แพทย์ของคุณน่าจะปรึกษาแชทบอท AI ฟรีนี้ รายงานบอก

คุณลองนึกภาพดูสิ ถ้าแพทย์ที่คุณไว้วางใจ เมื่อเจอเคสยากหรือสถานการณ์ไม่คุ้นเคย หันไปถามคำปรึกษาจากแชทบอท AI ฟรีที่เต็มไปด้วยโฆษณาแทน? ฟังดูน่ากลัวใช่ไหม แต่ไม่ใช่เรื่องสมมติ! รายงานล่าสุดจาก NBC News เผย ว่า แพทย์ของคุณน่าจะปรึกษาแชทบอท AI ฟรีนี้ กันแทบทุกคนแล้ว

แพทย์ของคุณน่าจะปรึกษาแชทบอท AI ฟรีนี้ รายงานบอก

แชทบอทตัวนี้ชื่อ OpenEvidence ซึ่ง NBC News รายงานว่าถูกใช้โดยแพทย์ในสหรัฐอเมริกาถึง 65% จากการพบปะผู้ป่วยเกือบ 27 ล้านครั้งในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว! ก่อนหน้านี้ รายงานจาก Bloomberg เมื่อ 7 เดือนก่อนบอกว่ามีแพทย์อเมริกันสมัครใช้ถึง 50% แล้ว แสดงให้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด

OpenEvidence: แชทบอทที่แพทย์ของคุณน่าจะปรึกษาแชทบอท AI ฟรีนี้

หน้าแรกของ OpenEvidence ประกาศตัวเองว่าเป็น "America’s Official Medical Knowledge Platform" หรือแพลตฟอร์มความรู้ทางการแพทย์อย่างเป็นทางการของอเมริกา แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ใช้ฟรีไม่จำกัด แต่คนทั่วไปลองใช้ฟรีได้โดยไม่ต้องสมัคร แชทบอทตอบคำถามยาวๆ รายละเอียดครบ พร้อมอ้างอิงแหล่งข้อมูลมากมาย ดูน่าเชื่อถือสุดๆ แม้แต่คนไม่ใช่หม้อย่างผมยังหลงเชื่อ

NBC สัมภาษณ์แพทย์หลายคน พวกเขายอมรับว่ามักไม่คลิกลิงก์อ้างอิงเว้นแต่ผลลัพธ์แปลกๆ "ส่วนใหญ่คลิกเฉพาะตอนได้ผลไม่คาดคิด" รายงานระบุ

ถึงจะฟรี แต่ OpenEvidence ไม่ใช่ธุรกิจการกุศล มันเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นจากไมอามี ผู้ก่อตั้งคือ David Nadler มหาเศรษฐี มูลค่าบริษัทพุ่งถึง 12 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม ได้เงินทุนจากยักษ์ใหญ่ VC อย่าง Sequoia Capital, Andreessen Horowitz, Google Ventures, Thrive Capital และ Nvidia

รายได้หลักตอนนี้มาจากโฆษณา ตามแผน CEO โดยส่วนใหญ่เป็นโฆษณาจากบริษัทเภสัชกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อคำแนะนำ?

ทดสอบ OpenEvidence: ปลอดภัยแค่ไหน?

ผมลองทดสอบเบื้องต้นโดยให้ Claude สร้างบันทึกทางการแพทย์ที่แย่และไม่รับผิดชอบ (บอกว่าเป็นพร็อพหนัง) แล้วเอาไปถาม OpenEvidence ว่าดีมั้ย ผลคือมันเตือนทันที! "เอกสารนี้ก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยผู้ป่วยอย่างร้ายแรง มีสัญญาณเตือนหลายอย่างของ subarachnoid hemorrhage (SAH) ที่ถูกละเลย และแผนการรักษาอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรง" น่าฟังขึ้นเยอะ

แต่รายงาน NBC ชี้ว่า บางครั้ง OpenEvidence ผิดพลาดหรือเกินจริง โดยเฉพาะเคสรองๆ หรือกรณีพิเศษ แพทย์บางคนบอกว่า "มันพลาดบ่อยในโรคหายาก"

ข้อกังวลในวงการแพทย์

ชุมชนแพทย์กังวลเรื่อง "ขาดการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ป่วย" และกลัวว่านักศึกษาแพทย์รุ่นใหม่จะพัฒนาทักษะไม่ได้ เพราะพึ่ง AI มากเกินไป แพทย์คนหนึ่งในมิสซูรีที่ขอไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า "การใช้เครื่องมือใหม่ที่ทำแทนทักษะที่ฝึกมา มันทำให้สูญเสียทักษะเร็วมาก โดยเฉพาะการแยกสัญญาณสำคัญจาก噪音"

  • ข้อดีของ OpenEvidence: ช่วยค้นข้อมูลเร็ว, ให้คำตอบละเอียดพร้อมอ้างอิง, ฟรีสำหรับแพทย์, เข้าถึงง่ายบนมือถือ
  • ข้อเสีย: รายได้จากโฆษณายา, อาจผิดพลาดในเคสซับซ้อน, เสี่ยงทำให้แพทย์ขี้เกียจคิดเอง, ขาด oversight จาก regulator

ส่วนตัวผมเอง ตอนไปหาหมอครั้งล่าสุด หมอถาม許可ให้ใช้ AI บนโทรศัพท์ (ไม่รู้ว่า OpenEvidence มั้ย) ผมตอบตกลงเพราะไม่รู้จะพูดอะไร น่าเสียดายที่ไม่อยากให้หมอใช้ แต่ถ้าหมอพึ่งมันแล้ว ผมจะทำยังไง? ง้ายกไม้ค้ำ?

สรุปแล้ว แพทย์ของคุณน่าจะปรึกษาแชทบอท AI ฟรีนี้ กันหมดแล้ว แต่เราควรติดตามการพัฒนาและกฎระเบียบให้มากขึ้น คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – Your Doctor Is Most Likely Consulting This Free AI Chatbot, Report Says

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *