ผู้เขียน: lalika69_admin

บัญชีอีเมล Kash Patel ถูกแฮก กลุ่มอิหร่านรับผิดชอบ

บัญชีอีเมลส่วนตัวของ Kash Patel ผู้อำนวยการ FBI ถูกแฮกโดยกลุ่มแฮกเกอร์ Handala ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ข้อมูลจำนวนมากกว่า 800 เมกะไบต์ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกลุ่มแล้ว รวมถึงรูปภาพและอีเมลส่วนใหญ่จากช่วงทศวรรษ 2010

บัญชีอีเมล Kash Patel ถูกแฮก: รายละเอียดการโจมตี

กลุ่ม Handala ประกาศอย่างยั่วยุว่า “วันนี้โลกได้เห็นการล้มสลายของตำนานความมั่นคงของอเมริกาอีกครั้ง” พวกเขาตอบโต้การที่ FBI ยึดโดเมนเว็บและตั้งรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับหัวหน้าสมาชิกกลุ่ม หลังจาก Handala โจมตีบริษัท Stryker ของสหรัฐฯ จนระบบล่ม

โดเมนใหม่ของ Handala ใช้ .to ซึ่งเป็นท็อปเลเวลโดเมนของตองกา เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พวกเขาพูดถึง Patel ว่าจะ “ถูกเพิ่มชื่อในลิสต์เหยื่อที่ถูกแฮกสำเร็จ” เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยืนยันกับ Reuters ว่าบัญชีอีเมล Kash Patel ถูกแฮกจริงและข้อมูลที่รั่วไหลเป็นของแท้

ข้อมูลที่รั่วไหลจากบัญชีอีเมล Kash Patel ถูกแฮก

กลุ่มอ้างว่าสามารถเจาะระบบ FBI ที่ “แข็งแกร่งสุดยอด” ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ข้อมูลส่วนตัวและลับของ Kash Patel รวมถึงอีเมล การสนทนา เอกสาร และไฟล์ลับถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี พวกเขายังขู่ว่าจะแฮกพนักงานระดับล่างเพิ่มเติม

เว็บไซต์จบด้วยการอุทิศให้ “ martyrs ของเรือพิฆาต Dena” ซึ่งถูกสหรัฐโจมตีใกล้ศรีลังกา สังหาร 84 คน การแฮก Stryker ก่อนหน้านี้อุทิศให้เหยื่อโรงเรียนประถมที่ถูกมิสไซล์ถล่มในสงครามอิหร่าน คร่าชีวิต 175 คน

อีเมลที่รั่วรวมถึงการจองโรงแรม 5 วันในเฮติปี 2012 จดหมายรับเข้าทำงาน DOJ ปี 2013 และการติดต่อเจ้าของอีเมลหาห้องเช่าในวอชิงตัน ดีซี ปี 2014 อีเมลส่วนใหญ่จาก 2010-2019 แต่มีบางฉบับใหม่ เช่น ใบเสร็จตั๋วเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ปี 2022 จากลาสเวกัสไปนิวาร์ก

  • รูป Patel เล่นฮอกกี้กลางแจ้ง สูบบุหรี่ และอุ้มเด็กญาติ
  • อีเมลปี 2012 มีรูปสูบบุหรี่ หัวข้อ “From Bombay with love” คำบรรยาย “Our boy Patel kickin it Bollywood style”
  • อีเมลจาก Jaime A. Raich รองหัวหน้าหน่วยอาชญากรรมใหญ่ DOJ ส่งรูปฮาวานา 10 รูป คัดลอก Coast Guard และ ICE

รูปภาพดูธรรมดาแต่ไม่ชัดเจนว่าจะสื่ออะไร Gizmodo ส่งอีเมลไปยังบัญชีที่ถูกแฮกแต่ยังไม่ได้รับตอบ

วันพุธ Handala ยังขู่ว่าจะแฮกข้อมูลวิศวกร Lockheed Martin ชั้นสูง และให้เดดไลน์ 48 ชั่วโมงให้ออกจากตะวันออกกลาง มิฉะนั้นบ้านจะถูกมิสไซล์ถล่ม บ้านหลายหลังชื่อดังอย่าง Tel Aviv Hilton

เหตุการณ์บัญชีอีเมล Kash Patel ถูกแฮกนี้แสดงให้เห็นช่องโหว่ด้านไซเบอร์ของบุคคลสำคัญในสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่าน นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความมั่นคงดิจิทัลต้องเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวไซเบอร์แฮกเกอร์และความมั่นคงเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – Kash Patel’s Email Account Hacked, Iran-Linked Group Takes Credit

อย่าคิดจะใส่แว่นอัจฉริยะไปศาลในเร็วๆนี้

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแว่นอัจฉริยะคือ ยิ่งมันฮิต ยิ่งถูกต่อต้านหนักขึ้น ตัวอย่างชัดๆ คือ การตัดสินใจของศาลฟิลาเดลเฟียที่ห้ามแว่นอัจฉริยะเข้าไปในศาลแบบเด็ดขาด

ตามรายงานของPhiladelphia Inquirer ศาลเขตแรกของเพนซิลเวเนียประกาศว่า เริ่มสัปดาห์หน้า แว่นอัจฉริยะหรือแว่นที่มีกล้องจะถูกห้ามเข้าศาล ผู้แทนศาลบอกว่า “เพราะแว่นพวกนี้ตรวจจับยากในห้องพิจารณา เลยต้องแบนทั้งตึก”

