Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่
Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่ ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ซึ่งไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่แค่ในระบบของ Apple เท่านั้น การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมอุปกรณ์จาก LG และ Schneider รวมถึง HomePod mini 2 และหน้าจออัจฉริยะ HomeView โดยจุดเด่นสำคัญคืออุปกรณ์ส่วนใหญ่รองรับมาตรฐาน Matter
มาตรฐาน Matter ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะจากผู้ผลิตต่างแบรนด์สามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าผู้ใช้จะเลือกใช้ Apple Home, Google Home, Amazon Alexa หรือแพลตฟอร์มอื่นที่รองรับมาตรฐานเดียวกัน แนวคิดนี้ช่วยลดปัญหาที่ผู้บริโภคต้องซื้ออุปกรณ์ให้ตรงกับระบบเดิมเพียงอย่างเดียว และทำให้การสร้างบ้านอัจฉริยะมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม
Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่
อุปกรณ์ชุดใหม่ของ Apple มีทั้งกลอนประตูอัจฉริยะจาก LG เทอร์โมสแตตจาก LG และ Schneider รวมถึงเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ อุปกรณ์เหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบที่รองรับ Matter ได้ จึงมีโอกาสช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมบ้านผ่านแพลตฟอร์มที่ตนเองถนัด โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้าน
Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่ และ Matter
Apple เป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญที่มีส่วนร่วมกับโครงการ Matter และเทคโนโลยีบางส่วนของ Matter ก็มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของ HomeKit การสนับสนุนมาตรฐานดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบริษัท แต่การนำมาใช้กับอุปกรณ์ที่เปิดตัวจริงถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อผู้บริโภค เพราะ Apple กำลังแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์บ้านอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องถูกปิดกั้นอยู่ในระบบเดียวเสมอไป
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ รายละเอียดจาก LG ระบุว่าการใช้งานอุปกรณ์ชุดใหม่นี้อาจจำเป็นต้องมี Apple Home hub ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า ผู้ใช้จะสามารถเพิ่มอุปกรณ์เข้าสู่ Google Home หรือ Amazon Alexa ได้โดยตรงหรือไม่ หากยังต้องจับคู่ผ่านฮับของ Apple ก่อน การรองรับ Matter ก็อาจไม่ได้เปิดกว้างอย่างที่หลายคนคาดหวัง
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะหัวใจของ Matter คือการลดกำแพงระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ใช้ควรสามารถซื้ออุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง แล้วนำไปใช้งานกับระบบที่ต้องการได้อย่างสะดวก หากมีเงื่อนไขให้ต้องพึ่งฮับของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง การติดตั้งและการย้ายระบบก็อาจยังมีความยุ่งยากอยู่
คู่แข่งของ Apple รองรับ Matter มากน้อยแค่ไหน
Google, Samsung และ Amazon ต่างมีส่วนร่วมในความพยายามผลักดัน Matter เช่นเดียวกับ Apple แต่รูปแบบการสนับสนุนของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน Google มีอุปกรณ์ Nest thermostat ที่รองรับ Matter อยู่บ้าง ขณะที่อุปกรณ์จาก Amazon รวมถึงผลิตภัณฑ์ของ Ring และ Blink ส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่ภายในระบบซอฟต์แวร์ของ Amazon เป็นหลัก
ด้าน Samsung มีเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่สามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มภายนอกได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะรองรับ Matter โดยตรง อย่างไรก็ตาม ทั้งสามบริษัทมีฮับที่รองรับ Matter ซึ่งสามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่นได้ จุดนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดบ้านอัจฉริยะกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบปิดไปสู่ระบบที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น
- Apple: มีส่วนร่วมกับ Matter และกำลังนำมาตรฐานมาใช้กับอุปกรณ์ใหม่หลายประเภท
- Google: มีอุปกรณ์ Nest บางรุ่นที่รองรับ Matter และมีฮับสำหรับควบคุมอุปกรณ์ภายนอก
- Amazon: มีฮับที่รองรับ Matter แต่ผลิตภัณฑ์ในเครือบางส่วนยังเน้นการทำงานภายในระบบของตัวเอง
- Samsung: มีอุปกรณ์และฮับสำหรับบ้านอัจฉริยะ แต่การรองรับ Matter แตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์
สิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบก่อนเลือกอุปกรณ์
แม้ Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่ แต่ผู้ใช้ไม่ควรดูเพียงคำว่า Matter บนกล่องสินค้า ควรตรวจสอบรายละเอียดการติดตั้ง การใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มที่ต้องการ และความจำเป็นในการมีฮับเพิ่มเติม หากต้องซื้อ Apple Home hub แยก อุปกรณ์ที่ดูเหมือนรองรับหลายระบบก็อาจมีค่าใช้จ่ายรวมสูงขึ้น
นอกจากนี้ ควรพิจารณาว่าอุปกรณ์แต่ละประเภทมีฟังก์ชันครบถ้วนเมื่อใช้งานข้ามแพลตฟอร์มหรือไม่ กลอนประตูอัจฉริยะอาจใช้ปลดล็อกได้ แต่ฟีเจอร์แจ้งเตือนหรือระบบอัตโนมัติบางอย่างอาจยังจำเป็นต้องใช้แอปของผู้ผลิต เช่นเดียวกับเทอร์โมสแตตและเซ็นเซอร์อุณหภูมิที่อาจมีการตั้งค่าขั้นสูงเฉพาะใน Apple Home
กล้องของ LG ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะอุปกรณ์กล้องยังไม่รองรับ Matter ในเวอร์ชันที่ใช้งานกับกล้องได้ในปัจจุบัน นั่นหมายความว่า ผู้ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านอาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้เป็นพิเศษ และอาจต้องใช้งานผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มเฉพาะของผู้ผลิตไปก่อน
Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่ ดีต่อผู้บริโภคอย่างไร
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ ผู้บริโภคมีอิสระในการเลือกมากขึ้น หากอุปกรณ์รองรับ Matter อย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นด้วย Apple Home แล้วเปลี่ยนไปใช้ Google Home หรือแพลตฟอร์มอื่นในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอุปกรณ์เดิมทั้งหมด แนวทางนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดความกังวลเมื่อต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่
บริษัทขนาดเล็กอย่าง Aqara และ Anker ก็แสดงให้เห็นว่าการรองรับ Matter สามารถทำได้จริง อุปกรณ์อย่างกลอนประตูอัจฉริยะ Aqara Smart Lock U400 และเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์ Eufy บางรุ่นสามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นได้อย่างยืดหยุ่น ประเด็นนี้ทำให้ Apple ต้องเดินหน้าเรื่องความเข้ากันได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้บริษัทขนาดเล็กกลายเป็นผู้นำด้านความเปิดกว้างแทน
ในมุมของผู้ใช้งาน การแข่งขันด้านมาตรฐานเปิดถือเป็นเรื่องดี เพราะแต่ละบริษัทจะต้องพัฒนาอุปกรณ์ให้ติดตั้งง่าย ปลอดภัย และใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นได้จริงมากขึ้น หาก Apple สามารถทำให้อุปกรณ์ใหม่เชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้โดยไม่ต้องมีขั้นตอนซับซ้อน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสมาร์ทโฮมโดยรวม
สรุปมุมมองต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมชุดใหม่
Apple เปิดทางด้วยอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะใหม่ และกำลังส่งสัญญาณว่าบริษัทพร้อมเปิดรับมาตรฐาน Matter มากขึ้น การรองรับกลอนประตู เทอร์โมสแตต และเซ็นเซอร์จากผู้ผลิตอื่นถือเป็นพัฒนาการที่ดี แต่เงื่อนไขเรื่อง Apple Home hub รวมถึงข้อจำกัดของกล้อง ยังเป็นรายละเอียดที่ต้องรอคำยืนยันให้ชัดเจน
สำหรับผู้ที่กำลังสร้างบ้านอัจฉริยะ แนะนำให้เลือกอุปกรณ์ที่ระบุการรองรับ Matter อย่างชัดเจน พร้อมตรวจสอบว่าทำงานกับแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ได้โดยตรงหรือไม่ อย่าเพิ่งตัดสินใจจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว เพราะความสะดวกในการติดตั้งและการย้ายระบบในอนาคตมีความสำคัญไม่แพ้ฟีเจอร์ของอุปกรณ์ โดยส่วนตัวแล้ว การที่ Apple เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นถือเป็นทิศทางที่น่าชื่นชม และผู้บริโภคควรสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เคารพความยืดหยุ่นในการเลือกแพลตฟอร์ม
ที่มา – Apple (Mostly) Puts Its Money Where Its Mouth Is With New Smart Home Gear
