Allbirds เปลี่ยนชื่อเป็น Smartbird สู่ยุคใหม่ของ AI

เพื่อนๆ จำช่วงที่กระแสคริปโตเคอร์เรนซีฟีเว่อร์มากๆ ได้ไหมครับ? ตอนนั้นมีบริษัทชาแช่เย็นชื่อดังแห่งหนึ่งแค่ออกมาประกาศว่าตัวเองจะใส่คำว่า “บล็อกเชน” เข้าไปในชื่อบริษัท หุ้นก็พุ่งกระฉูดเกือบ 400% ทันที ดูเหมือนว่าตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “เครื่องจักรปั่นกระแส AI” กันอย่างเต็มตัวแล้ว เพราะล่าสุด Allbirds เปลี่ยนชื่อเป็น Smartbird สู่ยุคใหม่ของ AI อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนโลโก้ แต่เป็นการหักดิบเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายรองเท้าผ้าขนสัตว์ สู่การเป็นผู้เล่นในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มตัว!

Allbirds เปลี่ยนชื่อเป็น Smartbird สู่ยุคใหม่ของ AI อย่างเต็มรูปแบบ

การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความฮือฮาและคำถามในเวลาเดียวกัน หลายคนแอบเสียดายชื่อ Allbirds ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่บริษัทเลือกใช้ชื่อ Smartbird แทน ซึ่งถ้าถามผม ก็น่าเสียดายที่เขาไม่เลือกชื่อ “AIbirds” เพราะมันดูเข้ากับเทรนด์นี้สุดๆ ไปเลย แต่อย่างไรก็ตาม Smartbird ได้แต่งตั้ง Nadia Carlsten อดีตหัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ Amazon Web Services มานั่งแท่น CEO คนใหม่ เพื่อนำทัพการเดินทางครั้งใหม่นี้

เหตุผลเบื้องหลังการที่ Allbirds เปลี่ยนชื่อเป็น Smartbird สู่ยุคใหม่ของ AI

คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมผู้ผลิตรองเท้าถึงจู่ๆ จะมาทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI? โฆษกของบริษัทระบุว่าพวกเขาจะหาหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-performance AI compute) เพื่อนำมาปล่อยเช่าในระยะยาวให้กับลูกค้าที่ต้องการพลังประมวลผลมหาศาล โดยอ้างว่าตลาดปัจจุบันยังตอบสนองได้ไม่เพียงพอ ซึ่งฟังดูทะเยอทะยานมาก แต่ก็ไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่าประสบการณ์จากการขายรองเท้าจะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร

  • ขายทรัพย์สินการผลิตรองเท้าทิ้งทั้งหมด
  • โละพนักงานเดิมที่ทำธุรกิจค้าปลีก
  • ระดมเงินทุนใหม่เพื่อเน้นการเช่าฮาร์ดแวร์ AI

CEO คนใหม่อย่างคุณ Carlsten ยอมรับตรงๆ ว่าเธอไม่เคยมีความผูกพันกับแบรนด์ร้านรองเท้ามาก่อน และมั่นใจว่า “อีกไม่กี่เดือน คนก็จะลืมไปแล้วว่าเราเคยขายรองเท้า” นี่เปรียบเสมือนการรีเซ็ตบริษัทใหม่ตั้งแต่ศูนย์ โดยใช้เงินทุนที่เหลืออยู่กว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการขับเคลื่อนองค์กร

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้คือ “กระแส AI” ทำงานได้ทรงพลังมาก เพราะทันทีที่มีข่าวการปรับทัพ ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้นกว่า 600% ในช่วงแรก และดีดตัวขึ้นอีก 50% หลังประกาศชื่อใหม่ แม้ตลาดจะดูเหมือนหลงระเริงไปกับชื่อเรียกใหม่ๆ แต่ในมุมมองของนักลงทุน นี่คือโอกาสทองในการเก็งกำไร ส่วนบริษัทจะทำได้จริงหรือกลายเป็นเพียงฟองสบู่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปในระยะยาวครับ

ที่มา – AIbirds Was Sitting Right There: Allbirds Changes Name to Smartbird in AI Pivot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *