ผู้เขียน: lalika69_admin

เขตป้อมปราบฯ ออกประกาศเตือนสุขภาพ แนะประชาชนสวม N95-ปิดบ้านมิดชิด รับมือควันพิษไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่พักอาศัยหรือทำงานอยู่แถวเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับคลองถมเซ็นเตอร์ คงจะทราบกันดีว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนมหาจักร ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่นละอองจำนวนมากกระจายตัวในอากาศ ผมเลยอยากจะนำข้อมูลสำคัญจากทางเขตมาแชร์ต่อให้ทุกคนได้เฝ้าระวังตัวเองกันครับ

เขตป้อมปราบฯ ออกประกาศเตือนสุขภาพ แนะประชาชนสวม N95-ปิดบ้านมิดชิด รับมือควันพิษไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์

ทางสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์ควันไฟจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของพวกเราได้ครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ผมขอสรุปแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ 4 ข้อ ดังนี้ครับ:

  • สวมหน้ากากอนามัยทันที: ในช่วงนี้ขอให้ทุกคนพกและสวมหน้ากาก N95 ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือต้องเดินทางผ่านครับ เพราะหน้ากากชนิดนี้สามารถกรองฝุ่นควันและสารพิษได้ดีกว่าหน้ากากปกติหลายเท่าตัวเลยครับ
  • ปิดบ้านและอาคารให้มิดชิด: พยายามปิดประตู หน้าต่าง และช่องลมต่างๆ เพื่อไม่ให้กลิ่นไหม้หรือควันพัดเข้ามาสะสมภายในบ้าน ใครที่มีเครื่องฟอกอากาศก็เปิดทิ้งไว้ได้เลยครับ เป็นช่วงเวลาที่เครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้คุ้มค่าที่สุดเลยทีเดียว
  • งดกิจกรรมกลางแจ้ง: หลีกเลี่ยงการไปยืนดูเหตุการณ์หรือทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้งครับ เพราะเราไม่รู้ว่ามวลอากาศตรงนั้นมีอนุภาคอันตรายมากน้อยแค่ไหน ยิ่งไปมุงดู ยิ่งเพิ่มโอกาสสูดดมสารพิษโดยไม่จำเป็นครับ
  • เฝ้าระวังกลุ่มเปราะบาง: หากในบ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ต้องดูแลเป็นพิเศษครับ หากใครเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก แสบตา หรือหายใจไม่ออก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

การรับมือกับมลพิษทางอากาศไม่ว่าจะเป็นจากไฟไหม้หรือฝุ่น PM2.5 ในปัจจุบัน ถือเป็นทักษะการเอาตัวรอดที่คนเมืองยุคใหม่ต้องมีครับ ผมมองว่าการใช้เทคโนโลยีอย่างเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA หรือการติดตามแอปพลิเคชันรายงานคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราตัดสินใจวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นอย่างมากครับ

การดูแลตัวเองท่ามกลางวิกฤตฝุ่นควัน

นอกเหนือจากข้อแนะนำของเขตป้อมปราบฯ แล้ว การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการสะสมของมลพิษในร่างกายได้ครับ สำหรับสถานการณ์นี้ ขอให้ทุกคนติดตามประกาศจากสำนักงานเขตอย่างต่อเนื่อง และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ก็อย่าประมาทนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ทุกคนนะครับ และหวังว่าสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดครับ หากใครมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ อย่ารอช้าที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวครับ

ที่มา – เขตป้อมปราบฯ ออกประกาศเตือนสุขภาพ แนะประชาชนสวม N95-ปิดบ้านมิดชิด รับมือควันพิษไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์

มท. นำทีมบุกค้น ‘577 Club’ ย่านห้วยขวาง จ่อขยายผลสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายนอมินีทุนต่างชาติ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อและโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อกระทรวงมหาดไทยนำทีมโดยรัฐมนตรีช่วยฯ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อดังในย่านห้วยขวางอย่าง มท. นำทีมบุกค้น ‘577 Club’ ย่านห้วยขวาง จ่อขยายผลสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายนอมินีทุนต่างชาติ ซึ่งงานนี้ถือเป็นการสั่นสะเทือนวงการสถานบันเทิงสีเทาอย่างหนัก

