ผู้เขียน: lalika69_admin

ไมเคิล บี. จอร์แดน คว้ารางวัลนักแสดงนำชาย Sinners

จากซีรีส์ดังอย่าง The Wire และ Friday Night Lights สู่เวทีออสการ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไมเคิล บี. จอร์แดน เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากผลงานในภาพยนตร์ Sinners ของไรอัน คูเกลอร์ หรือจะเรียกว่าการแสดงสองบทบาทดีกว่า? จอร์แดนสวมบทพี่น้องฝาแฝด สโมก และสแต็ค ที่ฝันอยากเปิดจู๊คจอยน์ท์ แต่ถูกฝูงแวมไพร์ร้ายกาจมาทำลายความฝัน

ไมเคิล บี. จอร์แดน คว้ารางวัลนักแสดงนำชาย Sinners

จอร์แดนเอาชนะนักแสดงชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทิโมธี ชาลาเมต์ จาก Marty Supreme, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก One Battle After Another, อีธาน ฮอว์ก จาก Blue Moon และวากเนอร์ มูรา จาก The Secret Agent ตลอดฤดูกาลรางวัล ชาลาเมต์, ดิคาปริโอ และมูราเคยเป็นตัวเต็ง แต่ช่วงหลังๆ จอร์แดนแซงหน้าทุกคน โดยเฉพาะหลังจากคว้ารางวัลจากสมาคมนักแสดงภาพยนตร์ (SAG)

อะไรทำให้ชัยชนะของ ไมเคิล บี. จอร์แดน คว้ารางวัลนักแสดงนำชาย Sinners พิเศษขนาดนี้?

อย่างแรกเลยคือ ความสามารถอันน่าทึ่งของจอร์แดน ไม่ใช่แค่ใน Sinners แต่ตลอดอาชีพของเขา ตั้งแต่บทใน The Wire และ Friday Night Lights ไปจนถึง ไตรภาค Creed, ภาพยนตร์ Black Panther, Fruitvale Station, Just Mercy และ Chronicle เขาเจ๋งสุดๆ โดยเฉพาะเวลาร่วมงานกับไรอัน คูเกลอร์

ที่สองคือภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง Sinners ได้รับการยอมรับแบบนี้หายากมาก ต้องย้อนไปถึง The Silence of the Lambs เมื่อ 35 ปีก่อนถึงจะเจอหนังแนวใกล้เคียงที่คว้ารางวัลใหญ่ (แฟนตาซีและไซไฟทำได้ดีกว่า) แถมนักแสดงที่เล่นหลายบทบาทยังแทบไม่เคยได้รางวัล เพราะเหมือนอะคาเดมีจะมองว่าไม่แฟร์ แต่เราดีใจที่จอร์แดนได้รางวัลจากบทพี่น้องคู่นี้

Sinners เข้าชิงออสการ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่รางวัลนี้คงเป็นหนึ่งในที่ทีมงานตั้งใจที่สุด

นอกจากนี้ การที่จอร์แดนแสดงสองบทบาทได้สมจริงขนาดนี้ ทำให้คนดูตื่นเต้นกับฉากต่อสู้แวมไพร์ในยุค 1930s ที่ผสมผสานดนตรีแจ๊สและความสยองขวัญได้ลงตัว สร้างกระแสให้หนังแนวนี้กลับมาครองใจอะคาเดมีอีกครั้ง ผู้กำกับคูเกลอร์เคยพูดถึงการนำเสนอประวัติศาสตร์คนผิวดำผ่านเลนส์สยองขวัญ ซึ่งจอร์แดนถ่ายทอดได้อย่างทรงพลัง

อาชีพของจอร์แดนคือตัวอย่างของนักแสดงที่พัฒนาตัวเองจากบทเล็กๆ สู่พระเอกแอคชั่นและดราม่า เขาไม่ใช่แค่นักแสดง แต่เป็นไอคอนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในฮอลลีวูดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันดุเดือด

ชัยชนะนี้ยังสะท้อนเทรนด์ใหม่ของออสการ์ที่เปิดกว้างให้แนวสยองขวัญมากขึ้น หลังจากปีก่อนๆ ที่หนังอย่าง Everything Everywhere All at Once ทำได้ดี อนาคตของหนังแนวนี้สดใสแน่นอน

อยากรู้เพิ่มเติม? ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย! ชัยชนะของไมเคิล บี. จอร์แดน คว้ารางวัลนักแสดงนำชาย Sinners คือเครื่องพิสูจน์ว่าหนังดีๆ ไม่จำกัดแนวสร้างแรงบันดาลใจได้เสมอ

ที่มา – Killing Vampires Pays Off as Michael B. Jordan Wins Best Actor for ‘Sinners’

ลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว เร่งช่วยเหลืออีก 3 ชีวิต

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยครับ เรื่องของลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว เร่งช่วยเหลืออีก 3 ชีวิตนี่แหละ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกโล่งใจปนห่วงใยเหลือเกิน จากเรือบรรทุกสินค้าที่ประสบปัญหาถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก กลุ่มลูกเรือไทย 20 คนนี้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันที่ 16 มีนาคม อย่างปลอดภัยเรียบร้อย สุดยอดไปเลย!

ลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว เร่งช่วยเหลืออีก 3 ชีวิต

เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่าการเดินทางกลับครั้งนี้ไม่ง่ายเลยนะ ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้ทุกคน ส่งมอบที่เมืองคาซาบ แล้วต้องผ่านยูเออีอีก ทางการไทยประสานขอวีซ่าผ่านแดนด่วนสุดๆ ประเทศโอมานก็ช่วยเหลือเต็มที่ ทำให้ขึ้นเครื่องที่มัสกัตได้ทันเช้านี้ พอถึงสุวรรณภูมิ พิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงานมากต้อนรับเอง กระทรวงเตรียมเยียวยาสิทธิประโยชน์ครบครัน ช่วยฟื้นฟูทั้งกายใจให้พี่ๆ ลูกเรือ

แต่ที่ยังห่วงคือลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ ยืนยันชัดว่ายังไม่เลิกปฏิบัติการ กระทรวงต่างประเทศ กองทัพเรือ ทูตมัสกัต ร่วมมือกันเต็มสูบ ค้นหาช่วยเหลือต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจให้ครอบครัวและสังคม

ภาพลูกเรือเรือสินค้า ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย 1
ภาพลูกเรือเรือสินค้า ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย 2
ภาพลูกเรือเรือสินค้า ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย 3
ภาพลูกเรือเรือสินค้า ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย 4

พี่ๆ ลูกเรือที่กลับมาก็ขอสงวนความเป็นส่วนตัว ไม่ให้สัมภาษณ์ตอนนี้ เพื่อพักฟื้นจิตใจก่อน ผมเข้าใจเลยครับ เหตุการณ์แบบนี้กระทบหนักทั้งร่างกายและจิตใจ ในฐานะคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศมานาน ผมเห็นว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด ผ่านสินค้าน้ำมัน 20% ของโลก มีความขัดแย้งบ่อย ลูกเรือไทยที่ไปทำงานต่างประเทศกว่า 300,000 คน เจอแบบนี้ไม่ใช่น้อยๆ

บทเรียนและเทคโนโลยีช่วยชีวิตในยุคดิจิทัล

จากประสบการณ์ที่ผมศึกษามา เหตุการณ์แบบนี้ทำให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีครับ เช่น ระบบติดตามเรือแบบเรียลไทม์ด้วย GPS และ AIS (Automatic Identification System) ที่ช่วยให้ทราบตำแหน่งทันที นอกจากนี้ AI สามารถพยากรณ์ความเสี่ยงจากข้อมูลข่าวกรองได้แม่นยำ บริษัทขนส่งสมัยใหม่ใช้โดรนสำรวจนาวาและเซ็นเซอร์ตรวจจับภัยคุกคาม ถ้าเรือ ‘มยุรี นารี’ มีเทคพวกนี้ อาจลดความเสี่ยงได้เยอะ ประเทศไทยควรผลักดันให้บริษัทเจ้าของเรืออัปเกรดระบบ เพื่อปกป้องลูกเรือของเรา

  • ประสานงานระหว่างประเทศรวดเร็ว: ทูตไทยโชว์ศักยภาพ
  • เยียวยาแรงงาน: กระทรวงแรงงานพร้อมช่วยเต็มที่
  • ค้นหาต่อเนื่อง: ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทค เหตุการณ์นี้เหมือนหนังแอคชั่นจริงๆ แต่จบด้วยฮีโร่ตัวจริง คือเจ้าหน้าที่รัฐและทีมช่วยเหลือ ในยุคที่โลกเชื่อมโยงกันแบบนี้ ความปลอดภัยลูกเรือต้องมาก่อน

มุมมองของผมคือ สถานการณ์แบบนี้จะยิ่งบ่อยขึ้นจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ แนวโน้มคือเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญ ไทยควรลงทุนใน tech maritime มากขึ้น เพื่อปกป้องคนของเรา สนับสนุนด้วยการแชร์ข่าวนี้ ร่วมบริจาคกองทุนช่วยเหลือแรงงานต่างประเทศ หรือติดตามอัปเดตจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ มาช่วยกันส่งกำลังใจให้ลูกเรือที่เหลือกลับบ้านปลอดภัยนะครับ!

ที่มา – ลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ 20 คน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว เร่งช่วยเหลืออีก 3 ชีวิต

‘KPop Demon Hunters’ ชนะออสการ์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

ตลอดฤดูกาลประกาศรางวัลทั้งปี ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องหนึ่งครองใจทุกคนมาโดยตลอด มีเรื่องอื่นๆ พยายาม แข่งขัน แต่สุดท้ายแล้ว KPop Demon Hunters ก็คือราชินีที่ไม่มีใครเทียบได้ และมันก็ปิดฉากการครองใจด้วยการคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

‘KPop Demon Hunters’ ชนะออสการ์แอนิเมชันยอดเยี่ยมเหนือคู่แข่งตัวฉกาจ

ภาพยนตร์จาก Netflix ที่เป็น ภาพยนตร์ยอดนิยมตลอดกาล ของแพลตฟอร์มนี้ สามารถเอาชนะคู่แข่งชั้นนำอย่าง Disney’s Zootopia 2, Pixar’s Elio, Neon’s Arco และภาพยนตร์ฝรั่งเศส Little Amélie or the Character of Rain ทุกเรื่องล้วนยอดเยี่ยม แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งกระแสวัฒนธรรมยักษ์ใหญ่ที่ชื่อ KPop Demon Hunters ได้ โดยเฉพาะเมื่อมันกวาดรางวัลเทียบเท่าจาก Golden Globes, Critics’ Choice Awards, Annie Awards และอื่นๆ อีกมากมาย ตามข้อมูลจาก Wikipedia ภาพยนตร์เรื่องนี้ชนะ 130 จาก 187 รางวัลที่เข้าชิงก่อนออสการ์ด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ เพลงประกอบ “Golden” ยังเป็นฮิตเพลงใหญ่และมีแนวโน้มจะคว้าออสการ์สาขาเพลงต้นฉบับยอดเยี่ยมอีกด้วย รางวัลนี้ยังไม่ประกาศ แต่ถ้าชนะ เราจะอัปเดตบทความนี้ทันที

