเป็นหนังที่คุณต้องดู

  • เรื่องราวที่น่าติดตาม: ดัดแปลงจากนวนิยายภาพชื่อดังที่มีแฟนๆ ติดตามมากมาย
  • นักแสดงมากฝีมือ: นำแสดงโดย Emma Corrin, Maika Monroe และ Nicholas Galitzine
  • งานสร้างสุดอลังการ: เครื่องแต่งกายและฉากที่สวยงามตระการตา
  • อารมณ์ขันที่ไม่เหมือนใคร: ผสมผสานความตลกเข้ากับเรื่องราวแฟนตาซีได้อย่างลงตัว

สำหรับใครที่กำลังมองหาภาพยนตร์แฟนตาซีที่มีความแปลกใหม่ น่าติดตาม และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน 100 ราตรีพิศวง คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เตรียมตัวพบกับการผจญภัยในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ เรื่องเล่า และตัวละครที่น่าจดจำ

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก ด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นและงานภาพที่สวยงาม 100 ราตรีพิศวง อาจกลายเป็นภาพยนตร์แฟนตาซีที่ครองใจใครหลายๆ คน

ที่มา – ‘100 Nights of Hero’ Teases a Cheeky Medieval FantasyIsabel Greenberg’s graphic novel comes to the screen in Julia Jackman’s film starring Emma Corrin, Nicholas Galitzine, and Maika Monroe.

นกฟลามิงโก้อพยพ แก่ช้ากว่า จริงหรือ?

ถึงแม้ว่าฝูงนกฟลามิงโก้สีชมพูจะดูเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละตัวมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ในเขต Camargue ของประเทศฝรั่งเศส นกบางตัวอาศัยอยู่ที่เดิมตลอดชีวิต ขณะที่บางตัวอพยพไปตามชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านกสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันในเรื่องของความแก่ชราด้วย

งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS พบว่านกฟลามิงโก้อพยพ ซึ่งออกจาก Camargue เป็นประจำทุกปีเพื่อไปใช้ชีวิตช่วงฤดูหนาวในอิตาลี สเปน หรือแอฟริกาเหนือ แก่ช้ากว่านกฟลามิงโก้ที่ไม่อพยพ

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการอพยพและอัตราการแก่ชรา ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติใหม่ให้กับคำถามที่สำคัญที่สุดและซับซ้อนที่สุดข้อหนึ่งในชีววิทยา นั่นคือ เหตุใดสิ่งมีชีวิตจึงมีวันหมดอายุ? และเหตุใดวันหมดอายุเหล่านี้จึงแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละสายพันธุ์? งานวิจัยใหม่นี้ได้เพิ่มความซับซ้อนให้กับคำถามเหล่านี้อีกขั้น

อายุขัยที่จำกัดคือการปรับตัวเชิงวิวัฒนาการหรือไม่?

Hugo Cayuela นักวิจัยหลังปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวในการแถลงข่าวว่า “การทำความเข้าใจสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในอัตราการแก่ชราเป็นปัญหาที่นักวิจัยและนักปรัชญาผู้รอบรู้ต่างหมกมุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ” “เป็นเวลานานที่เราคิดว่าความแตกต่างเหล่านี้เกิดขึ้นส่วนใหญ่ระหว่างสปีชีส์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ การรับรู้ปัญหาของเราได้เปลี่ยนไป” เขากล่าวเสริม

หลักฐานที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าปัจเจกบุคคลในสปีชีส์เดียวกันมักจะไม่ได้แก่ในอัตราเดียวกันเนื่องจากความแปรปรวนทางพันธุกรรม พฤติกรรม หรือสิ่งแวดล้อม ตามที่ Cayuela กล่าว การศึกษาความแตกต่างเหล่านี้สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขความลับของการแก่ชราได้ ด้วยอายุขัยที่ยืนยาวและความหลากหลายทางพฤติกรรม นกฟลามิงโก้ใหญ่ใน Camargue จึงเป็นแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการวิจัยนี้

Cayuela และเพื่อนร่วมงานของเขาได้วิเคราะห์ข้อมูลมากกว่า 40 ปีที่รวบรวมโดยโครงการติดแท็กและติดตามนกฟลามิงโก้ของสถาบันวิจัย Tour du Valat ข้อมูลเหล่านี้อธิบายถึงรูปแบบการตายและการสืบพันธุ์ในกลุ่มนกฟลามิงโก้ใหญ่อพยพและไม่อพยพจำนวน 1,840 ตัวทั่วแอ่งเมดิเตอร์เรเนียน นกที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นมีอัตราการตายต่ำกว่าในช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นกว่านกที่อพยพ ส่งผลให้อายุขัยเฉลี่ยยาวนานกว่า 6.7 ปี

อย่างไรก็ตาม นกฟลามิงโก้ใหญ่อพยพมีอัตราการแก่ช้ากว่า 40% และมีอัตราการตายน้อยกว่าในช่วงปลายชีวิตเมื่อเทียบกับนกที่อาศัยอยู่ประจำถิ่น อันที่จริง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการแก่ชราเริ่มต้นเร็วกว่าปีครึ่งในนกฟลามิงโก้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นมากกว่านกที่อพยพ

นักวิจัยยังค้นพบความแตกต่างในรูปแบบการสืบพันธุ์ระหว่างนกฟลามิงโก้ใหญ่อพยพและไม่อพยพอีกด้วย ในขณะที่นกที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นมีโอกาสในการผสมพันธุ์สูงกว่านกที่อพยพก่อนเริ่มเข้าสู่วัยชรา แต่นกเหล่านั้นกลับมีการลดลงของการผสมพันธุ์ตามอายุที่ชันกว่าเมื่อเทียบกับนกที่อพยพ

Jocelyn Champagnon นักวิทยาศาสตร์การวิจัยจาก Tour du Valat กล่าวในอีเมลถึง Gizmodo ว่า “ในขณะที่นกที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นสามารถสืบพันธุ์ได้บ่อยกว่าในช่วงต้นชีวิต แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น นั่นคืออัตราการตายที่สูงขึ้นและความสำเร็จในการสืบพันธุ์ที่ลดลงในภายหลัง” “ในทางกลับกัน นกที่อพยพอาจแลกเปลี่ยนการสืบพันธุ์ในช่วงต้นบางส่วนเพื่อการอยู่รอดที่ดีขึ้นในภายหลัง”

Sebastien Roques นักวิจัยหลังปริญญาเอกแห่งศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศสกล่าวในการแถลงข่าวว่า ความแตกต่างเหล่านี้ “อาจเกี่ยวข้องกับข้อแลกเปลี่ยนระหว่างประสิทธิภาพเมื่อยังเด็กและสุขภาพเมื่อแก่ตัว” “นกที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นใช้ชีวิตอย่างเข้มข้นในตอนแรก แต่ต้องจ่ายราคาสำหรับจังหวะนี้ในภายหลัง ในทางกลับกัน นกที่อพยพดูเหมือนจะแก่ช้ากว่า”

โดยรวมแล้ว ผลการวิจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการอพยพมาพร้อมกับข้อเสียบางประการในช่วงต้นชีวิต แต่ช่วยลดอัตราการแก่ชราและความเสื่อมโทรมของการสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นการลดลงของความสามารถในการสืบพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับอายุในภายหลัง ตามที่นักวิจัยกล่าว การศึกษานี้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการอพยพในการกำหนดรูปแบบการอยู่รอดและการสืบพันธุ์ตลอดชีวิต ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตัดสินใจเชิงพฤติกรรมในชีววิทยาของการแก่ชรา

Champagnon กล่าวว่า “การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่ารูปร่างและจังหวะของการแก่ชราสามารถถูกกำหนดโดยการตัดสินใจของแต่ละคนในช่วงต้นชีวิต เช่น การอพยพหรือการสืบพันธุ์ในช่วงต้น” แม้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้จะไม่สามารถนำไปใช้กับผู้คนได้โดยตรง แต่เธอก็หวังว่าการศึกษาในอนาคตจะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอิทธิพลของการอพยพของมนุษย์ต่ออัตราการแก่ชรา

นกฟลามิงโก้อพยพ แก่ช้ากว่า จริงหรือ?

ทำไมนกฟลามิงโก้อพยพถึงแก่ช้ากว่า นกฟลามิงโก้ทั่วไป?

การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของกระบวนการชรา และแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมและวิถีชีวิตสามารถมีอิทธิพลอย่างมากต่ออายุขัยเฉลี่ยและการทำงานของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น การทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้อาจนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีในวัยชราในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ด้วย

นกฟลามิงโก้อพยพ แก่ช้ากว่า จริงไหม? งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าสนใจในเรื่องของการแก่ชราของนกฟลามิงโก้สองกลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งบ่งบอกว่าการอพยพมีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ชราได้

นกฟลามิงโก้อพยพ แก่ช้ากว่า จริงหรือไม่? คำถามนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ที่มา – Flamingoes Can Slow Down Aging—But Only If They Embrace This LifestyleBirds of a feather may flock together, but in the Camargue region of France, migratory pink flamingoes age slower than resident flamingoes.

ฟิกเกอร์ Anakin & Obi-Wan จาก SDCC ง่ายขึ้น!

ก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูร้อน Hasbro สร้างความฮือฮาในงาน SDCC ด้วยชุดพิเศษStar Wars ฉลองครบรอบ 20 ปีของ Revenge of the Sith ข่าวดีก็คือ หากคุณต้องการแค่ฟิกเกอร์ Anakin และ Obi-Wan ที่รวมอยู่ในชุด ข่าวดีคือพวกเขากำลังจะมา แต่ข่าวร้ายก็คือ…คุณจะพลาดอะไรไปเยอะมากหากคุณพลาด ชุดที่ขายหมดแล้ว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในงาน Fan Expo Canada ทาง Hasbro ยืนยันว่าฟิกเกอร์ Black Series ที่ปรับปรุงใหม่ของ Anakin และ Obi-Wan ที่เปิดตัวครั้งแรกในชุด SDCC-exclusive ในช่วงต้นฤดูร้อนนี้จะได้รับการวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปในช่วงปลายปีนี้ โดยจะวางจำหน่ายในราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐ ฟิกเกอร์ Anakin และ Obi-Wan แต่ละตัวมาพร้อมกับไลท์เซเบอร์ของตนเอง และ… นั่นคือทั้งหมด

อย่าเข้าใจผิดไป ในฐานะที่เป็นอยู่ นี่อาจเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวละคร Revenge of the Sith ที่ Hasbro เคยทำมา หัวที่ได้รับการปั้นใหม่นั้นยอดเยี่ยมมาก วัสดุพลาสติกของเสื้อคลุมเจไดของพวกเขาไม่ได้ขัดขวางช่วงการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นจากข้อต่อไหล่ผีเสื้อที่ปรับปรุงใหม่ ดังนั้นเจไดของคุณจึงสามารถถือไลท์เซเบอร์ด้วยสองมือได้อย่างสบาย เป็นเวลากว่า ทศวรรษ ของฟิกเกอร์ Black Series – Revenge of the Sith เวอร์ชั่นของ Obi-Wan และ Anakin เป็นชุดแรกๆ ในสาย Black Series โดยเปิดตัวในปีถัดจาก เปิดตัวในปี 2013 และมี Anakin และ Obi-Wan ในรูปแบบต่างๆ มากมายในช่วงเวลานั้น แต่ก็เป็นเรื่องดีที่การครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอตัวละครเหล่านี้ในรูปแบบที่พวกเขาคู่ควร

แต่ถึงอย่างนั้น… คุณสูญเสียอะไรไปมากกว่าเมื่อเทียบกับชุดสองตัวดั้งเดิม แม้แต่นอกเหนือจากแท่นแสดงผลขนาดใหญ่ของแท่นลาวา Mustafarian (และดรอยด์ที่น่าสงสารที่ Anakin เลื่อนไปรอบๆ กระแสลาวาในภาพยนตร์) ชุด SDCC สองตัวมาพร้อมกับมือสำรองเพื่อสร้าง Anakin และ Obi-Wan ที่กำลังผลักกันด้วยพลัง และชิ้นส่วนใบมีดไลท์เซเบอร์สำรองเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ของการถูกเหวี่ยงกลางการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วน “การปะทะ” เล็กๆ ที่คุณสามารถใส่ใบมีดเข้าไปเพื่อให้ดูเหมือนแสงวาบเมื่อดาบโจมตีกัน ฉันโชคดีพอที่จะได้ชุดนี้มาเมื่อต้นเดือนนี้และสนุกกับการเล่นกับมันมาก ไม่ใช่แค่เพราะฟิกเกอร์นั้นยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงส่วนเสริมทั้งหมดที่มาด้วย:

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สูญเสียไปมากที่สุดอาจเป็นหัวสำรองสองหัวที่รวมอยู่ด้วย ดี หนึ่งมากกว่าอีกหัว: หัว Obi-Wan ที่ผ่านการต่อสู้มาแล้วนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่มันก็เป็นเพียง Obi-Wan ที่ดูทุกข์ทรมานมากกว่าเดิม โดยที่ผมของเขาไม่ได้จัดแต่งทรงผมอย่างประณีต หัว Anakin สำรองในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยการลงสู่ด้านมืดที่ปรากฏให้เห็น – หัว Vader ที่เหมาะสม พร้อมด้วยดวงตาสีส้มและความโกรธที่เข้าชุดกัน และอาจเป็นการตีความ Hayden Christensen ที่ดีที่สุดของ Hasbro จนถึงปัจจุบัน ย้อนกลับไปในปี 2014 Anakin จาก Revenge of the Sith ชุดแรกมาพร้อมกับหัวที่คล้ายกัน ทำไมการเปิดตัวแบบสแตนด์อโลนจึงทำไม่ได้ในอีกหลายปีต่อมา

อย่าเข้าใจผิดไป การสูญเสียส่วนเสริมมากมาย คุณยังได้รับสองฟิกเกอร์ที่ยอดเยี่ยมในราคาที่ถูกกว่ามาก ราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ Anakin และ Obi-Wan แบบสแตนด์อโลนเมื่อเทียบกับ 110 ดอลลาร์สหรัฐของ SDCC ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแท่นแสดงผลเป็นส่วนใหญ่ของป้ายราคาพิเศษนั้น และนั่นหมายความว่าจากมุมมองของนักสะสมบางคน ชุด SDCC สุดพิเศษยังคง “พิเศษ” มากกว่า (ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าพวกเขายังขายทางออนไลน์ในช่วงการประชุม) แต่จะมีมูลค่าใดๆ ที่สูญเสียไปจริงๆ หรือไม่ หากฟิกเกอร์รุ่นปกติเหล่านี้มาพร้อมกับหัวสำรองเป็นอย่างน้อย ในยุคแห่งความไม่แน่นอนของภาษีศุลกากร นั่นจะมากเกินไปที่จะชดเชยราคามาตรฐานปัจจุบันของ Black Series หรือจะทำให้ชุด SDCC พิเศษน้อยลงไปอีก”

ท้ายที่สุดแล้ว อย่างน้อยใครก็ตามที่พลาดไปหรือไม่ต้องการจ่ายป้ายราคาที่สูงในช่วง Comic-Con ก็ยังคงได้รับส่วนที่สำคัญจริงๆ นั่นคือฟิกเกอร์เอง ฟิกเกอร์ Black Series Anakin และ Obi-Wan ใหม่จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้ 26 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 13:00 น. ET ที่ Hasbro Pulse และร้านค้าปลีกอื่นๆ

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่ ตรวจสอบเวลาที่คาดว่าจะได้รับล่าสุด Marvel, Star Wars, และ Star Trek การเปิดตัว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ฟิกเกอร์ Anakin & Obi-Wan จาก SDCC ง่ายขึ้น!

ทำไมฟิกเกอร์ Anakin & Obi-Wan ถึงเป็นที่ต้องการ?

โดยรวมแล้วถึงแม้ว่าจะขาดอุปกรณ์เสริมบางส่วนไป ฟิกเกอร์ Anakin & Obi-Wan ชุดใหม่นี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับแฟนๆ ที่พลาดชุด SDCC ไป การออกแบบและรายละเอียดที่ยอดเยี่ยมของฟิกเกอร์ทั้งสองทำให้คุ้มค่าที่จะมีไว้ในครอบครอง

ที่มา – Hasbro’s Great ‘Star Wars’ SDCC Figures Are Going to Be Easier to Get—But With Some Big CaveatsStandalone versions of the new ‘Revenge of the Sith’ Anakin and Obi-Wan figures are coming later this year, but you’ll be missing out on some really cool pieces.

นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา อยากให้เลิกเกลียดตอนจบ GoT

Game of Thrones เป็นซีรีส์ที่ได้รับความรักอย่างมากในช่วงที่ออกอากาศ ชนะรางวัลมากมาย และติดอันดับ “ซีรีส์ที่ดีที่สุด” ก่อนที่จะออกทะเลไปอย่างน่าเสียดายในซีซั่นที่ 8 และซีซั่นสุดท้าย แม้ว่าจะมีซีรีส์ภาคแยกอย่าง House of the Dragon ออกมา แต่ความผิดหวังก็ยังไม่จางหายไป แฟนๆ อาจจะไม่มีวันให้อภัยกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าผิดหวังของซีรีส์ และมีนักแสดงจาก Game of Thrones คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังทำใจไม่ได้ นั่นคือ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา ผู้รับบท Jaime Lannister