มท. นำทีมบุกค้น ‘577 Club’ ย่านห้วยขวาง จ่อขยายผลสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายนอมินีทุนต่างชาติ

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย ทั้งเรื่องการเปิดเกินเวลา การปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมยาเสพติด และความไม่ชัดเจนของตัวเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง โดยทางชุดสืบสวนได้เฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่วงปลายเดือนกรกฎาคม จนกระทั่งพบข้อมูลเชิงลึกว่าสถานประกอบการแห่งนี้มีลักษณะเป็นการบริหารจัดการโดยกลุ่มทุนต่างชาติ ที่แฝงตัวผ่านนอมินีหรือตัวแทนอำพราง

จากการตรวจสอบหน้างาน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันต่างประเทศอย่าง Alipay หรือ WeChat รวมถึงพนักงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และที่สำคัญคือการพบสารเสพติดภายในร้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในการบริหารจัดการและความต้องการฉกฉวยโอกาสจากกฎหมายไทย ทั้งนี้ มท. นำทีมบุกค้น ‘577 Club’ ย่านห้วยขวาง จ่อขยายผลสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายนอมินีทุนต่างชาติ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่หน่วยงานรัฐกำลังเดินหน้าเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างธุรกิจเถื่อนที่ซ่อนตัวในคราบสถานบันเทิง

ผลกระทบและข้อสังเกตจากปฏิบัติการในครั้งนี้

สิ่งที่เราต้องจับตามองต่อจากนี้คือ “เส้นทางการเงิน” ครับ เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลที่ปรากฏชื่อรับเงิน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทาอย่างไรบ้าง ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไร้พรมแดน การทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติแบบนี้มักถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากสรรพากรและหน่วยงานความมั่นคงของเรา

ข้อหาหลักที่ทางร้านต้องเผชิญนั้นหนักหนาสาหัสทีเดียว ได้แก่:

  • การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เกี่ยวกับการควบคุมสถานบริการ
  • ความผิดด้านแรงงานต่างด้าวและการจ้างงานผิดกฎหมาย

ในมุมมองของผม นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่คิดจะทำธุรกิจในไทยแบบหลบๆ ซ่อนๆ ว่ายุคสมัยของ “นอมินี” ที่จะเปิดสถานบันเทิงโดยไม่สนใจกฎหมายไทยนั้นกำลังจะหมดไป หน่วยงานรัฐเริ่มบูรณาการข้อมูลเชิงลึกได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบนิติบุคคลและโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แฝงอยู่หลังม่าน

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่สนใจในแง่ของกฎหมายและธุรกิจ สิ่งนี้คือบทเรียนสำคัญว่า การทำธุรกิจในไทยต้องโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายเสมอ ไม่เช่นนั้นไม่เพียงแต่จะเสียชื่อเสียง แต่ยังต้องเผชิญกับคดีความที่ยากจะแก้ไข เราหวังว่ามาตรการเชิงรุกเช่นนี้จะช่วยจัดระเบียบสังคมให้ปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคนครับ

ที่มา – มท. นำทีมบุกค้น ‘577 Club’ ย่านห้วยขวาง จ่อขยายผลสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายนอมินีทุนต่างชาติ

คลองถมเซ็นเตอร์สูญ 300 แผงค้า กทม. เตือนรัศมีควันพิษ-เร่งเปิดช่องทางรับเงินเยียวยาด่วน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีประเด็นข่าวที่น่าใจหายและอยากชวนทุกคนมาอัปเดตสถานการณ์สำคัญในใจกลางกรุงเทพฯ กันครับ กับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมสินค้าไอทีและของเล่นยอดฮิตของใครหลายคน โดยเหตุการณ์ คลองถมเซ็นเตอร์สูญ 300 แผงค้า กทม. เตือนรัศมีควันพิษ-เร่งเปิดช่องทางรับเงินเยียวยาด่วน ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ค้าจำนวนมากอย่างเลี่ยงไม่ได้