ความสำเร็จอันน่าทึ่งของ ‘KPop Demon Hunters’ ชนะออสการ์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่ประสบความสำเร็จแบบ KPop Demon Hunters ได้บ้าง แม้แต่ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันยังอิจฉา หลังจากเปิดตัวเงียบๆ บน Netflix มันค่อยๆ สร้างฐานแฟนคลับ จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่สตรีมมากที่สุดตลอดกาล แม้เวลาผ่านไปหลายเดือน มันยังติดท็อป 10 สตรีมมิ่งเสมอ ที่โรงหนังก็ทำรายได้อันดับ 1 แม้จะมีสตรีมฟรีบน Netflix แล้ว! แม็ชชีส์ล้นตลาด รางวัลถล่มทลาย และตอนนี้มีข่าว ภาคต่ออย่างเป็นทางการ แล้ว

ทำไม KPop Demon Hunters ถึงปังขนาดนี้? เรื่องราวนักล่า demon สไตล์ K-Pop ที่ผสมผสานดนตรี การเต้น และแอ็กชันได้อย่างลงตัว สร้างจากวง Twice จริงๆ ทำให้แฟน K-Pop หลงรักทันที แอนิเมชันคุณภาพสูงจากทีมเกาหลีและอเมริกัน กราฟิกสวยงาม เสียงเพลงติดหู และพล็อตที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับมิตรภาพ การต่อสู้กับความมืดมิดในใจ ทำให้มันไม่ใช่แค่อนิเมะธรรมดา แต่เป็นปรากฏการณ์วัฒนธรรม

  • กวาดรางวัลกว่า 130 รางวัลก่อนออสการ์
  • เป็น Netflix movie ยอดวิวสูงสุด
  • ทำเงินโรงถล่มทลาย
  • เพลง Golden ฮิตทั่วโลก
  • ภาคต่อกำลังมา!

ออสการ์คือจุดที่ตอกย้ำตำนาน และ KPop Demon Hunters ก็ทำได้สำเร็จแล้ว ถ้าคุณยังไม่ได้ดู รีบไปสตรีมบน Netflix เลย! มันไม่ใช่แคาภาพยนตร์ แต่เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนวงการแอนิเมชันไปตลอดกาล คุณคิดยังไงกับชัยชนะนี้ ลองคอมเมนต์บอกเราด้วยนะ

อยากอัปเดตข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek และอื่นๆ ได้เลย

ที่มา – ‘KPop Demon Hunters’ Is Your Best Animated Feature Oscar Winner

X-Men ’97 ซีซั่น 2 ใกล้ฉายแล้ว!

ลืมไปแล้วหรือยังว่าเรากำลังจะได้ดู X-Men ’97 ซีซั่น 2 ใกล้ฉาย ในปีนี้? ไม่เป็นไรเลย เพราะมาร์เวลกำลังเตรียมแผนรุกเต็มสูบเพื่อฉลองการกลับมาของซีรีส์แอนิเมชั่นสุดฮิตเรื่องนี้ ด้วยคอมิกติดตามที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกแบบจัดเต็ม!

คอมิกชุดใหม่นี้เขียนโดย Steve Foxe และวาดโดย Salva Espin ซึ่งเคยทำคอมิกนำร่องให้ซีซั่นแรกมาแล้ว ชุดนี้จะมีทั้งหมด 5 เล่ม โดยโฟกัสไปที่ Bishop, Sunspot, Jubilee และ Forge ตัวละครที่ถูกทิ้งไว้ในยุคปัจจุบันตอนจบซีซั่นที่แล้ว ขณะที่ X-Men คนอื่น ๆ กระจัดกระจายไปตามช่วงเวลาต่าง ๆ กลุ่มนี้เลยต้องรับผิดชอบปกป้องมนุษย์กลายพันธุ์ และอาจหาทางช่วยเพื่อน ๆ กลับบ้านได้ด้วย

X-Men ’97 ซีซั่น 2 ใกล้ฉาย

ที่น่าสนใจคือ คอมิกนี้ไม่ได้แค่ปูทางให้เหตุการณ์ในซีรีส์หลักเท่านั้น แต่ยังเน้นตัวละครใหม่ ๆ และทีมใหม่ที่จะโผล่มาด้วย ซีซั่นแรกมี cameo และอ้างอิงตัวละคร X-Men กับทีมอื่น ๆ อย่าง X-Force เยอะมาก Steve Foxe บอกว่าคอมิกเรื่องนี้จะไม่หลีกเลี่ยงสถานการณ์สุดพีคจากซีซั่นแรกเลย และทีมงานทำร่วมกับทีมซีรีส์เพื่อให้มันเป็นส่วนเสริมที่ขาดไม่ได้สำหรับแฟน ๆ

คอมิก X-Men ’97: Season Two Prelude

คอมิก X-Men ’97: Season Two จะวางขายเล่มแรกวันที่ 3 มิถุนายน ส่วนซีรีส์ซีซั่น 2 จะสตรีมบน Disney+ ในช่วงสัปดาห์หลังจากนั้น เรียกได้ว่า X-Men ’97 ซีซั่น 2 ใกล้ฉาย จริง ๆ แฟน ๆ รอได้ไม่นาน!