แน่นอนว่า คอสเตอร์-วัลดา และนักแสดงร่วมไม่ได้เป็นคนเขียนบท และไม่ควรถูกตำหนิสำหรับการตัดสินใจแปลกๆ ที่ตัวละครของพวกเขาอาจจะทำในซีซั่นที่ 8 แต่ในการสัมภาษณ์ใหม่กับ The Independent คุณจะสังเกตได้ว่า คอสเตอร์-วัลดา เหนื่อยหน่ายกับหัวข้อนี้ ซึ่งเขาถูกถามถึงอย่างไม่ต้องสงสัยตั้งแต่ซีรีส์จบลงในปี 2019

“มันเป็นสิ่งที่คาดไว้แล้ว” เขาพูดถึงกระแสตอบรับที่ไม่ดี “คุณจะสร้างตอนจบที่ทำให้ทุกคนพอใจได้อย่างไร? มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่รายการโทรทัศน์ คนเล่าเรื่องให้คุณฟังแล้วคุณไม่ชอบตอนจบ มันน่ารำคาญจริงๆ แต่…”

บทความยังระบุอีกว่า คอสเตอร์-วัลดา ได้รับค่าตัวมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อตอนในช่วงท้ายๆ ของ Game of Thrones ซึ่งอาจจะช่วยให้รับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่ายขึ้น

เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนร่วมตระกูล Lannister ของเขาอย่าง Peter Dinklage ประกาศอย่างกล้าหาญว่าเขา ชอบ ตอนจบ โดยสังเกตว่าถ้าซีรีส์ทำให้คนพูดถึง มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความสนุก ซึ่งเป็นมุมมองที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี คุณยังรู้สึกหงุดหงิดกับตอนจบของ Game of Thrones อยู่ไหม?

นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา อยากให้เลิกเกลียดตอนจบ GoT

สำหรับใครที่ยังคงรู้สึกค้างคาใจกับตอนจบของซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones คงต้องฟังทางนี้ เพราะนิโคไล คอสเตอร์-วัลดา นักแสดงผู้รับบทเจมี่ แลนนิสเตอร์ ออกมาขอร้องให้แฟนๆ มูฟออนจากความรู้สึกไม่พอใจที่มีต่อตอนจบเสียที

ทำไมนิโคไล คอสเตอร์-วัลดา ถึงอยากให้เลิกพูดถึงตอนจบ GoT?

แม้ว่ากระแสตอบรับต่อตอนจบของ Game of Thrones จะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่สำหรับนักแสดงที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาก็มีความทรงจำดีๆ มากมายจากซีรีส์เรื่องนี้ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา เองก็เช่นกัน เขาเข้าใจดีว่าแฟนๆ อาจจะไม่ชอบตอนจบ แต่เขาเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมองไปข้างหน้าและจดจำช่วงเวลาดีๆ ที่ซีรีส์เรื่องนี้มอบให้มากกว่า

แน่นอนว่าการที่ซีรีส์จบลงไม่ถูกใจใครหลายๆ คนเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา มองว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจได้ และถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกของแฟนๆ แต่เขาก็อยากให้ทุกคนยอมรับว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องราวที่ถูกเล่าให้ฟังเท่านั้น

นอกจากนี้ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา ยังกล่าวเสริมอีกว่า เขาได้รับค่าตอบแทนอย่างงามสำหรับการทำงานในซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยให้เขารับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของแฟนๆ และหวังว่าทุกคนจะสามารถมูฟออนจากความผิดหวังนั้นได้ในที่สุด

สิ่งที่ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา พูดนั้น อาจจะไม่ได้ทำให้ทุกคนเห็นด้วย แต่เราก็ควรจะรับฟังและพิจารณาถึงมุมมองของเขา เพราะท้ายที่สุดแล้ว Game of Thrones ก็เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น และเราควรจะจดจำช่วงเวลาดีๆ ที่ซีรีส์เรื่องนี้มอบให้มากกว่าที่จะจมอยู่กับความผิดหวัง

จริงอยู่ที่ตอนจบของ Game of Thrones อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของใครหลายๆ คน แต่การที่ นิโคไล คอสเตอร์-วัลดา ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงให้ความสำคัญกับซีรีส์เรื่องนี้และแฟนๆ อยู่เสมอ และถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่เราก็สามารถเลือกที่จะมองไปข้างหน้าและจดจำช่วงเวลาดีๆ ที่ Game of Thrones มอบให้ได้เสมอ

ที่มา – Nikolaj Coster-Waldau Would Prefer If You Moved on From Hating the Ending of ‘Game of Thrones’It’s been six years since the HBO show’s polarizing finale, and the former Jaime Lannister would like to stop talking about it.