หลังจากที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้า เราพบว่าแม้เปลวไฟจะสงบลงแล้ว แต่สภาพอาคารยังคงอันตรายจากโครงสร้างที่อาจถล่มลงมาได้ การจัดการในระยะ Post-Disaster Management จึงต้องดำเนินไปอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนและเร่งเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง

คลองถมเซ็นเตอร์สูญ 300 แผงค้า กทม. เตือนรัศมีควันพิษ-เร่งเปิดช่องทางรับเงินเยียวยาด่วน

หนึ่งในสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคุณภาพอากาศครับ ทาง กทม. ได้ออกคำเตือนชัดเจนเกี่ยวกับกลุ่มควันและกลิ่นเหม็นไหม้ที่กระจายตัวในรัศมี 2-3 กิโลเมตร หากใครที่ไม่ได้มีภารกิจจำเป็น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจของคุณเองนะครับ

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ คลองถมเซ็นเตอร์สูญ 300 แผงค้า กทม. เตือนรัศมีควันพิษ-เร่งเปิดช่องทางรับเงินเยียวยาด่วน ในครั้งนี้ ทางสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เปิดช่องทางการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยมีขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้ครับ:

เอกสารและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สัญญาเช่าพื้นที่ในอาคาร
  • บันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ (ระบุความเสียหายพร้อมรูปถ่าย)

คุณสามารถนำเอกสารไปยื่นได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00–16.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2281 6117 นะครับ

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงของอาคารเก่าแก่ใจกลางเมืองครับ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับอัคคีภัยแบบ Real-time เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในย่านการค้าหนาแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียดายเช่นนี้อีก หากเพื่อนๆ เป็นผู้ประสบภัย ขอให้รวบรวมเอกสารให้ครบถ้วนและรีบไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตามวันเวลาที่กำหนดนะครับ เป็นกำลังใจให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – คลองถมเซ็นเตอร์สูญ 300 แผงค้า กทม. เตือนรัศมีควันพิษ-เร่งเปิดช่องทางรับเงินเยียวยาด่วน

สรุปเหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ลามตึกข้างเคียง-โครงสร้างทรุด คุมเพลิงได้แล้วบาดเจ็บ 3 ราย

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา กับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในย่านการค้าสำคัญใจกลางเมือง กับเหตุ สรุปเหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ลามตึกข้างเคียง-โครงสร้างทรุด คุมเพลิงได้แล้วบาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่ทำธุรกิจในย่านวรจักรอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 20.42 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จในช่วงเกือบเที่ยงคืน

สถานการณ์วิกฤต: เจาะลึกเหตุ สรุปเหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ลามตึกข้างเคียง-โครงสร้างทรุด คุมเพลิงได้แล้วบาดเจ็บ 3 ราย

จุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณร้านค้าชั้น 1 ของอาคาร แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสถานีสวนมะลิจะรุดเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็วภายใน 3 นาที แต่ด้วยความที่เป็นแหล่งเก็บสินค้าจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอาคารที่มีโครงสร้างเอื้อต่อการลุกลาม ทำให้ไฟพุ่งขึ้นสู่ชั้นลอยใต้ลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงสถานการณ์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ

ทางศูนย์วิทยุพระราม 199 ต้องระดมกำลังจากสถานีดับเพลิงใกล้เคียงกว่า 8 สถานีเพื่อเข้าสกัดกั้น แต่อุปสรรคสำคัญที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กล่าวถึงคือ “ฟาซาด” (Facade) หรือเปลือกอาคารที่ขวางกั้น ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกเข้าถึงต้นเพลิงได้ยากมาก ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าภายในที่เป็นกลุ่มแบตเตอรี่และสายไฟ ยิ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ไฟดับได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก

ความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น

นอกจากตัวอาคารคลองถมเซ็นเตอร์จะเสียหายอย่างหนักแล้ว ในเวลา 22.48 น. ไฟยังได้ลามไปยังตึกแถวข้างเคียงฝั่งถนนเจริญกรุง-เสือป่า ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่งผลให้โครงสร้างอาคารเริ่มทรุดตัวจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถส่งคนเข้าไปข้างในได้ ทำได้เพียงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงจากภายนอกเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ สรุปเหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ลามตึกข้างเคียง-โครงสร้างทรุด คุมเพลิงได้แล้วบาดเจ็บ 3 ราย ในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บรวม 3 รายจากการทรุดตัวของโครงสร้างเหล็กที่ได้รับความร้อนสูง

  • ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในอาคาร
  • เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ประมาณ 80% ก่อนเวลาเที่ยงคืน
  • ภาครัฐจัดตั้งศูนย์ลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในทันที

จากเหตุการณ์นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญเรื่องความปลอดภัยในย่านการค้าเก่าแก่ที่มีซอยแคบ ซึ่งรถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าถึงได้ยาก ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่า และการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงอัคคีภัยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียง ควรหมั่นตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยของร้านตนเองและทำประกันภัยทรัพย์สินให้ครอบคลุมอยู่เสมอ เพราะในยุคที่สินค้าเทคโนโลยีและแบตเตอรี่มีอยู่ทั่วไป ความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้จึงสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ที่มา – สรุปเหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ลามตึกข้างเคียง-โครงสร้างทรุด คุมเพลิงได้แล้วบาดเจ็บ 3 ราย

ดาราและผู้กำกับ Coyote vs. Acme ฉลองการเปิดตัวสุดปาฏิหาริย์

เชื่อไหมครับว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ภาพยนตร์เรื่อง Coyote vs. Acme แทบไม่มีโอกาสได้ฉายสู่สายตาชาวโลก หลังจากที่ Warner Bros. ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เข้ากรุอย่างลึกลับและไร้คำอธิบาย แต่ในที่สุดหลังจากผ่านมรสุมมานาน Ketchup Entertainment ก็เข้ามากอบกู้และสร้างกระแสจนหนังเรื่องนี้ได้ลงจอในโรงภาพยนตร์อย่างสมศักดิ์ศรี นี่คือชัยชนะที่เหมือนกับกลไกกับดักของ Wile E. Coyote ที่ซับซ้อนแต่ทรงพลังจริงๆ

ดาราและผู้กำกับ Coyote vs. Acme ฉลองการเปิดตัวสุดปาฏิหาริย์

ทางด้าน Dave Green ผู้กำกับภาพยนตร์ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดซึ้งผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน โดยเขาระบุว่านี่คือชัยชนะของทุกคนที่ต่อสู้เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้รอดพ้นจากการถูกลืม และเขายังแอบใส่ข้อความพิเศษไว้ที่ท้ายเครดิตหนังเพื่อขอบคุณผู้ชมที่ผลักดันจนหนังได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในที่สุด

เหตุผลที่ Coyote vs. Acme กลายเป็นประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่มาจากความร่วมมือของเหล่าทีมงาน ทั้งนักแสดง ทีมแอนิเมชั่น และที่สำคัญที่สุดคือเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ที่ยืนหยัดสู้เพื่อให้ Coyote vs. Acme ได้มีตัวตน นี่คือข้อพิสูจน์ว่าในยุคสมัยนี้ ภาพยนตร์ที่มีคุณภาพและมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นย่อมไม่มีวันหายไปไหนได้ง่ายๆ

นอกเหนือจากผู้กำกับแล้ว Will Forte นักแสดงนำของเรื่องยังได้ออกมาแสดงความยินดีผ่าน X (Twitter) โดยกล่าวขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเรียกร้องจนทำให้โปรเจกต์นี้มาถึงจุดนี้ได้ ความตื่นเต้นนี้สะท้อนออกมาที่ตัวเลขรายได้ในรอบเปิดตัววันพฤหัสบดีที่ทำไปได้ถึง 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับหนังที่เกือบจะไม่ได้ฉาย