ทำไมคอมิกนี้ถึงน่าติดตาม? เพราะมันต่อยอดจากตอนจบซีซั่น 1 ที่ทิ้งปมใหญ่ไว้แบบค้างคาใจ กลุ่มตัวละครหลักอย่าง Bishop ที่มีพลังดูดซับพลังงาน Sunspot เจ้าของพลังแสงอาทิตย์ Jubilee กับพลุระเบิดสุดเท่ และ Forge นักประดิษฐ์天才 พวกเขาจะรับมือกับภัยคุกคามใหม่ ๆ ได้ยังไง ในเมื่อ X-Men หลักหายตัวไปหมด? คอมิกนี้จะเผยทีมใหม่และตัวละครเด่นที่จะปรากฏในซีซั่น 2 ทำให้คุณได้ peek ล่วงหน้าแบบจุใจ

ซีรีส์ X-Men ’97 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามตั้งแต่ซีซั่นแรก ด้วยสไตล์แอนิเมชั่นย้อนยุคคลาสสิก สไตล์การเล่าเรื่องที่เข้มข้น และการต่อยอดจาก X-Men: The Animated Series ยุค 90s มันไม่ใช่แค่ nostalgia แต่เป็นการรีบูตที่สดใหม่ มีพล็อตทวิสต์ช็อกโลกอย่าง Apocalypse และ time travel ที่ทำให้แฟน ๆ กรี๊ดกร๊าด

  • ตัวละครหลักในคอมิก: Bishop, Sunspot, Jubilee, Forge
  • จำนวนเล่ม: 5 เล่ม
  • วันที่วางขาย: 3 มิถุนายน
  • ซีซั่น 2 บน Disney+: ใกล้เข้ามาแล้ว!

นอกจากนี้ มาร์เวลยังวางแผนใหญ่สำหรับอนาคต MCU ด้วยการแทรก X-Men เข้ามาแบบค่อยเป็นค่อยไป คอมิกนี้เลยเป็นสะพานเชื่อมที่สมบูรณ์แบบ ถ้าคุณเป็นแฟน X-Men ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

อยากอัปเดตข่าวเพิ่ม? เช็คตารางฉาย Marvel, Star Wars, Star Trek และอื่น ๆ ได้เลย สนุกแน่นอน!

คุณตื่นเต้นกับ X-Men ’97 ซีซั่น 2 ใกล้ฉาย ขนาดไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกนี้เพื่อข่าวล่าสุดจากจักรวาลมาร์เวล!

ที่มา – Marvel Wants to Remind You ‘X-Men ’97’ Season 2 Is Really Close

Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริงหลัง Netflix ถอด

ใกล้ครบรอบ 10 ปีของ Voltron: Legendary Defender แล้ว และเพื่อฉลองโอกาสนี้ Dreamworks ได้นำซีรีส์เรื่องนี้มาออกเป็นแผ่นจริง ๆ สักที! แฟน ๆ ที่รอคอยมานานสามารถจับจอง Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง ชุดใหม่ได้ในราคาเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 31 มีนาคมนี้

Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง: ทางเลือกเดียวสำหรับซีซั่นครบ 8

ก่อนหน้านี้ คุณอาจเคยซื้อซีซั่นเก่า ๆ ทาง DVD ได้ แต่ชุดนี้คือ “ทางเลือกเดียวที่จะมีทุกซีซั่น 1-8 รวมกันในที่เดียว” อย่างเป็นทางการ หน้าหลักของร้านยังไม่ระบุฟีเจอร์พิเศษอะไร แต่เชื่อว่าอาจมีการอัปเดตในภายหลัง ไม่ว่าจะอย่างไร การที่ซีรีส์เรื่องนี้ได้กลับมาอย่างเป็นทางการก็นับเป็นข่าวดีมาก เพราะ Netflix ได้ถอดลิสต์ Voltron: Legendary Defender ไปตั้งแต่ปี 2024 ทำให้แฟน ๆ ต้องหาวิธี “อื่น ๆ” ในการรับชม

นี่คือโอกาสให้ซีรีส์เรื่องนี้มีชีวิตต่อไปอีกสักหน่อย Voltron: Legendary Defender ได้รับคำชื่นชมในช่วงต้น ๆ จนถึงซีซั่น 4-5 แต่หลังจากนั้นเรื่องราวเริ่มสะดุด มีการพัฒนาตัวละครที่ยุ่งเหยิง โดยเฉพาะประเด็น LGBTQ+ ที่จัดการได้ไม่ลงตัว ส่งผลให้ความนิยมลดฮวบก่อนจบเรื่อง แฟน ๆ บางส่วนยังจำได้ด้วยความขมขื่นหรืองุนงงกับพฤติกรรมของฐานแฟนที่ “หลุดกรอบ” ไปเรื่อย ๆ แต่บางทีเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้มองในแง่ดีขึ้นบ้าง?

ประโยชน์ของ Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง

  • ครบทุก 8 ซีซั่นในชุดเดียว ไม่ต้องหาแยก
  • ราคาคุ้มค่า เพียง 50 ดอลลาร์ ส่งฟรีบางพื้นที่
  • หลีกเลี่ยงปัญหาสตรีมมิงที่หายไปกะทันหัน
  • เก็บสะสมได้ยาวนาน เหมาะสำหรับแฟนตัวยง

สิ่งที่ดีที่สุดของ Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง คือ มันเปิดประตูให้ซีรีส์ Netflix อื่น ๆ ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน เช่น She-Ra รีบูตที่เพิ่งถูกถอดจาก Netflix เดือนที่แล้ว ก็สมควรได้ออก DVD เช่นกัน และขณะที่เรากำลังพูดถึง Masters of the Universe: Revelation ล่ะ? โดยเฉพาะเมื่อกำลังมีหนังไลฟ์แอคชัน Voltron นำโดย Henry Cavill และ He-Man มาในอนาคต การมีอนิเมะเหล่านี้ในแผ่นจริงจะช่วยให้เปรียบเทียบได้สนุกยิ่งขึ้น

ซีรีส์แอนิเมชันเหล่านี้เคยเป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก ด้วยกราฟิกสวยงาม เนื้อเรื่องผจญภัย และตัวละครที่พัฒนาได้น่าติดตาม แม้ Voltron: Legendary Defender จะมีจุดอ่อนในตอนท้าย แต่เสน่ห์ของหุ่นยนต์ยักษ์ที่รวมร่างและการต่อสู้กับจักรวาลยังคงอยู่ การออก Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง จึงไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ แต่เป็นการให้โอกาสใหม่แก่แฟนรุ่นใหม่ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีข่าวหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ที่กำลังมาแรง ถ้าคุณชื่นชอบเนื้อหาแนวนี้ อย่าลืมติดตามอัปเดต!

คุณคิดว่า Voltron: Legendary Defender คอลเลกชันแผ่นจริง ชุดนี้คุ้มค่าที่จะสอยไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ แฟนอนิเมะได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – ‘Voltron: Legendary Defender’ Forms a Physical Collection After Netflix Delisting

โปรเจกต์ Siri ล่าช้าของ Apple ส่งผลกระทบเปิดตัวผลิตภัณฑ์

โปรเจกต์ Siri ล่าช้าของ Apple กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ล้มเหลว แต่ยังลุกลามมาส่งผลกระทบต่อการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์จริงๆ ด้วยนะครับ! จากรายงานล่าสุดของ Mark Gurman จาก Bloomberg ที่อ้างอิงแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ เผยว่าการพัฒนา Siri เวอร์ชันใหม่ที่ Apple อยากให้มันฉลาดและใช้งานได้จริงๆ นั้น ล่าช้าจนทำให้ทีมวิศวกรทั้งหมดต้องทุ่มเทไปช่วย จนสินค้าหลายตัวที่วางแผนเปิดตัวปีนี้ต้องเลื่อนออกไป

โปรเจกต์ Siri ล่าช้าของ Apple ส่งผลกระทบเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว Gurman เคยรายงานถึง 3 ผลิตภัณฑ์ลับของ Apple ที่มีรหัส J490, J491 และอีกตัวที่เป็นหุ่นยนต์เล็กๆ ซึ่งเดิมทีวางแผนเปิดตัวในปี 2025 แต่เลื่อนมาถึงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มาเพราะ Siri ยังไม่พร้อม โปรเจกต์ Siri ล่าช้าของ Apple ทำให้ทั้งหมดต้องหยุดชะงัก

J490 คืออะไร? มันคือสมาร์ทสปิคเกอร์แบบ HomePod mini แต่เพิ่มหน้าจอ คล้าย Amazon Echo Show 8 มีอินเตอร์เฟซแบบ Apple Watch ใช้งานควบคุมบ้าน เปิดเพลง สื่อสาร ส่วน J491 คือเวอร์ชันติดผนังของ J490 และตัวสุดแหวกคือหุ่นยนต์โต๊ะที่เคลื่อนที่ได้ ใช้ Siri ใหม่เป็นสมองหลัก ซึ่งเดิมจะเปิดตัวพร้อม iOS 18.4 (หรือที่เรียกว่าเวอร์ชัน personalized Siri) ในช่วงนี้ แต่ตอนนี้เลื่อนไปกันยายนแน่นอน

สาเหตุหลักของโปรเจกต์ Siri ล่าช้าของ Apple

ปัญหามาจากการพัฒนา AI ของ Apple ที่ล้มเหลวตั้งแต่แรก Apple อยากมีโมเดล AI ตัวเอง แต่ทำไม่ได้เลยต้องเช่าจาก Google Gemini ชั่วคราว สร้างความอับอายให้บริษัท จากนั้นก็มี hype ว่าจะมาช่วง 2024 แต่เลื่อนไป 2025 และล่าสุดเลื่อนอีก Apple Intelligence ที่ Apple โฆษณาใหญ่โตตั้งแต่ปี 2023 ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ Siri ยังโง่เหมือนเดิม

  • Siri รุ่นเก่า: ใช้งานได้แค่พื้นฐาน พูดแล้วไม่เข้าใจบ่อย
  • Siri ใหม่ที่เลื่อน: ควรควบคุมบ้านได้ฉลาด รองรับ Apple Intelligence เต็มรูปแบบ
  • ผลกระทบ: ผลิตภัณฑ์ J490, J491, หุ่นยนต์โต๊ะเลื่อนไป ทำให้ Apple เสียโอกาสแข่งกับ Amazon Echo และ Google Nest

นอกจากนี้ รายงานยังบอกว่าการผลิตบางส่วนจะย้ายไปเวียดนาม เพื่อลดต้นทุน แต่ Siri ล่าช้าทำให้แผนทั้งหมดสะดุด Apple หวังให้กลุ่มสินค้าสมาร์ทโฮมนี้เป็น ‘next big moneymaker’ แต่ตอนนี้ต้องพึ่ง iPhone, MacBook รุ่นใหม่ๆ ก่อน