อย่าคิดจะใส่แว่นอัจฉริยะไปศาลในเร็วๆนี้

สาเหตุหลักมาจากปัญหาข่มขู่พยาน เพราะแว่นอย่างRay-Ban Meta AI glassesมีกล้อง สามารถบันทึกภาพคณะ陪审แล้วเอาไปค้นหานอกศาลได้ แม้ยังไม่มีคดีจริงเกิดขึ้น

การห้ามแว่นอัจฉริยะในศาลนี่สมเหตุสมผลมาก มีหลายวิธีที่มันอาจรบกวนกระบวนการยุติธรรม ล่าสุดเดือนนี้ ชายในศาลลอนดอนถูกจับได้ว่าใส่แว่นอัจฉริยะเพื่อรับคำตอบแบบเรียลไทม์ระหว่างถาม-ตอบ เขาชอบหยุดนานๆ จน法官สงสัย

แต่การห้ามไม่ได้แปลว่าจะหยุดคนได้จริงๆ ศาลฟิลาเดลเฟียยังไม่มีแผนตรวจกระเป๋าหรือสแกนคนเข้า แม้มีก็ต้องสอนเจ้าหน้าที่ให้รู้จักแว่นรุ่นไหนมีกล้องจอหรือ AI บางรุ่นชัดเจนอย่าง Ray-Ban Meta ที่กล้องโผล่ แต่บางตัวอย่างEven Realities’ Even G2มีจอแต่ไม่มีกล้องลำโพง ถ้าปิดกล้องด้วยสติกเกอร์แล้วยังดูจอหรือฟังเสียงได้ล่ะ? ซับซ้อนกว่าที่คิด

อย่าคิดจะใส่แว่นอัจฉริยะไปศาลในเร็วๆนี้เพราะเสี่ยงโดนแบน

การแบนในฟิลาเดลเฟียนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ฮาวายและวิสคอนซินแบนไปแล้ว โคโลราโดกำลังพิจารณา นอกจากศาลยังมีโรงเรียนเรือสำราญที่ห้ามเพราะเรื่องความเป็นส่วนตัว และวุฒิสภาสหรัฐกำลังจับตา ไม่มีทีท่าว่ากฎจะผ่อนคลาย

สรุปคือ อย่าคิดจะใส่แว่นอัจฉริยะไปศาล ไม่ว่าจะเพื่อช่วยตัวเองหรือฟังเพลงระหว่างฟังคดี ทีม Zuckerberg เองก็ไม่ใช่ตัวอย่างดีในการพฤติกรรมในศาล

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาเร็ว ศาลต้องปรับตัวเพื่อรักษาความยุติธรรม คุณคิดว่าศาลไทยควรมีกฎห้ามแว่นอัจฉริยะไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – I Wouldn’t Plan on Wearing Smart Glasses to Court Anytime Soon

เกลน พาวเวลล์ รับบท Fox McCloud ใน Super Mario Galaxy

เพียงวันเดียวหลังจากมีการเปิดเผยแบบเซอร์ไพรส์ว่าภาพยนตร์ Super Mario Galaxy จะนำ Fox McCloud จาก Star Fox มาปรากฏตัวบนจอเงินด้วยเหตุผลที่ยังลึกลับ ล่าสุดเราก็ได้รู้แล้วว่าใครจะรับบทนี้ และมันยิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่าโมเมนต์ “Donald Glover เป็น Yoshi” เสียอีก!

เกลน พาวเวลล์ รับบท Fox McCloud ใน Super Mario Galaxy

เช้านี้ นักแสดงชื่อดัง Glen Powell ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเขาจะเป็นคนมารับบท Fox McCloud ในภาพยนตร์ Super Mario Galaxy Movie ผ่านวิดีโอสุดน่ารักที่เขาแต่งตัวโคสเพลย์เป็น Fox McCloud จริงๆ!

ดูโพสต์นี้บน Instagram

ลองนึกภาพสิ ถ้าความสำเร็จของหนัง Mario สมัย 90s นำไปสู่การดัดแปลง Star Fox—ตรงเวลาพอดีกับ Star Fox 64—แต่เพราะยุคนี้การดัดแปลงเกมยังไม่ค่อยเชื่อใจวัตถุดิบต้นฉบับนัก Fox และเพื่อนๆ จึงกลายเป็นมนุษย์แทนสัตว์มีมนุษยธรรม แต่ยังคงรูปร่างหน้าตาคล้ายตัวละครในเกม ผมทรงนั้น โคสเพลย์ที่ดูแน่นแต่ยังมีกลิ่นอายย้อนยุค มันเข้ากับวิสัยทัศน์แบบนั้นเป๊ะ แต่ปี 2026 มาแล้วนะ และนี่คือ Glen Powell ในบท Fox McCloud บนเวที Mario!

บทบาทของ Fox McCloud ใน Super Mario Galaxy จะใหญ่แค่ไหน?

นี่ทำให้ดูเหมือนว่า เกลน พาวเวลล์ รับบท Fox McCloud ใน Super Mario Galaxy จะไม่ใช่แค่ตัวประกอบหรืออีสเตอร์เอ้กที่กระพริบตาเดียวหาย คุณไม่ให้โปสเตอร์เดี่ยวๆ แก่ตัวละครแบบนั้น แน่นอน และก็คงไม่เลือกดารานำยอดนิยมของฮอลลีวูดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแบบนี้ด้วย หรือว่าภาพยนตร์ Super Mario Galaxy กำลังปูทางสู่ Nintendo Cinematic Universe ที่จะคลายแม็กซ์ใน… การต่อสู้แบบ melee? Brawl? หรืออะไรที่คล้าย Smash Bros. Ultimate?

เกลน พาวเวลล์คือ Fox McCloud สิ่งใดก็เป็นไปได้!

นอกจากนี้ การเลือก Glen Powell ยังเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้หนัง เพราะเขาเป็นดาราที่มาแรงจากภาพยนตร์อย่าง Top Gun: Maverick และ Twisters การผสมผสานระหว่างจักรวาล Mario กับ Star Fox อาจนำเสนอฉากอวกาศสุดอลังการ โดย Fox McCloud มาช่วย Mario ในภารกิจกาแล็กซี่ ผจญภัยข้ามดาวเคราะห์ ต่อสู้ศัตรูอย่าง Bowser ในมิติใหม่

  • Fox McCloud จะมีทีม Arwing มาด้วยหรือไม่?
  • จะมีครอสโอเวอร์กับตัวละคร Nintendo อื่นๆ ไหม?
  • Glen Powell จะพากย์เสียงยังไงให้เข้ากับคาแรคเตอร์?

แฟนๆ Nintendo รอคอยไม่ไหวแล้ว! ถ้าคุณชื่นชอบข่าวเกมและหนัง ลองติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who

คุณคิดยังไงกับ เกลน พาวเวลล์ รับบท Fox McCloud ใน Super Mario Galaxy? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แฟน Nintendo!

ที่มา – What Do You Mean Glen Powell Is Fox McCloud in the ‘Super Mario Galaxy’ Movie

ระดมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำกว่า 7 หมื่นลิตร ดับไฟป่าสันคมฟ้า สกัดฝุ่นพิษ PM2.5 เชียงใหม่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในเชียงใหม่กันนะครับ คือไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ชาวเหนือ โดยเฉพาะภารกิจสุดมันส์แบบในหนังแอคชั่น ระดมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำกว่า 7 หมื่นลิตร ดับไฟป่าสันคมฟ้า สกัดฝุ่นพิษ PM2.5 เชียงใหม่ นี่แหละครับ เหมือนฉากฮีโร่บินมาช่วยโลกเลย!

ระดมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำกว่า 7 หมื่นลิตร ดับไฟป่าสันคมฟ้า สกัดฝุ่นพิษ PM2.5 เชียงใหม่

วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ช่างภาพข่าวจาก THE STANDARD ได้ลงพื้นที่ติดตามปฏิบัติการสุดเข้มข้นที่ป่าภูเขาสันคมฟ้า อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ครับ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ส่วนหน้ามาอำนวยการใหญ่โต จุดความร้อนหรือ Hotspot ในเชียงใหม่พุ่งสูงถึง 388 จุด! ไฟลุกโชนแบบนี้ ถ้าไม่รีบสกัดก็แย่แน่

ปฏิบัติการทางอากาศครั้งนี้ สนธิกำลังจากหน่วยงานต่างๆ มาจัดหนักเลยครับ

  • เฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลำเดียวนี่โหดมาก บินทั้งเช้าและบ่าย รวม 20 เที่ยว ทิ้งน้ำดับไฟไป 60,000 ลิตร!
  • เฮลิคอปเตอร์ AS350 จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสนับสนุนอีก 29 เที่ยว น้ำรวม 14,500 ลิตร รวมแล้วกว่า 74,500 ลิตรเลยครับ น้ำเทลงมาหนักแน่น สกัดไฟไม่ให้ลุกลาม

กริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เล่าว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่ยังวิกฤตหนัก ต้นตอหลักจากไฟป่ารุนแรงในอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และอุทยานแห่งชาติออบขาน แม้จะวางแนวกันไฟยาวกว่า 20 กิโลเมตรแล้ว แต่ภูเขาสันคมฟ้าลาดชันสุดๆ กำลังพลเดินเข้าไม่ได้ ต้องพึ่งอากาศยานเท่านั้น ลมยังพัดควันเข้าตัวเมืองต่อเนื่อง สุขภาพประชาชนเสี่ยงสูง

เทคโนโลยีและกลยุทธ์ดับไฟป่าทางอากาศ: มันส์เหมือนในหนัง!

พูดถึงเทคโนโลยีเฮลิคอปเตอร์พวกนี้ เหมือนในหนังเทคโนโลยีล้ำสมัยเลยครับ KA-32 เป็นรุ่นรัสเซียที่บรรทุกน้ำได้เยอะ ทนทาน เหมาะกับภารกิจหนัก ส่วน AS350 ว่องไว ควบคุมง่าย เหมาะบินในพื้นที่แคบๆ ผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามข่าวสิ่งแวดล้อมมานาน บอกเลยว่าการใช้โดรนและเซ็นเซอร์ตรวจ Hotspot ในปัจจุบัน ช่วยให้ปฏิบัติการแม่นยำขึ้นมาก ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่ต้องลุ้นเอา

จังหวัดเชียงใหม่กำลังประสานขอเฮลิคอปเตอร์เพิ่ม เพื่อสกัดแนวไฟและลด PM2.5 ให้เร็วที่สุด ฝุ่นตัวนี้เข้าปอดง่าย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ใครอยู่เชียงใหม่ตอนนี้ ใส่หน้ากาก N95 ไว้นะครับ!