  • ชัยชนะที่เกิดจากพลังของผู้ชม
  • การยืนหยัดของทีมงานสร้างภาพยนตร์
  • การตลาดที่เปลี่ยนจากหนังถูกทิ้งสู่ความสำเร็จใน Box Office

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์สักเรื่องที่มอบความสุขและเต็มไปด้วยหัวใจ Coyote vs. Acme คือคำตอบที่น่าสนใจมากครับ เพราะนอกจากความตลกแล้ว หนังเรื่องนี้ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ ใครที่ไปดูมาแล้วอย่าลืมแชร์ความรู้สึกกันนะครับว่าประทับใจฉากไหนที่สุด ส่วนตัวผมเชื่อว่านี่คือหนึ่งในหนังที่สร้างความประทับใจได้มากที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว

ที่มา – The Star and Director of ‘Coyote vs. Acme’ Celebrate Its Unlikely Opening

เจาะลึก Marvel’s Wolverine เกมที่ Wolverine บุกตะลุยสุดเดือด

ในขณะที่วงการเกมกำลังตื่นเต้นกับกระแสข่าวของ GTA VI แต่ PlayStation ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งฟีเจอร์ใหม่ของ Marvel’s Wolverine เกมที่แฟนๆ ค่าย X-Men รอคอยมาให้ชมกัน บอกเลยว่างานนี้แฟนเกมสายแอ็กชันต้องร้องว้าว เพราะนี่คือเกมที่ Wolverine บุกตะลุยสุดเดือด สมชื่อ Weapon X ที่เราคุ้นเคยกันดี

เจาะลึก Marvel’s Wolverine เกมที่ Wolverine บุกตะลุยสุดเดือด

เกมนี้ไม่ได้มีดีแค่การใส่กรงเล็บสังหารศัตรูเท่านั้น แต่ Insomniac Games ได้ยกระดับให้ Marvel’s Wolverine มีความแตกต่างจากซีรีส์ Spider-Man อย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความดิบเถื่อนและเลือดสาดที่สมจริง ซึ่งเข้ากับความเป็นตัวละครของ Logan ได้อย่างลงตัวที่สุด

ระบบการเล่นและสกิลของ Marvel’s Wolverine

สำหรับใครที่ตั้งตารอคอยสัมผัสประสบการณ์ใน Marvel’s Wolverine เกมที่ Wolverine บุกตะลุยสุดเดือดนี้ คุณจะได้พบกับระบบการเล่นที่ลึกซึ้ง ดังนี้:

  • Skill Tree ที่ปรับแต่งได้: คุณสามารถอัปเกรด Logan ให้เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการปัดป้องกระสุน การสวนกลับด้วยกรงเล็บ หรือการเน้นรับดาเมจเพื่อเข้าประชิดตัว
  • ศัตรูตัวฉกาจ: เตรียมตัวเผชิญหน้ากับวายร้ายระดับตำนานอย่าง Omega Red และ Lady Deathstrike ที่จะมาทดสอบทักษะการต่อสู้ของคุณ
  • New Game Plus: สนุกต่อได้ไม่รู้จบด้วยโหมดที่ให้คุณเริ่มเล่นใหม่พร้อมบิลด์ตัวละครที่คุณชื่นชอบ

นอกจากความมันส์ในการต่อสู้แล้ว ตัวเกมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Accessibility ที่จัดเต็มกว่า 100 รูปแบบ ทั้งด้านภาพ เสียง และระบบเกม รวมถึงยังมีโหมดถ่ายรูป (Photo Mode) ให้คุณได้เก็บภาพเท่ๆ ของ Logan ในชุดต่างๆ ที่มาพร้อมกับระบบฟื้นฟูพลังชีวิตที่ล้ำลึกอีกด้วย

ถือว่าเป็นก้าวที่น่าสนใจมากสำหรับ Insomniac Games ในการนำฮีโร่สายดาร์กอย่าง Wolverine มาสู่หน้าจอ PS5 อย่างเต็มตัว ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทั้งฉากหลังที่เป็นการผสมผสานการต่อสู้เชิงกลยุทธ์เข้ากับการสำรวจโลกที่กว้างใหญ่ เชื่อว่าเกมนี้จะเป็นประสบการณ์ระดับมาสเตอร์พีซที่คอเกมแนวแอ็กชันไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปควักกรงเล็บกันในวันที่ 15 กันยายนนี้บน PlayStation 5 และ PlayStation 5 Pro รับรองว่าความมันส์ทะลุปรอทแน่นอน!