เพื่อนๆ คิดยังไงกับสถานการณ์นี้? Apple จะพลิกเกมได้ทันหรือ Siri จะล่าช้าต่อไป? ถ้าคุณกำลังรอสมาร์ทโฮมจาก Apple ลองวางแผนใหม่ อาจต้องรอถึง秋ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และติดตามอัปเดตจากเรานะครับ! Opinion จากผม: Apple ควรโฟกัสแก้ Siri ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยปล่อยฮาร์ดแวร์ จะได้ไม่เสียชื่อเสียงเรื่องเลื่อนของ

ที่มา – Apple’s Delay-Plagued Siri Project Has Also Interfered with Physical Product Releases, Report Says

การกลับมาของ Firefly อาจเป็นอนิเมะซีรีส์

หลังจากที่แฟนๆ ทั่วโลกตื่นเต้นกันมาหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดทีมนักแสดง Firefly ก็ประกาศข่าวดีแล้ว! การกลับมาของ Firefly อาจเป็นอนิเมะซีรีส์ นี่แหละที่ทุกคนรอคอย แม้จะยังไม่ยืนยันว่าจะลงสตรีมเมอร์ไหน แต่ไอเดียสุดเจ๋งนี้มาจาก Nathan Fillion, Gina Torres, Alan Tudyk และนักแสดงที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะกลับมารับบทเดิมในรูปแบบอนิเมชัน!

การกลับมาของ Firefly อาจเป็นอนิเมะซีรีส์ เกิดขึ้นเมื่อไหร่?

เรื่องราวจะตั้งอยู่ในช่วงระหว่างซีซันแรกของรายการกับภาพยนตร์ Serenity ปี 2005 จะเล่าเรื่องราวการผจญภัยของลูกเรือเพิ่มเติม ต่อยอดตำนานเดิมและเติมรายละเอียดจักรวาลใหม่ๆ ให้แฟนๆ ได้ฟินกันยาวๆ แทน Joss Whedon ที่เคยคุมโปรเจกต์ จะมี Marc Guggenheim และ Tara Butters มาทำหน้าที่โชว์รันเนอร์แทน Fillion ยังยืนยันว่าได้ พรจากผู้สร้างดั้งเดิม มาแล้ว สคริปต์ตอนแรกเสร็จสิ้น และกำลังจะส่งให้ผู้ซื้อในเร็วๆ นี้

ภาพคอนเซ็ปต์อาร์ตสุดเท่มาจากสตูดิโอ ShadowMachine ผู้อยู่เบื้องหลัง Bojack Horseman และรีเมค Clone High รับรองคุณภาพกราฟิกไม่แพ้ใคร!

ทำไมแฟนๆ ถึงรอคอยการกลับมาของ Firefly อาจเป็นอนิเมะซีรีส์

Nathan Fillion ให้สัมภาษณ์กับ Deadline ว่า “ฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นทำให้รายการเก่า 25 ปียังคงร้อนแรง การกลับมาของ Firefly เป็นสิ่งที่แฟนๆ ต้องการและสมควรได้รับ” ก่อนหน้านี้ จักรวาล Firefly ถูกขยายผ่าน นิยายและคอมิกส์ ตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างเหตุการณ์ในซีรีส์ จนถึงก่อน Serenity ทำให้แฟนๆ ไม่เคยขาดเนื้อหา

ข่าวนี้มาพอดีกับวันที่ Hulu ประกาศยกเลิก Buffy: New Sunnydale โปรเจกต์ต่อจากผลงานดังของ Whedon อีกเรื่อง แต่สำหรับ Firefly ดูเหมือนจะสดใสกว่ามาก!

  • นักแสดงหลัก: Nathan Fillion (Mal), Gina Torres (Zoe), Alan Tudyk (Wash) และอื่นๆ
  • ช่วงเวลา: ระหว่างซีซัน 1 กับ Serenity
  • สตูดิโอ: ShadowMachine
  • สถานะ: สคริปต์พร้อม ส่งหาผู้ซื้อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังสามารถติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่นี่

ในฐานะแฟนตัวยง ผมเชื่อว่าการกลับมาของ Firefly อาจเป็นอนิเมะซีรีส์ จะเป็นการฟื้นคืนชีพที่ดีที่สุดสำหรับ cult classic เรื่องนี้ รอติดตามกันเลย แฟนๆ อย่าลืมแชร์ความตื่นเต้นของคุณในคอมเมนต์!

ที่มา – The Return of ‘Firefly’ Could Be an Animated Series

ส่องปรากฏการณ์ ปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เมื่อคำยืนยันของรัฐบาลไม่อาจดับความกังวลประชาชน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามา ส่องปรากฏการณ์ ปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ-ปริมณฑล กันแบบใกล้ชิดเลยนะครับ จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักมาก ทีม THE STANDARD ออกสำรวจวันที่ 15 มีนาคม พบว่าประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเริ่มตื่นตระหนกกันจริงจัง แม้รัฐบาลจะยืนยันซ้ำๆ ว่าไม่มีขาดแคลน มีน้ำมันสำรองเพียบ แต่ภาพที่ปั๊มน้ำมันกลับตรงข้ามเลยครับ

ส่องปรากฏการณ์ ปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ-ปริมณฑล: ภาพคิวยาวเหยียดและป้าย ‘น้ำมันหมด’

