6 ปี วันเฉลิมสูญหาย: เรายัง ‘ไม่หมดหวัง’ ต่อความจริงและความยุติธรรม
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่องราวที่อาจจะดูหม่นหมอง แต่เป็นเรื่องสำคัญที่เราในฐานะคนในสังคมมองข้ามไม่ได้เลยครับ นั่นคือเรื่องราวของ 6 ปี วันเฉลิมสูญหาย: เรายัง ‘ไม่หมดหวัง’ ต่อความจริงและความยุติธรรม ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบที่นักกิจกรรมทางการเมืองอย่าง “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ได้หายตัวไปอย่างปริศนาที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จนถึงวันนี้เวลาผ่านไปกว่า 6 ปีแล้ว แต่ครอบครัวและเครือข่ายสิทธิมนุษยชนก็ยังคงเดินหน้าตามหาความจริงต่อไป
6 ปี วันเฉลิมสูญหาย: เรายัง ‘ไม่หมดหวัง’ ต่อความจริงและความยุติธรรม
เหตุการณ์การบังคับสูญหายไม่ใช่เพียงแค่การที่ใครคนหนึ่งหายตัวไปจากหน้าสื่อหรือหายไปจากพื้นที่สาธารณะ แต่มันคือบาดแผลทางใจที่ครอบครัวผู้สูญเสียต้องแบกรับไว้ในทุกๆ วัน มูลนิธิผสานวัฒนธรรมร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดงานรำลึกเพื่อบอกกับสังคมว่าเรายังไม่ลืม และเรายังคงยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวของวันเฉลิม การจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์อย่าง ‘ต้นไม้แห่งความหวัง’ และ ‘กล่องกำลังใจ’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความเห็นใจ แต่เป็นการตอกย้ำว่า 6 ปี วันเฉลิมสูญหาย: เรายัง ‘ไม่หมดหวัง’ ต่อความจริงและความยุติธรรม ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมไทยต้องตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อสังคมไทยในปัจจุบัน?
แน่นอนว่าในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและโลกเชื่อมต่อกันมากขึ้น การบังคับสูญหายกลายเป็นประเด็นที่นานาชาติจับตามอง เพราะมันสะท้อนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การที่บุคคลหนึ่งหายไปโดยไร้ร่องรอยและขาดความคืบหน้าในการสอบสวนเป็นเวลาหลายปี เป็นบทพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของกลไกยุติธรรมในประเทศนั้นๆ การติดตามคดีของวันเฉลิมจึงไม่ใช่เรื่องของบุคคลหรือกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง แต่มันคือมาตรฐานกลางที่เราควรเรียกร้องให้เกิดขึ้นกับทุกคน
- ความโปร่งใส: ทุกกระบวนการสอบสวนต้องเปิดเผยและตรวจสอบได้
- ความยุติธรรม: ครอบครัวมีสิทธิที่จะได้รับรู้ชะตากรรมของคนที่เขารัก
- การไม่เพิกเฉย: สังคมที่เข้มแข็งต้องไม่ปล่อยให้การละเมิดสิทธิเป็นเรื่องปกติ
ในวงเสวนาที่ผ่านมา เราได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งย้ำเสมอว่าความล่าช้าไม่ได้เพียงแค่ทำให้ความจริงเลือนหาย แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความทุกข์ระทมของครอบครัวที่ไม่ทราบชะตากรรมของคนในบ้าน การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่ใช่การสู้เพื่อวันเฉลิมเพียงคนเดียว แต่เป็นการสู้เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีมาตรฐานและเป็นอิสระอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ ผมอยากเชิญชวนให้พวกเราทุกคนไม่นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ครับ การให้กำลังใจหรือการตระหนักรู้ถึงปัญหาการบังคับสูญหาย คือจุดเริ่มต้นแรกที่สังคมจะขยับไปสู่ความยุติธรรมที่จับต้องได้ เราควรสนับสนุนการทำงานของกลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เสียสละทำงานหนัก เพื่อให้วันหนึ่งคำว่า “ความยุติธรรม” จะไม่มีคำว่าสายเกินไปครับ พวกเราหวังว่าสังคมจะช่วยกันจับตาดูและผลักดันให้ความจริงปรากฏโดยเร็ววัน
ที่มา – 6 ปี วันเฉลิมสูญหาย: เรายัง ‘ไม่หมดหวัง’ ต่อความจริงและความยุติธรรม