ที่มา – Watch ‘Marvel’s Wolverine’ Tear Bubs Into Bloody Smithereens

Grok ถูกฟ้องว่าใช้สื่อลามกเด็กฝึก AI และสร้างภาพอนาจาร

วงการเทคโนโลยีต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Grok แชทบอทของ xAI ภายใต้การดูแลของ Elon Musk กำลังเผชิญกับคดีความร้ายแรงครั้งใหม่ โดยข้อหาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างภาพ Deepfake ที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังมีการระบุว่า Grok ถูกฟ้องว่าใช้สื่อลามกเด็กฝึก AI และสร้างภาพอนาจาร ขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้

Grok ถูกฟ้องว่าใช้สื่อลามกเด็กฝึก AI และสร้างภาพอนาจาร

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Grok ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากมีการเปิดฟีเจอร์ที่สามารถสร้างภาพแนววาบหวิวได้ จนกลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ใช้จำนวนมากผลิตภาพ Deepfake ที่ผิดกฎหมายออกมาบนแพลตฟอร์ม X โดยเหยื่อจำนวนมหาศาลนั้นเป็นเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นทางศีลธรรม แต่ยังนำไปสู่การสอบสวนจากหน่วยงานภาครัฐและคดีความระดับกลุ่มผู้เสียหายมากมาย

ผลกระทบที่น่ากลัวเมื่อ Grok ถูกฟ้องว่าใช้สื่อลามกเด็กฝึก AI และสร้างภาพอนาจาร

คำฟ้องล่าสุดโดยโจทก์นามสมมติ “Jane Doe” ซึ่งเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดในวัยเด็ก ระบุว่าภาพเหตุการณ์การถูกทำร้ายของเธอถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับเทรนโมเดล AI ของ Grok สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดวงจรความรุนแรงที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนี้:

  • AI เรียนรู้จากภาพสื่อลามกเด็ก (CSAM) ที่ถูกอัปโหลดขึ้นระบบ
  • ระบบนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างเป็นภาพจำลองการล่วงละเมิดใหม่ๆ
  • การละเมิดสิทธิของเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านเทคโนโลยี

ทางด้านทนายความของโจทก์กล่าวอย่างชัดเจนว่า xAI ต้องรับผิดชอบต่อความประมาทเลินเล่อนี้ เพราะการครอบครอง การผลิต และการเผยแพร่สื่อลามกเด็กถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเทคโนโลยี AI ในกฎหมายคุ้มครองเด็กระดับชาติ

แม้ว่าก่อนหน้านี้ Elon Musk จะพยายามจำกัดการใช้งานฟีเจอร์นี้ด้วยการติดกำแพงจ่ายเงิน (Paywall) หรือพยายามฟ้องกลับผู้ใช้ที่ละเมิดกฎ แต่การที่โมเดลถูกฝึกด้วยสื่อที่ผิดกฎหมายไปแล้วนั้น ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากจะแก้ไข ข้ออ้างของบริษัทที่ว่าการลบภาพออกจากระบบจะช่วยแก้ปัญหาได้นั้น อาจไม่เพียงพอ เพราะร่องรอยของข้อมูลที่ใช้เทรน AI ไปแล้วยังคงฝังอยู่ในโครงข่ายประสาทเทียมของมัน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายต่อเหยื่อคนอื่นๆ ในอนาคต

บทเรียนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พลังของ AI ที่ไร้การควบคุมและมาตรการป้องกันที่หละหลวมอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมดิจิทัลที่ไม่อาจประเมินค่าความเสียหายได้ ผู้ให้บริการ AI จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบให้มากกว่าการแค่ลบภาพออก แต่ต้องลงลึกไปถึงความโปร่งใสในการคัดกรองข้อมูลที่นำมาพัฒนาโมเดลด้วย

ที่มา – Grok Not Only Generates Child Porn but Was Also Trained On It, New Lawsuit Claims

เจาะลึกเหตุผลที่ Other Mommy เหมือนกับภาพยนตร์ Obsession

เชื่อว่าคอหนังแนวสยองขวัญหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง Other Mommy กันอยู่ใช่ไหมครับ? ยิ่งได้ทราบข่าวว่าผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Rob Savage ที่เคยฝากผลงานสุดหลอนไว้ใน The Boogeyman และ Host ออกมาเปรียบเทียบผลงานเรื่องล่าสุดของเขากับหนังฮิตอย่าง Obsession ยิ่งทำให้แฟนหนังสายสยองขวัญทั่วโลกต้องตั้งตารอชมกันมากขึ้นไปอีก

เจาะลึกเหตุผลที่ Other Mommy เหมือนกับภาพยนตร์ Obsession

การที่ผู้กำกับนำภาพยนตร์มาเปรียบเทียบกับผลงานที่ประสบความสำเร็จถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบ Other Mommy กับหนังสุดฮิตอย่าง Obsession ซึ่งในแง่ของความรู้สึกและบรรยากาศนั้น Savage มองว่ามีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของความเข้มข้นของการแสดงและพลังในการดึงดูดผู้ชมตั้งแต่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้ายครับ

การแสดงระดับเทพที่กลายเป็นหัวใจของหนัง

หากจะพูดถึง Other Mommy เราจะไม่พูดถึงนักแสดงนำอย่าง Jessica Chastain เจ้าของรางวัลออสการ์คงไม่ได้ครับ ในเรื่องนี้เธอต้องมารับบทบาทที่ท้าทายสุดๆ ด้วยการเล่นเป็นทั้งตัวแม่ที่เป็นมนุษย์จริงๆ และตัวตนเหนือธรรมชาติที่พยายามจะเข้ามาแทนที่ครอบครัว ซึ่งนี่คือจุดที่ Savage มองว่าใกล้เคียงกับความสามารถของ Inde Navarrette ในเรื่อง Obsession ที่สามารถถ่ายทอดตัวละครที่มีสองบุคลิกในร่างเดียวได้อย่างดีเยี่ยม

  • บทบาทที่ท้าทายของ Jessica Chastain ในหนังแนวสยองขวัญ
  • ความสำคัญของนักแสดงที่ต้องแบกหนังทั้งเรื่อง
  • งานสร้างที่เน้นความสยองขวัญผ่านการแสดงมากกว่าแค่ซีจี

Rob Savage ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Entertainment Weekly ไว้ว่า สิ่งที่มหัศจรรย์มากในหนังเรื่องนี้คือการที่ Jessica ได้รับพื้นที่ในการปล่อยของอย่างเต็มที่ เธอไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของฉาก แต่การแสดงของเธอคือ “สเปเชียลเอฟเฟกต์” ที่แท้จริงครับ มันทำให้หนังมีความขลังและชวนขนลุกโดยไม่ต้องอาศัยการแต่งหน้าหรือเทคนิคพิเศษจนเกินพอดี

นอกจากนี้ ในยุคที่เราเริ่มเห็นดาราแถวหน้าหันมาให้ความสำคัญกับหนังแนวสยองขวัญมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับคำชมระดับรางวัลออสการ์ ไม่ว่าจะเป็น Michael B. Jordan จาก Sinners หรือ Amy Madigan จาก Weapons ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีที่พิสูจน์ให้เห็นว่าหนังผีหรือหนังระทึกขวัญก็มีคุณค่าทางศิลปะไม่แพ้หนังดราม่าฟอร์มยักษ์เลย

สำหรับใครที่ตั้งตารอชม Other Mommy อดใจรอกันอีกนิดครับ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ แล้วมาร่วมพิสูจน์กันว่าคำเปรียบเทียบที่ผู้กำกับกล่าวไว้นั้นจะทรงพลังและทำให้คุณสั่นประสาทได้สมคำร่ำลือหรือไม่ ส่วนตัวผู้เขียนเองค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งตำนานของปีอย่างแน่นอน!