แนวโน้มและบทเรียนจากไฟป่าเชียงใหม่

จากประสบการณ์ติดตามเหตุการณ์แบบนี้หลายปี ไฟป่ามักเกิดจากมนุษย์ 70% เช่นเผาเพื่อทำไร่ แนวโน้มปีนี้รุนแรงเพราะอากาศแห้งผิดปกติจาก climate change เราต้องลงทุนเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น AI วิเคราะห์เสี่ยงไฟป่า หรือเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในอนาคต จะช่วยลดคาร์บอนเพิ่มด้วย

สุดท้าย ผมคิดว่าภารกิจ ระดมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำกว่า 7 หมื่นลิตร ดับไฟป่าสันคมฟ้า สกัดฝุ่นพิษ PM2.5 เชียงใหม่ ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานเป็นทีม ลองคิดดูสิ ถ้าเรามีงบประมาณและเทคโนโลยีมากกว่านี้ เชียงใหม่คงกลับมาสวยงามได้เร็วขึ้น สนับสนุนเจ้าหน้าที่กันเถอะครับ! อย่าลืมติดตามข่าวอัพเดท และช่วยกันลดเผาในป่า หยุด PM2.5 ได้จริงๆ

ที่มา – ระดมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำกว่า 7 หมื่นลิตร ดับไฟป่าสันคมฟ้า สกัดฝุ่นพิษ PM2.5 เชียงใหม่

ออสการ์ย้ายออกจากฮอลลีวูดไป YouTube

สนุกกับออสการ์แบบเก่าๆไปก่อนนะ เพราะอีก 3 ปีข้างหน้า ทุกอย่างเกี่ยวกับออสการ์จะเปลี่ยนไปหมดเลย

ออสการ์ย้ายออกจากฮอลลีวูด: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2029

สัปดาห์นี้มีข่าวออสการ์ย้ายออกจากฮอลลีวูด จากโรงละคร Dolby บน Hollywood Blvd. ไปยัง Peacock Theater (ชื่อปัจจุบัน) ในย่าน downtown แอลเอ การย้ายครั้งนี้ตรงกับข่าวปีที่แล้วที่ออสการ์จะถ่ายทอดผ่าน YouTubeแทน ABC ในปีเดียวกัน

การถ่ายทอดไป YouTube เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การย้ายสถานที่จริงๆ จากใจกลางฮอลลีวูด ที่อยู่ห่างจาก TCL Chinese Theater และ Hollywood Walk of Fame แค่ไม่กี่ก้าว ไปยัง LA Live ซึ่งเป็นย่านการค้าที่มี Crypto.com Arena บ้านของ Lakers, Kings และ Sparks นั้นเป็นอีกเรื่อง ระยะทางแค่ 8 ไมล์ แต่ในแอลเอ มันเหมือนไกลเป็นล้านไมล์เลย

ทำไมออสการ์ย้ายออกจากฮอลลีวูดถึงน่าเศร้า?

ผมเป็นคนแอลเอ การที่ออสการ์จัดที่ Dolby มันสมเหตุสมผลมาก แม้จะอยู่ที่นั่นแค่ตั้งแต่ปี 2002 แต่ทั้งย่านถูกสร้างรอบๆ มันเลย พิลลาร์ตามทางเดินมีที่สำหรับ刻ชื่อผู้ชนะออสการ์ไปอีกหลายสิบปี นักท่องเที่ยวถ่ายรูปที่พรมแดง ได้ imprint มือกับดาวบนทางเดิน สั้นๆ คือ ออสการ์คือ Times Square ของแอลเอ สถานที่ฮอลลีวูดที่สุดในฮอลลีวูด

ส่วน LA Live ใน downtown มันไม่มีบรรยากาศแบบนั้น บางทีมีงานใหญ่ที่ Crypto.com Arena อาจคึกคัก แต่ปกติมันแค่ร้านอาหาร chain กับโรงหนัง ไม่มีอะไรทำมากนักนอกจากอีเวนต์ใหญ่

ข่าวยังบอกว่า Peacock จะอัพเกรดเทคนิคใหญ่เพื่อรองรับงาน และที่นี่มีที่นั่งมากกว่า Dolby (Dolby 3,400 ที่นั่ง, Peacock 7,100 ที่นั่ง) ทำให้พลังงานและการเข้าถึงดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องแย่ทั้งหมด แต่เป็นการพลิกผันที่ช็อก ชื่อ tradition

อย่างไรก็ตาม การย้ายออสการ์ไป YouTube และสถานที่ใหม่ ทำให้ออสการ์ 2027-2028 น่าตื่นเต้นขึ้น เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฮอลลีวูด ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นที่นี่มานับไม่ถ้วน แต่ปี 2029 มันคือออสการ์ใหม่ทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ venue แต่สะท้อนยุคสมัยใหม่ YouTube จะทำให้เข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับ streaming มากกว่า TV 传统 นอกจากนี้ LA Live ใกล้สนามกีฬา อาจดึงดูดแฟนกีฬามาร่วมด้วย เพิ่มความหลากหลายให้งาน

แต่หลายคนกังวลว่าฮอลลีวูดจะสูญเสียเสน่ห์ ถ้าออสการ์ไม่อยู่ที่นี่ มันเหมือนหัวใจของวงการภาพยนตร์หายไป อย่างไรก็ดี Academy คงคิดแล้วว่าการขยายสเกลสำคัญกว่า tradition

  • ข้อดีของการย้าย: ที่นั่งเพิ่ม, ถ่ายทอด YouTube ฟรีทั่วโลก, อัพเกรดเทคนิค
  • ข้อเสีย: สูญเสีย glamour ของฮอลลีวูด, ย่านใหม่ไม่คึกคักเท่า
  • ผลกระทบ: ออสการ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

คุณคิดยังไงกับออสการ์ย้ายออกจากฮอลลีวูด? มันจะทำให้งานเจ๋งขึ้นหรือเสียเสน่ห์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวออสการ์ 2029!