ลองนึกภาพตามนะครับ ปั๊มน้ำมันหลายแห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรถยนต์ต่อคิวยาวเป็นกิโล บางคนนำแกลลอนมาสำรองด้วยซ้ำ! ป้าย ‘น้ำมันหมด’ หรือ ‘จำกัดการเติมต่อคัน’ โผล่ขึ้นเต็มไปหมด สะท้อนความไม่มั่นใจในระบบพลังงานของประเทศชัดเจนเลย ผมที่เคยเห็นสถานการณ์คล้ายๆ กันในหนัง dystopian อย่าง Mad Max หรือเกม survival ที่คน panic buy ทรัพยากร มันให้ฟีลแบบนั้นจริงๆ แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเราครับ

จากที่สอบถามพนักงานปั๊ม พวกเขาบอกว่าปกติขายได้วันละเท่าเดิม แต่ตั้งแต่ข่าวสงครามแพร่ กระแสคนมาเติมพุ่ง 2-3 เท่า! คลังน้ำมันที่สำรองไว้หมดเกลี้ยงก่อนรถบรรทุกส่งมาถึง ผู้ประกอบการเลยต้องปรับแผน เพิ่มรอบส่งน้ำมันทุกวัน แต่ความต้องการที่พุ่งกะทันหันยังทำให้เกิดช่องว่างอยู่ดี

ทำไมประชาชนถึงไม่เชื่อรัฐบาล?

ชาวบ้านที่มาต่อคิวเล่าว่า แม้ถังน้ำมันยังเหลือเกินครึ่ง แต่กลัวขาด เลยมาเติมเต็มทุกวันไว้ก่อน ไม่เชื่อว่าน้ำมันสำรองจะพอรับมือสงครามที่อาจลุกลามได้ มันเข้าใจได้นะครับ ในยุคที่ข่าวปลอมและ fake news ล้นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ (หรือ X) ทุกคนเลยเลือก ‘safe than sorry’ กันเอง

  • คิวยาวตั้งแต่เช้ามืด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน
  • หลายปั๊มจำกัดเติมไม่เกิน 20-30 ลิตรต่อคัน
  • แกลลอนสำรองถูกนำมาใช้เต็มๆ เหมือนสมัยโควิด

จากมุมมอง expert อย่างผมที่ติดตามเทรนด์พลังงานมานาน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบนำเข้าน้ำมันไทย ที่พึ่งพาตะวันออกกลางสูงถึง 70% ถ้าสงครามยืดเยื้อ ราคาจะพุ่งต่อเนื่องแน่นอน แต่ข่าวดีคือ เรามี strategic petroleum reserve (SPR) สูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน

เทคโนโลยีช่วยได้ไหม? Insight จากวงการ Tech

ในฐานะคนที่ชื่นชอบ gadget และ tech ผมเห็นโอกาสที่นี่เลยครับ แอปเรียกรถอย่าง Grab-Lineman หรือ EV charging apps กำลังมาแรง ลดการพึ่งพาน้ำมันได้เยอะ นอกจากนี้ Tesla และ BYD กำลังบุกไทยหนัก Battery tech ใหม่ๆ อย่าง solid-state จะทำให้ EV วิ่งไกลขึ้น ราคาถูกลง ใครที่กำลังคิดซื้อรถใหม่ ลองมอง EV ไว้เลยครับ จะได้ไม่ต้องมาต่อคิวแบบนี้

สรุปแล้ว ส่องปรากฏการณ์ ปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่ panic buying แต่เป็น reflection ของความไม่เชื่อมั่นในระบบ ถ้ารัฐบาลอยากแก้ ต้องโปร่งใสข้อมูลแบบ real-time ผ่าน app หรือ dashboard สาธารณะครับ

ความเห็นส่วนตัว: อย่าตื่นตระหนกเกินไปนะครับ เติมน้ำมันให้พอใช้ ใช้รถสาธารณะมากขึ้น และมองหา alternative energy อนาคต EV และ hydrogen จะเปลี่ยนเกมนี้แน่นอน! ถ้าคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ หรือติดตามอัปเดตข่าวพลังงานจากเรา

ที่มา – ส่องปรากฏการณ์ ปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เมื่อคำยืนยันของรัฐบาลไม่อาจดับความกังวลประชาชน

รีวิว Level Lock Pro: สมาร์ทล็อกซ่อนตัวเก่ง

คุณยอมสละอะไรเพื่อความสวยงาม? นั่นคือคำถามสำคัญสำหรับ Level Lock Pro สมาร์ทล็อคพรีเมี่ยมที่รองรับ Matter และจากภายนอกแทบเหมือนเดดบ olt ธรรมดาที่ใช้กุญแจอย่างเดียว มันคือสมาร์ทล็อคสำหรับคนที่ไม่อยากให้ดูออกว่าเป็นสมาร์ทล็อค

Level Lock Pro คือเวอร์ชันอัปเกรดจาก Level Lock สมาร์ทล็อคที่ซ่อนตัวเก่ง ดูสวยกว่าสมาร์ทล็อคบล็อกกี้ทั่วไป Level ยังขายลูกบิดและที่จับที่แมตช์กันในราคาแพงด้วย ที่นี่ ภายในซ่อนมอเตอร์สำหรับยืด-หดกลอน วิทยุ Bluetooth และ Thread ลำโพง และแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานถึงปีตามที่บริษัทเคลม

แต่ รีวิว Level Lock Pro พบว่ามันไม่ได้ก้าวกระโดดจาก Lock Plus รุ่นก่อนที่เลิกขายแล้ว ทั้งคู่ใช้ Home Key ของ Apple รองรับฟอบและการ์ดกุญแจ รองรับ Matter และแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมหลักๆ มีออโต้ล็อก-อัพล็อก ความต่างหลักคือ Level Lock Pro ตรวจจับสถานะประตูได้ และมีโปรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ที่แรงกว่า ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น