ที่มา – Director Rob Savage on How ‘Other Mommy’ Is Like ‘Obsession’

ใครไม่อยู่ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME?

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นรายชื่อ 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME ประจำปีนี้กันไปแล้ว ซึ่งก็น่าตื่นเต้นที่ได้เห็นหลายชื่อโลดแล่นอยู่ในวงการ แต่พอไล่ดูรายชื่อดีๆ หลายคนอาจจะตั้งคำถามเหมือนกันว่า ใครไม่อยู่ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME? โดยเฉพาะชื่อของ Jensen Huang แม่ทัพใหญ่แห่ง Nvidia ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนโลก AI ยุคปัจจุบันให้หมุนไปข้างหน้า

ทำไม Jensen Huang ถึงหายไปจาก 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME?

การที่ชื่อของ Huang หายไปถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะหากไม่มี GPU ของ Nvidia โลกของ AI ก็คงไม่ได้เติบโตอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ชิปของพวกเขาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ AI ตั้งแต่แรก แต่ด้วยความบังเอิญและประสิทธิภาพที่เหนือชั้น มันจึงกลายเป็นหัวใจหลักของทั้ง ChatGPT, Claude และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ทั่วโลก จนทำให้ Nvidia กลายเป็นบริษัทที่มูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์

เบื้องหลังตัวเลขมหาศาลและอิทธิพลที่แท้จริง

รายได้ของ Nvidia ในไตรมาสที่สองของปีนี้พุ่งทะลุ 96.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าบริษัทนี้คือ ‘ธนาคารกลางของโลก AI’ อย่างแท้จริง การที่บุคคลระดับนี้ไม่ถูกรวมอยู่ใน ใครไม่อยู่ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME? ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเกณฑ์การคัดเลือกของสื่อกระแสหลักอาจจะให้น้ำหนักกับเรื่องของ Pop Culture มากกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี

  • Nvidia คือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีใครแทนที่ได้ในตอนนี้
  • นโยบายการเมืองระหว่างประเทศอย่างการส่งออกชิปไปยังจีน ยิ่งตอกย้ำว่า Nvidia คือตัวละครหลัก
  • สื่ออย่าง TIME มักจะมองหาภาพลักษณ์ที่เข้าถึงคนหมู่มาก มากกว่าวิศวกรผู้สร้างโลก

ในขณะที่ชื่ออย่าง Ben Affleck หรือ Paris Hilton กลับมีรายชื่อปรากฏอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดสำหรับการขับเคลื่อนสังคม แต่หากเรามองในมุมของ ‘ผู้สร้าง’ (Architects) อย่างแท้จริง การมองข้ามผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง Jensen Huang, Mark Zuckerberg หรือ Demis Hassabis อาจทำให้การจัดอันดับนี้ดูขาดน้ำหนักไปบ้างสำหรับผู้ที่ติดตามเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด

ท้ายที่สุดแล้ว การจัดอันดับเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของผู้จัดทำมากกว่าสถานะความเป็นจริงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เราไม่ควรลืมว่าคนที่ถือจอบและเสียมในการขุดทองยุค AI คือบริษัทผู้ผลิตชิป ไม่ใช่เหล่าเซเลบริตี้ ทั้งนี้ สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า ใครไม่อยู่ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ของ TIME? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาไม่เก่งพอ แต่อยู่ที่ว่า TIME มองหา ‘แสง’ ในมุมที่ต่างออกไปนั่นเองครับ

ที่มา – Guess Who Didn’t Make TIME’s Top 100 People in AI List?