50 ปี 6 ตุลาฯ ชูแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร”

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กำลังจะเดินทางมาครบรอบ 50 ปีในปี 2569 และกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หลายฝ่ายต้องการชวนสังคมกลับมาทบทวนความทรงจำ บทเรียนทางการเมือง และผลกระทบที่ยังคงปรากฏอยู่ในชีวิตของผู้คนจนถึงปัจจุบัน เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ ร่วมกับเครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ และชมรมโดมรวมใจ จึงประกาศแนวคิดการจัดงานภายใต้ชื่อ “ลบมรดกรัฐประหาร” เพื่อสื่อสารถึงความจำเป็นในการทบทวนกฎหมายและคำสั่งที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร

การแถลงข่าวครั้งนี้มีทั้งอดีตนักศึกษา คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และคนรุ่นใหม่เข้าร่วม บรรยากาศสะท้อนให้เห็นว่าความทรงจำทางประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเรื่องของคนรุ่นเก่าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญคำถามเรื่องเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น และกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทย

50 ปี 6 ตุลาฯ ชูแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร”

สุเทพ สุริยะมงคล อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 2517 และประธานชมรมโดมรวมใจ กล่าวว่า การที่ผู้สูงวัยซึ่งมีประสบการณ์จากเหตุการณ์ในอดีตมาทำงานร่วมกับเยาวชนวัยประมาณ 20 ปี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของการต่อสู้ระหว่างคนสองรุ่น แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ แต่ปัญหาการถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพยังคงมีลักษณะคล้ายเดิม

ภาพของอดีตนักศึกษาที่เคยผ่านความรุนแรงทางการเมือง จึงมาซ้อนทับกับภาพของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเดินทางไปศาลหรือเผชิญคดีจากการแสดงออกทางการเมือง เรื่องนี้ทำให้การรำลึก 6 ตุลาฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่พิธีการหรือการพูดถึงอดีต แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สังคมตั้งคำถามว่า เราจะปล่อยให้ผลพวงจากความรุนแรงทางการเมืองส่งต่อไปอีกนานแค่ไหน

นัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนกลุ่ม ThumbRights และเครือข่ายรณรงค์ฯ อธิบายว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย เพราะคำสั่งและโครงสร้างทางกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหารยังมีผลต่อเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเพิ่มบทลงโทษในกฎหมายหลายมาตรา รวมถึงมาตรา 112

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายจึงเปิดแคมเปญเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อ ตั้งแต่วันที่ประกาศแคมเปญไปจนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เพื่อเสนอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทั้งฉบับ แคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร” จึงมีเป้าหมายมากกว่าการรำลึก แต่ต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายและกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมรำลึก 3 วันเต็มที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

งานรำลึกครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยออกแบบกิจกรรมให้มีทั้งการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงประเด็นทางการเมืองได้ง่ายขึ้น

  • วันที่ 4-5 ตุลาคม 2569: ชมภาพยนตร์สารคดี “บันทึกหน้าสุดท้าย” และ “เสียงสะท้อนจากความทรงจำ” ร่วมกิจกรรม Walking Tour ชมสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ และฟังเวทีเสวนาเปรียบเทียบเหตุการณ์ลุกฮือที่ควั่งจูกับ 6 ตุลาฯ
  • กิจกรรมด้านหนังสือและดนตรี: เปิดตัวหนังสือ “ไดอารี่ดาวแดง” พร้อมการแสดงจากวงสามัญชนและวงหมาเก้าหาง ซึ่งช่วยเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้
  • วันที่ 6 ตุลาคม 2569: จัดนาฏกรรมรำลึก พิธีทำบุญตักบาตร การวางพวงมาลัยรำลึกวีรชน และพิธีมอบรางวัล “จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย” กับรางวัล “สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา”
  • ช่วงบ่ายถึงค่ำ: มีปาฐกถา การแสดงงิ้วล้อการเมือง การแถลงปิดแคมเปญยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ และกิจกรรมจุดเทียนรำลึกเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสีย

นอกจากกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยแล้ว เครือข่ายยังเตรียมเดินสายยื่นหนังสือถึงพรรคการเมือง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อเชิญชวนให้พรรคการเมืองแสดงจุดยืนต่อการลบมรดกจากรัฐประหารและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าจดจำคือการรำลึกถึงจารุพงษ์ ทองสินธุ์ ผ่านถ้อยคำของอดีตผู้ต้องขังคดี 6 ตุลาฯ สุเทพกล่าวว่า ทุกครั้งที่เดินไปในสนามยังรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนรอยเลือดของเพื่อนผู้จากไป ความรู้สึกดังกล่าวสะท้อนว่าความทรงจำของผู้สูญเสียไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา และยังเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นหลังตั้งคำถามกับความอยุติธรรม

ในมุมของคนทั่วไป งานนี้ไม่ได้จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่เข้าถึงยาก เพราะรูปแบบงานมีทั้งภาพยนตร์ ดนตรี หนังสือ ศิลปะ และกิจกรรมเดินชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ คล้ายการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่เปิดกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ช่วยให้คนที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานยังติดตามเนื้อหาและร่วมแสดงความคิดเห็นได้

เมื่อสังคมกำลังเข้าสู่ยุคที่คนรุ่นใหม่สนใจทั้งประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และสิทธิพลเมืองมากขึ้น การรำลึก 6 ตุลาฯ จึงมีโอกาสพัฒนาไปสู่บทสนทนาร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงการจัดงานปีละครั้ง แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนตรวจสอบอำนาจ ตั้งคำถามกับกฎหมาย และร่วมกันออกแบบอนาคตที่ไม่ต้องวนกลับไปสู่ความรุนแรงแบบเดิม

แคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร” จะมีความหมายมากขึ้นเมื่อประชาชนติดตามข้อมูลอย่างรอบด้าน อ่านรายละเอียดของข้อเสนอ และใช้สิทธิของตนเองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลงชื่อ เข้าร่วมเสวนา หรือพูดคุยกับคนรอบตัว บทเรียนจาก 6 ตุลาฯ จึงไม่ควรถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ควรถูกนำมาใช้สร้างสังคมที่เคารพเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากกว่าเดิม

ที่มา – 50 ปี 6 ตุลาฯชูแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร” ล่ารายชื่อรื้อคำสั่งคณะปฏิรูปฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *