4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด บันทึกสะเทือนใจจากพยาบาลโรงพยาบาลพนมดงรัก
เคยจินตนาการไหมครับว่าจะต้องทำงานท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังสนั่นเป็นเวลาหลายชั่วโมง? เรื่องจริงนี้ไม่ใช่ฉากในหนัง แต่คือประสบการณ์ตรงของทีมพยาบาลโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ ที่ต้องเผชิญกับเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจนต้องอพยพผู้ป่วยทั้งหมดให้ปลอดภัย
เรื่องจริงจาก ‘4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด’ ที่โรงพยาบาลพนมดงรัก
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ทีมงานต้องระทมทุกข์กับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เสียงระเบิดดังสนั่นติดต่อกันกว่า 4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด จนอาคารบางส่วนพังทลาย สะเก็ดระเบิดกระจายเต็มพื้นที่ จนแม้แต่ห้องผ่าตัดก็ไม่อาจใช้งานได้
พยาบาลวิชาชีพประจำรพ. เล่าด้วยน้ำตาว่า “วินาทีนั้นทุกวินาทีรู้สึกเหมือนชั่วโมง เราไม่มีเวลาแม้แต่คิด แค่ต้องการพาทุกชีวิตออกมาให้ปลอดภัย” แม้เธอจะเคยผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งเขาพระวิหารปี 2554 มาแล้ว แต่ครั้งนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง “ตอนนั้นเสียงปืนอยู่แค่ 1-2 ชั่วโมง แต่รอบนี้ยิงต่อเนื่องกว่า 4 ชั่วโมง จนต้องซ่อนตัวในบังเกอร์”
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชุดสุดท้าย ทันใดนั้นข้อความวิกฤตก็เข้ามาว่าโรงพยาบาลถูกโจมตีซ้ำ! กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เหลือต้องซ่อนตัวท่ามกลาง 4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด จนกว่าจะมีทีมช่วยเหลือมาถึง การตัดสินใจอพยพผู้ป่วยทั้งหมดก่อนเกิดเหตุรุนแรงกลายเป็นจุดสำคัญ ที่ทำให้ไม่มีผู้ป่วยรายใดได้รับบาดเจ็บ
ห้องคลอดที่เคยเต็มไปด้วยเสียงร้องแรกของชีวิต
แต่สิ่งที่ฝังใจเธอที่สุดคือสภาพห้องคลอดที่ได้รับความเสียหายหนัก สถานที่ที่เคยต้อนรับทารกน้อยชาวกัมพูชาที่แม้แต่จ่ายค่าคลอดเต็มจำนวนไม่ได้ พวกเขาก็ยินดีให้ผ่อนจ่ายมาตลอด เพราะเข้าใจความยากลำบากของผู้คนชายแดน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงล่าสุดไม่ใช่เพียงซ่อมแซมอาคาร แต่คือรอยแผลในจิตใจของทีมงาน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในบังเกอร์ตลอด 4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด แม้ภายนอกจะปลอดภัยแล้ว แต่ความหวาดระแวงยังคงค้างอยู่ในทุกการได้ยินเสียงดัง
ทว่าสิ่งหนึ่งที่เยียวยาจิตใจได้ดีคือพลังน้ำใจจากคนทั่วประเทศ ที่ส่งอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และกำลังใจมาไม่ขาดสายตั้งแต่วันแรก จนทำให้ทีมงานกล้าพูดว่า “มันช่วยปลอบใจพวกเราที่หวาดกลัวได้มากจริงๆ”
เรื่องนี้สอนเราว่า แม้สงครามจะทำลายสิ่งก่อสร้างได้ แต่ไม่อาจทำลายความแข็งแกร่งของวิชาชีพสุขภาพที่ยืนหยัดเพื่อรักษาชีวิตผู้คนได้ ถึงเวลาที่เราต้องสนับสนุนทีมหน้าด่านให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ด้วยคำพูด แต่ด้วยการลงมือช่วยเหลือจริงผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่มา – ‘4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด’ บันทึกจากพยาบาลแนวหน้า ณ โรงพยาบาลพนมดงรัก