อยากรู้ข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตารางMarvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who

ที่มา – Now the Oscars Aren’t Just Moving to YouTube, They’re Moving Out of Hollywood

เสียงจากกลุ่มคนรากหญ้า ในวันที่ ‘น้ำมัน’ ขาดแคลน-แพงเกินทุน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาฟัง เสียงจากกลุ่มคนรากหญ้า ในวันที่ ‘น้ำมัน’ ขาดแคลน-แพงเกินทุน กันแบบใกล้ชิด เหมือนนั่งคุยกันใต้ต้นมะม่วงในนาเลยล่ะ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังรุมเร้าทั่วประเทศ ทีมข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่พิษณุโลกช่วง 22-26 มีนาคม 2569 พบว่าสถานีน้ำมันทั้งเล็กทั้งใหญ่แทบจะกลายเป็นสนามรบคิวน้ำมันไปแล้ว จากนโยบายตรึงราคาที่ดีในตอนแรก แต่ดันทำให้รถบรรทุกส่งน้ำมันไม่ทัน ความต้องการพุ่งกระฉูด สถานีต้องจำกัดปริมาณเติมต่อคันแบบเข้มๆ

เสียงจากกลุ่มคนรากหญ้า ในวันที่ ‘น้ำมัน’ ขาดแคลน-แพงเกินทุน

สำหรับคนใช้รถส่วนตัวอาจแค่หงุดหงิดรอคิว แต่กับชาวนาเนี่ย มันวิกฤตจริงๆ นะครับ เครื่องจักรกลเกษตรอย่างรถไถ สูบน้ำ รถเกี่ยวข้าว ต้องใช้น้ำมันเพียบ โดยเฉพาะช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังที่ข้าวสุกงอมเป๊ะ ลุงไหว ชาวนาคนหนึ่งในพื้นที่ บอกกับทีมข่าวว่าฤดูกาลไม่รอใคร ถ้าขอให้อดทนรอ ฝนตกทีเดียวข้าวทั้งนาเน่าเลย จากราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่แล้ว ถ้าขาดทุนอีกกี่ปีจะรอด?

ลองคิดดูสิครับ การหันไปเกี่ยวด้วยเคียวแบบสมัยปู่ย่าก็ทำไม่ได้ นานาใหญ่ๆ ในยุคนี้ต้องใช้เครื่องจักร ลุงไหวย้ำชัด ‘ต่อให้ราคาแพงแต่มีขายให้ชาวนาก็ยังดีกว่าขาดสนิท’ และฝากถึงนักการเมือง ข้ามเส้นแบ่งพรรค มาช่วยแก้ปัญหาจริงจัง อย่ามัวแย้งกัน ประชาชนกำลังเดือดร้อน!

ผลกระทบที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด

เกษตรกรรายอื่นๆ ก็สะท้อนคล้ายกัน ภาครัฐบอกให้ลดต้นทุน ปรับวิธีทำนา ฟังดูง่ายแต่ทำจริงยากมาก โดยเฉพาะคนรากหญ้าที่ทุนน้อย ที่น่าปวดใจคือ มีคนตั้งข้อสงสัยว่าชาวนากักตุนน้ำมัน? แต่เขาตอบโต้กลับมาว่า บางครอบครัวต้องพาลูกหลานมานอนเฝ้าคิวที่ปั๊มเพื่อเอาน้ำมันไปทำนา ทุนที่ไหนกักตุน ในเมื่อเงินวันต่อวันยังไม่พอ!

  • สถานีน้ำมันขาดแคลนเพราะรถบรรทุกส่งไม่ทัน
  • ชาวนาต้องรอคิวยาวเหยียด กระทบฤดูเก็บเกี่ยว
  • ความเสี่ยงจากฝนตกทำข้าวเสียหายทั้งปี
  • นโยบายตรึงราคาดีแต่ผลข้างเคียงหนัก

วิกฤตนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ปั๊ม แต่กระทบปากท้องคนรากหญ้า ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังชาติ จากมุมมอง expert อย่างผมที่ติดตามเรื่องพลังงานมานาน เห็นว่าปัญหานี้สะท้อนจุดอ่อนระบบพึ่งพาน้ำมันฟอสซิลสูง โดยเฉพาะเกษตรไทยที่ยังไม่ปรับตัวสู่เทคโนโลยีทันสมัย

ทางออกในยุคเทคโนโลยีและบันเทิง?

เพื่อนๆ ที่ชอบเทคโนโลยีและบันเทิงอาจสงสัยเกี่ยวอะไร? แต่เชื่อไหมครับ เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหาที่ tech สามารถช่วยได้ เช่น โดรนเกี่ยวข้าวอัตโนมัติ หรือรถไถไฟฟ้าที่ชาร์จจากโซลาร์ ลองนึกภาพชาวนาใช้ EV tractor แทนน้ำมัน แถมยัง eco-friendly ตามเทรนด์โลก แอพพยากรณ์อากาศ AI ช่วยวางแผนเก็บเกี่ยวไม่ให้พลาดจังหวะ ผมเคยเห็นฟาร์มในญี่ปุ่นใช้ระบบนี้ ลดต้นทุนน้ำมันไป 40% เลย!