รีวิว Level Lock Pro

Level Lock Pro คือทางเลือกเร็วและใช้งานได้สำหรับคนที่เกลียดรูปลักษณ์สมาร์ทล็อคจริงๆ

ข้อดี

  • รูปลักษณ์เหมือนล็อคธรรมดา ดูสวยหรู
  • รองรับ Matter เชื่อมต่อสมาร์ทโฮมง่าย
  • แบตเตอรี่นานถึงปี
  • ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
  • ปลดล็อกหลายวิธี รวม Home Key และ Touch to Unlock
  • โปรเซสเซอร์แรง ทำงานลื่นไหล

ข้อเสีย

  • ไม่มีชีวมิตรี เช่น ลายนิ้วมือ
  • ต้องมีโทรศัพท์หรือฟอบเสมอ ไม่มีคีย์แพดในตัว
  • ราคาแพง $349
  • เชื่อมต่อสมาร์ทโฮมอาจมีปัญหาบางครั้ง
  • แบตเตอรี่ CR2 ไม่ชาร์จได้

หลังทดสอบหลายวัน ชอบ Level Lock Pro แต่ไม่เหมาะทุกคน โดยเฉพาะราคา $349 ที่แลกกับการไม่มีชีวมิตรี มันเจ็บปวดเพราะลายนิ้วมือหรือสแกนฝ่ามือสะดวกกว่า Level มีวิธีปลดล็อกอื่นๆ มากมาย แต่ชีวมิตรีชนะขาด

จากภายนอกดูไม่ใช่สมาร์ทล็อค แต่ภายในเป็นแผ่นกลมสีเทา มีรูสามจุด ที่มีสมองทั้งหมด กลอนแยกส่วน ใส่แบต CR2 ด้านใน บริษัทเคลมอยู่ได้ปี สองเท่าจาก Lock Plus ชอบที่แบตเตอรี่เล็กจิ๋ว แต่เสียดายที่ไม่ชาร์จได้ บริษัทเตือนอย่าใช้ rechargeable อาจพัง สามารถ ซื้อเพิ่มจาก Level

ดู Level Lock Pro ที่ Amazon

ติดตั้งกายภาพง่าย นาทีเดียว จนต้องขยายรูกลอนเพราะกว้างกว่า Aqara U100 ของผม ดูเหมือนเดดบ olt ดีๆ นี่เอง Level ปรับปรุงกระบอกกุญแจหลัง LockPickingLawyer ชี้จุดอ่อน เพิ่มความต้านทานเจาะและปิกกิ้ง

รีวิว Level Lock Pro: การเชื่อมต่อ

เชื่อมสมาร์ทโฮมเร็ว สแกน QR Matter จับคู่ทันที ต้องมี Thread border router ดูรายการ ที่นี่ อย่าลืมเชื่อม Level App ก่อน 30 นาทีไม่งั้นรีเซ็ตเอสพี ตั้งออโต้ล็อก Touch to Unlock ได้

แอปปรับแต่งได้แค่ใกล้ล็อค คล้ายสมาร์ทล็อคอื่นๆ หลังตั้งแล้วแทบไม่ต้องใช้

ปลดล็อกหลายวิธี: โทรศัพท์/นาฬิกา, Home Key, กุญแจ/ฟอบ (มีให้ 2 ชิ้นแต่ต้องเพียร์) Touch to Unlock และ Auto Unlock ทำงานดีเกือบทุกครั้ง ต้องออกจาก geofence แล้วกลับมาเชื่อม Bluetooth

รู้สึกแปลกเรื่องความปลอดภัย แต่โอเคเพราะโจรไม่แค่แตะล็อค Home Key บางทีช้า โดยเฉพาะ Apple Watch ต้องลองหลายรอบ เคยค้างใน Apple Home 2 วัน ต้องถอดแบตรีสตาร์ท บริษัทบอกเครือข่ายซับซ้อนอาจมีปัญหา

ปัญหาหลักของสมาร์ทล็อคซ่อนตัวคือยังต้องพกกุญแจ Aqara U100 หรือ TCL D2 Pro มีคีย์แพด/ชีวมิตรีสำรองดีกว่า

ผมอยากได้สมาร์ทล็อคเพื่อออโต้ล็อกตอนกลางคืน/ออกจากบ้าน และไม่ติดนอกบ้านโดยไม่มีกุญแจ ดังนั้นต้องซื้อ Level Keypad $79 รวมแล้ว $428

ถ้าอยากสมาร์ทล็อคแต่เกลียดรูปลักษณ์ รีวิว Level Lock Pro แนะนำเลย ดูดี เร็ว มีตัวเลือกปลดล็อกหลากหลาย รองรับ Matter ดีที่สุดใน類

แต่ยังมี compromise เมื่อเทียบล็อคชีวมิตรี ถ้าลืมล็อก ออโต้ช่วยได้ และลดโอกาสล็อคเอาต์ แต่ไม่สมบูรณ์แบบ

Level Lock Pro สวยและลื่นไหล ถึงไม่เพอร์เฟกต์ทุกครั้ง ถ้าเกลียดคีย์แพด มันคุ้ม ถ้าจะซื้อสมาร์ทล็อคซ่อนตัว นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ลองเลย!

ซื้อ Level Lock Pro ที่ Amazon

ที่มา – Level Lock Pro Review: As Good as a Secret Smart Lock Gets