วันที่ 5 แห่งการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา: สถานการณ์ล่าสุดและท่าทีจากนานาชาติ
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียดต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 5 ของการปะทะ (11 ธันวาคม 2568) โดยมีรายงานการสู้รบอย่างหนักในหลายพื้นที่ ฝ่ายไทยเน้นการโจมตีเชิงป้องกันเพื่อตอบโต้การรุกราน โดยเฉพาะฐานที่มั่นทางทหารและอาคารกาสิโนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นที่ตั้งอาวุธของกัมพูชา
\n
การปฏิบัติการทางทหารของไทยยังคงเป็นไปตามยุทธวิธีโจมตีก่อนเพื่อป้องกันตนเอง ตามที่กองทัพไทยได้แถลง พร้อมยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างสมเหตุสมผลและคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีทหารไทยเสียชีวิตแล้ว 9 นาย และบาดเจ็บกว่า 120 นาย รวมถึงตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม
\n
วันที่ 5 แห่งการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา: ท่าทีของผู้นำและสถานการณ์ล่าสุด
\n
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะโทรศัพท์หารือถึงสถานการณ์ โดยระบุว่ายังไม่ได้รับการติดต่อ แต่ได้อธิบายสถานการณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแล้ว
\n
โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ ยืนยันว่าการใช้สิทธิป้องกันตนเองของไทยเป็นไปตามเงื่อนไข 4 ข้อ ได้แก่ ภัยคุกคามต้องใกล้เกิดขึ้นทันที เป็นทางเลือกสุดท้าย ตอบโต้เท่าที่จำเป็น และโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร
\n
ขณะที่ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่ากองกำลังสุรนารีเผชิญการโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายกัมพูชาด้วยเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 และโดรนทิ้งระเบิด โดยพื้นที่สำคัญที่ถูกเน้นย้ำคือภูมะเขือและปราสาทตาเมือนธม ที่ฝ่ายกัมพูชาพยายาม \”ยึดคืน\”
\n
ในส่วนของกองทัพเรือ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ แถลงว่าได้เปิดปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ จ.ตราด บริเวณบ้านหนองรี หลังพบการยั่วยุและเสริมกำลังจากฝ่ายกัมพูชา
\n
สงครามข่าวสารและการอพยพ
\n
กองทัพไทยยังเตือนถึงการใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) จากฝ่ายกัมพูชา โดยสร้างภาพปลอมและกล่าวหาไทยโจมตีสถานที่ราชการ พร้อมแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนเชื่อหรือส่งต่อ
\n
สถานการณ์การสู้รบส่งผลให้มีการอพยพประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ชายแดน โดยทางการสระแก้วอพยพประชาชนกว่า 18,000 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง ขณะที่ประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวรวมกว่า 171,000 คน
\n
ผลกระทบจากการสู้รบทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากลูกจรวด BM-21 และปืนใหญ่ที่ตกใส่บ้านเรือน
\n
ท่าทีของผู้นำและความหวังในการเจรจา
\n
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไทยจะรักษาอธิปไตย รักษาประชาชน และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงศักดิ์ศรีของคนไทย และกล่าวว่าขณะนี้ไม่มีใครต้องการที่จะมีความขัดแย้ง โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไทยมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูกรุกราน จึงจำเป็นต้องรักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศ
\n
วันที่ 5 แห่งการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และยังคงต้องจับตาดูท่าทีของนานาชาติ รวมถึงความพยายามในการเจรจาเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธี ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
\n
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสันติภาพและความมั่นคงเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ ทั้งนี้ การเจรจาและแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองประเทศในระยะยาว
\n
ปิดท้ายข่าวด้วยคำว่า ที่มา – เข้าสู่วันที่ 5 สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชายังคงปะทะเดือด ด้านอนุทิน เผยทรัมป์ยังไม่ต่อสายมา