ส่วน entertainment side ชาวนาเหล่านี้คือฮีโร่ตัวจริง เหมือนตัวเอกในละครที่ต้องสู้ชีวิต ถ้าเราเอาเทคโนโลยีมาช่วย ก็น่าจะมี story สร้างแรงบันดาลใจได้เยอะ

สรุปนะครับ เสียงจากกลุ่มคนรากหญ้า ในวันที่ ‘น้ำมัน’ ขาดแคลน-แพงเกินทุน กำลังร้องขอความช่วยเหลือจริงจัง ในฐานะคนเมืองอย่างเรา ลองช่วยแชร์ประสบการณ์ หรือเสนอไอเดีย tech ช่วยเกษตรในคอมเมนต์ด้านล่างสิครับ จะเป็นเทรนด์ใหญ่ที่รัฐต้องฟัง! อนาคตเกษตรไทยต้อง green และ smart ครับ

ที่มา – เสียงจากกลุ่มคนรากหญ้า ในวันที่ ‘น้ำมัน’ ขาดแคลน-แพงเกินทุน

หัว C-3PO จาก Empire Strikes Back ขายได้ล้านเหรียญ

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของ Star Wars และกำลังมองหาของสะสมที่หายาก สวยงาม พร้อมโชว์ได้ทันที หัว C-3PO จาก Empire Strikes Back ชิ้นนี้คือของในฝัน! แต่โอกาสพลาดไปแล้วนะ เพราะมันเพิ่งถูกประมูลขายได้ราคาสูงถึง 1 ล้านเหรียญ ที่การประมูลของ Propstore ล่าสุด

หัว C-3PO จาก Empire Strikes Back ขายได้ล้านเหรียญเกินคาด

หัว C-3PO จาก Empire Strikes Back ที่ใช้ถ่ายทำในปี 1980 มีระบบไฟส่องสว่างสุดคูล ถูกประมูลขายได้ราคา $1,058,400 ซึ่งสูงกว่าที่ Propstore คาดไว้ ($350,000-$700,000) มาก! ตามแถลงข่าวของ Propstore บอกว่าชิ้นนี้คือ “ตัวอย่างเดียวที่รู้จักของหัวธรีปีโอจากหนังเรื่องที่สองที่ปรากฏในตลาดนักสะสม” ทำให้มันกลายเป็นไอเท็มสุดหายากทันที

ถึงราคาจะยังไม่ถึง 4 ล้านเหรียญแบบไลท์เซเบอร์ของดาร์ธ เวเดอร์ที่ขายปีที่แล้ว แต่ก็เข้าข่าย props หนังที่ขายเกิน 7 หลักแล้วนะ แฟน Star Wars คงรู้ดีว่าของแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ

ของสะสมอื่นๆ จากการประมูลครั้งนี้

ในงานประมูลเดียวกัน ยังมี props สุดเด็ดจากหนังดังอื่นๆ ด้วย เช่น จาก Jaws ที่ผลิตยากลำบาก:

  • ปืนฉมวกของ Quint พร้อมกล่องและลูกดอกปลอม VFX ขายได้ $327,600
  • คันเบ็ดและรีลของ Quint ขายได้ $239,600

props เหล่านี้รอดชีวิตจากกองถ่ายที่โกลาหลของ Jaws มาได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ราคาแบบนี้ต้องบอกว่า “คุณจะต้องมีกระเป๋าเงินที่ใหญ่กว่านี้” จริงๆ!

หัว C-3PO จาก Empire Strikes Back ชิ้นนี้ไม่ใช่แค่หัวหุ่นยนต์ธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Star Wars ที่แอนโธนี แดเนียลส์ (ผู้สวมบท C-3PO) ใช้จริงในกองถ่าย มันมีไฟ LED ส่องตาและใบหน้าที่สมจริงสุดๆ เหมาะสำหรับโชว์ในตู้กระจกหรือคอลเลกชันส่วนตัว

ทำไมถึงแพงขนาดนี้? เพราะ Star Wars คือแฟรนไชส์ที่สร้างวัฒนธรรมป๊อปทั่วโลก Empire Strikes Back ถือเป็นหนังที่ดีที่สุดในซีรีส์ด้วย剧情เข้มข้น การต่อสู้บน Hoth และการเปิดเผยตัวตนของเวเดอร์ นักสะสมยอมจ่ายแพงเพื่อครอบครองชิ้นส่วนจากยุคคลาสสิกแบบนี้

นอกจากนี้ การประมูลของ Propstore ยังมีไอเท็มจากหนัง sci-fi อีกเพียบ ถ้าคุณพลาดชิ้นนี้ ก็ยังมีโอกาสลองดูของอื่นๆ ในอนาคต แต่เตรียมงบไว้ให้ดี!

สำหรับแฟน Star Wars ตัวจริง การได้ครอบครองหัว C-3PO จาก Empire Strikes Back คงเท่ากับถือดาวแห่งความหวังไว้ในมือ ถ้าคุณมีงบล้านเหรียญ ลองเช็ค เว็บ Propstore ดูสิ ใครจะรู้ว่าชิ้นต่อไปจะเป็นอะไร

อยากอัปเดตข่าว Star Wars, Marvel, DC หรือ Doctor Who มากกว่านี้? ติดตามเราเพื่อไม่พลาดรีลีสใหม่ๆ และเรื่องราวของสะสมสุดล้ำ!

คุณคิดว่าของสะสม Star Wars ชิ้นไหนจะขายแพงที่สุดในอนาคต? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – C-3PO’s Head From ‘Empire Strikes Back’ Sold for a Cool Million

วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสายการบินหนัก! ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ จ่อขยับราคาตั๋ว 15-20% เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สมาคมสายการบินฯ วอนคลังลดภาษีน้ำมันชั่วคราว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเดินทาง! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังร้อนฉ่าในวงการการบินกันดีกว่า นั่นคือ วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสายการบินหนัก! ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ จ่อขยับราคาตั๋ว 15-20% เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สมาคมสายการบินฯ วอนคลังลดภาษีน้ำมันชั่วคราว ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนต้องคิดหนักก่อนจองตั๋วเครื่องบิน แม้เราจะชอบเที่ยวสนุกๆ แต่ราคาน้ำมันพุ่งแบบนี้ สายการบินก็ต้องปรับตัวหนักเลยนะครับ

วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสายการบินหนัก! ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ จ่อขยับราคาตั๋ว 15-20% เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สมาคมสายการบินฯ วอนคลังลดภาษีน้ำมันชั่วคราว

คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบางกอกแอร์เวย์ส (BA) และนายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย (AAT) บอกมาว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันอากาศยานพุ่งทะลุ 160 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ BA จะทำ hedging ไว้ 30% ที่ราคา 80-90 ดอลลาร์ แต่ก็ยังต้องปรับราคาตั๋วขึ้น 15-20% เริ่ม 1 เมษายน 2569 โดยเฉพาะเส้นทางสมุยและเส้นทางหลักอื่นๆ จะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ให้ผู้โดยสารเดือดร้อนมากเกินไป

ส่วนยอดจองช่วงสงกรานต์ยังปกติ ไม่ได้รับผลกระทบหนักจากผู้โดยสารยุโรปที่เลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง แต่ราคาตั๋วโดยรวมอาจแพงขึ้นเพราะต้องเปลี่ยนเส้นทางครับ ในมุมผมที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้มานาน เห็นว่าการ hedging เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ตลาดผันผวนขนาดนี้ ต้องมีแผนสำรองเยอะเลย

สมาคมสายการบินขอรัฐช่วย ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว

AAT ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ขอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินจาก 5 บาทต่อลิตร กลับไป 20 สตางค์ต่อลิตร เหมือนช่วงโควิด เพื่อช่วยประคองต้นทุนไม่ให้สายการบินล้มระนาว ถ้าทำได้ จะไม่ต้องผลักภาระไปหาผู้โดยสารมากนัก ลีฬภัทร ลีฬหวณิช รอง MD ฝ่ายการเงิน BA เสริมว่าราคาน้ำมันพุ่ง 2 เท่าในเดือนเดียว คิดเป็น 17% ของต้นทุนทั้งหมด กำลังลดค่าใช้จ่ายภายในและทำ scenario planning กันวุ่นเลย

แผนธุรกิจปี 2569 ของบางกอกแอร์เวย์ส

แม้เจอน้ำมันแพง แต่ BA ยังมุ่งมั่นภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ผู้นำการบินอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน’ เป้าหมายปี 2569 คือ:

  • ผู้โดยสาร 4.3 ล้านคน (ใกล้เคียงปีก่อน 4.2 ล้าน)
  • เที่ยวบิน 48,000 เที่ยว
  • Load Factor 80%
  • ASK 3,300 ล้านที่นั่ง-กม.
  • ราคาตั๋วเฉลี่ย 4,000 บาท
  • ฝูงบิน 23 ลำ + เพิ่มแอร์บัส 2 ลำปลายปี

ยังมีแผนขยายสนามบินสมุยรองรับ 6 ล้านคน/ปี เพิ่มเกตเป็น 11, เคาน์เตอร์ 40 จบปี 2573 และสนามบินตราดรองรับ A319 ปีหน้า รักษาความเป็นธรรมชาติไว้ สุดยอดเลยครับ!

Scoot ขึ้นราคาทุกเส้นทางแล้ว แต่ยังไม่พอ

ทาง Scoot สายการบินโลว์คอสต์จากสิงคโปร์ ก็ขึ้นตั๋วทุกเส้นทางหลัง jet fuel พุ่ง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (30% ของต้นทุน) Hedging ไว้ 40% แต่ยังไม่ชดเชยหมด ยกเลิกเส้นทางตะวันออกกลางชั่วคราว แต่เส้นทางเอเชียปกติ ยอดจองสงกรานต์ยังดี เส้นทางไทยโต 10-15% 11 เดือนที่ผ่านมา Lee Yong Sin VP Pricing บอกว่าราคาน่าจะลงหลังจากนี้ แต่ต้อง monitor ใกล้ชิด

จากประสบการณ์ผม สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดปี 2022 ตอนนี้สายการบินไทยแข็งแกร่งขึ้นจากโควิด แต่ วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสายการบินหนัก! ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ จ่อขยับราคาตั๋ว 15-20% เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สมาคมสายการบินฯ วอนคลังลดภาษีน้ำมันชั่วคราว เป็นสัญญาณเตือน ผมแนะนำให้รีบจองตั๋วล่วงหน้าตอนนี้เลยครับ ก่อนราคาขึ้นจริง และติดตามข่าวรัฐช่วยภาษี ถ้าลดได้ ผู้โดยสารอย่างเราจะได้ประโยชน์เต็มๆ แน่นอน! คุณคิดยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์นะ

ที่มา – วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสายการบินหนัก! ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ จ่อขยับราคาตั๋ว 15-20% เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สมาคมสายการบินฯ วอนคลังลดภาษีน้ำมันชั่วคราว

ttb เผยยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตโต 15% เหนือตลาด แม้เศรษฐกิจซึม คนไทยยังกินข้าวนอกบ้านฉ่ำ แต่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคเศรษฐกิจที่หลายคนรู้สึกว่าซึมๆ แต่เชื่อไหมว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของคนไทยยังโตไม่หยุด โดยเฉพาะ ttb ที่เพิ่ง ttb เผยยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตโต 15% เหนือตลาด แม้เศรษฐกิจซึม คนไทยยังกินข้าวนอกบ้านฉ่ำ แต่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น นี่คือข่าวดีที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของเราชาวไทยที่ยังสนุกกับการกิน เที่ยว ช้อป แม้จะต้องฉลาดเรื่องเงินมากขึ้น วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกข้อมูลนี้แบบเป็นกันเอง พร้อม insight จากประสบการณ์ติดตามวงการการเงินและเทคโนโลยีมาหลายปี

ttb เผยยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตโต 15% เหนือตลาด แม้เศรษฐกิจซึม คนไทยยังกินข้าวนอกบ้านฉ่ำ แต่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น

อรพิม ขาวสอาด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า Retail Customer Segment and Marketing ของ ttb เล่าว่า แม้จะมี Oil shock จากสงครามอิหร่าน แต่ตั้งแต่โควิดมา การใช้จ่ายของกลุ่ม Wealth หรือคนรวยยังแรงไม่หยุด พวกเขายังมีกำลังซื้อเต็มเปี่ยม ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ต่างจากกลุ่ม Mass ที่ต้องระวังตัวมากขึ้น แต่ภาพรวมยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต ttb ในปี 2568 โตกว่า 15% สูงกว่าตลาดที่โตแค่ 1% แบบเทียบไม่ติด! โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568 โตถึง 21% เมื่อเทียบปีก่อน

เจาะกลุ่มลูกค้า: Wealth โต 35%, Mass Affluent 28%, Middle Income 5% ทุกเซกเมนต์ยังโต แม้เศรษฐกิจไม่ดี หมวดใช้จ่ายชีวิตประจำวันโต 13% โดยเฉพาะร้านอาหารที่คนไทยยังกินนอกบ้านฉ่ำใจ แต่ฉลาดเลือกที่คุ้มค่า ลดร้านหรู หันมากินร้านราคาดี หมวดท่องเที่ยวโต 15%, ประกัน สุขภาพ ความงามโตแรงสุด 20% เพราะกลุ่มบนหันมาป้องกันความเสี่ยง สินค้าแบรนด์เนมกลับลดลงชัดเจน ปัจจุบัน ttb มีบัตร 1.6 ล้านใบ สัดส่วน Middle Income 80%, Mass Affluent 16%, Wealth 4%

กลยุทธ์ ttb ปี 2569: รุกหนัก มุ่ง Top 4 ตลาดบัตรเครดิต

วีระยุทธ ศัลยประดิษฐี เจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์ฯ ttb เผยแผนปี 2569 เน้น 4 กลยุทธ์หลัก: 1) ขยายฐานผ่านพันธมิตร เช่น King’s College International School Bangkok มอบสิทธิพิเศษชำระค่าเทอมด้วย btb reserve 2) ทำการตลาดเชิงรุกด้วยข้อมูลเชิงลึกและ AI Tool (นี่แหละเทคโนโลยีที่ผมชอบ ช่วย personalize โปรโมชันได้ตรงใจสุดๆ) 3) เป็นที่หนึ่ง เป็นเจ้าแรก นำเทรนด์ 4) ร่วมพาร์ตเนอร์ชั้นนำใน ttb Ecosystem สร้างประสบการณ์คุ้มค่า

ไตรมาส 2/2569 เปิดโปร Smart Value Usage Program ครอบคลุมช้อป กิน เที่ยว เดินทาง เป้าปีนี้เปิดบัตรใหม่ 300,000 ใบ (80% Middle Income) ยอดใช้จ่าย 183,000 ล้านบาท โต 10% มุ่ง Top 4 ภายใน 3 ปี สำหรับ Middle Income ttb ระวังไม่กระตุ้นใช้เกินตัว เน้นโปรชีวิตประจำวันที่จำเป็น

Insight จากผม: เทรนด์การเงินในยุค Tech + Lifestyle

จากที่ผมสังเกต ในฐานะคนที่ชอบติดตาม entertainment อย่างซีรีส์กินร้านดัง หรือ tech gadget ใหม่ๆ พบว่าคนไทยยุคนี้ฉลาดขึ้นมาก ใช้บัตรเครดิตไม่ใช่แค่ผ่อน แต่เป็นเครื่องมือสะสมแต้ม แลกคุ้มค่า โดยเฉพาะ ttb ที่ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรม ลูกค้าได้โปรส่วนตัว เหมือนมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว! เศรษฐกิจซึมแต่การกินนอกยังโต แสดงว่า foodie culture ยังแรง แนะนำลองเช็คโปร ttb ก่อนกินร้านโปรด รับรองประหยัด

ถ้าคุณกำลังมองหาบัตรเครดิตที่คุ้ม ลองสมัคร ttb ดูสิครับ เริ่มจากเช็คสิทธิพิเศษออนไลน์ง่ายๆ รับรองชีวิตช้อปกินเที่ยวสนุกขึ้นแบบไม่เดือดร้อนกระเป๋า!

ที่มา – ttb เผยยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตโต 15% เหนือตลาด แม้เศรษฐกิจซึม คนไทยยังกินข้าวนอกบ้านฉ่ำ แต่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น