‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการเมืองโลกที่ตึงเครียด ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ นายกสมาคมเครือข่าย Global Compact แห่งประเทศไทย (GCNT) กลับมองว่า นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับการปรับตัวและดำเนินก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง Global Compact ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสเพื่อสร้างสันติภาพและการเติบโตอย่างแท้จริง

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต

ตามที่Global Compact กำหนดไว้ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นหัวใจสำคัญของโลกในอนาคต แต่ความคืบหน้าที่ยังช้า และวิกฤตหลายด้านที่เร่งตัวขึ้น กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนต้องลุกขึ้นมารับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการกับ ‘3D’ สามความท้าทายหลักที่ศุภชัยชี้ว่า จะกำหนดทิศทางของโลกในอีก 30 ปีข้างหน้า

  • Digitalization: ยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาแรง แต่ต้องใช้อย่างมีจริยธรรม หากใช้ผิดทางอาจสร้างช่องว่างทางสังคมหรือถูกดัดแปลงเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
  • Deglobalization: การเมืองโลกที่แบ่งขั้ว ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศลดลง ทั้ง ๆ ที่เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือความไม่เท่าเทียม
  • Decarbonization: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังคงพุ่งสูง ส่งผลต่อระบบนิเวศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจึงไม่อาจรอช้าได้

ความไว้ใจคือพื้นฐานของสันติภาพ

ศุภชัยเน้นย้ำว่า การจะพลิกวิกฤตทั้ง 3D ได้ ต้องเริ่มจากการฟื้นฟู ‘ความไว้ใจ’ ระหว่างผู้คนและประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ SDG ข้อที่ 16 ด้านสันติภาพและสถาบันที่เข้มแข็ง การเปิดเวทีเจรจา การแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และการออกแบบ Governance ที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง คือสิ่งที่จำเป็น

เขาชี้ว่า “การขจัดความเกลียดชังด้วยความเกลียดชังนั้นไม่มีวันสำเร็จ แต่ต้องเริ่มจากใจที่เปิดรับและเข้าใจกัน” การหยุดยิงแม้เพียงช่วงสั้น ๆ ก็ยังสร้างพื้นที่ให้คนกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ นี่คือตัวอย่างของ Positive Impact จากการตั้งใจเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

เอกชนคือตัวเร่งแห่งการเปลี่ยนแปลง

ภาคธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ แต่เป็น ‘ผู้เร่งการเปลี่ยนผ่าน’ (Catalyst) ที่แท้จริง โดยเฉพาะผ่านการรายงาน ESG ที่ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 70% ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มดำเนินการแล้ว ทว่า ความเปลี่ยนแปลงระบบจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ SME และผู้ประกอบการนอกตลาดเข้ามาร่วมด้วย

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต ทั้งในมุมของการพัฒนาเรื่องจริยธรรม คุณธรรม และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม

ดิจิทัลและเทคโนโลยี ช่วยลดคอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งความท้าทายในระบบเศรษฐกิจไทยคือ ‘เศรษฐกิจใต้ดิน’ ที่ประเมินว่าอาจถึง 50% ของ GDP การเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และการใช้ Digital ID จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับ และลดการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการศึกษา ศุภชัยเสนอไอเดีย ‘Learning Center’ ที่เชื่อมโยงกับการแก้ปัญหา SDGs ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง พร้อมการสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อปลูกฝัง Mindset แห่งความยั่งยืน

ทิ้งท้ายด้วยแนวคิด ‘Forward Faster Together’ ที่สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือ เมื่อธุรกิจ เยาวชน และสังคมร่วมกันผลักดัน การเติบโตและความยั่งยืนจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่มีผู้แพ้ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน — และนี่ก็คือโลกที่เรายังมีโอกาสสร้างได้จริง

ที่มา – ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *