มิชชันนารีใช้อุปกรณ์เสียงพลังงานแสงอาทิตย์ปะติดต่อกลุ่มชนเผ่าที่ถูกตัดขาดในบราซิล
ถ้าคุณคิดว่ายุคมิชชันนารีเดินทางรอบโลกเพื่อเผยแพร่คำสอนของพระเจ้าและบังคับให้ชาวบ้านยอมรับศาสนาคริสต์ได้ผ่านไปแล้ว คุณอาจต้องคิดใหม่ เพราะพวกเขาไม่ได้หายไป — พวกเขากำลังทำแบบลับและแยบยลยิ่งขึ้น
มิชชันนารีใช้อุปกรณ์เสียงพลังงานแสงอาทิตย์ปะติดต่อกลุ่มชนเผ่าที่ถูกตัดขาดในบราซิล
ตามการสอบสวนร่วมกันของ The Guardian และหนังสือพิมพ์บราซิล O Globo เปิดเผยว่า มีการทิ้งอุปกรณ์เสียงพลังงานแสงอาทิตย์ในหุบเขายาวา (Javari Valley) ทางตะวันตกของบราซิล ใกล้ชายแดนเปรู เพื่อกระจายเสียงคำสอนจากพระคัมภีร์ไปยังชนเผ่าพื้นเมืองแอมะซอนที่ยังคงแยกตัวหรือเพิ่งมีการสัมผัสโลกภายนอกได้ไม่นาน อุปกรณ์เหล่านี้เล่นเสียงอ่านพระคัมภีร์เป็นภาษาโปรตุเกสและสเปน
ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์หนึ่งที่ The Guardian บันทึกเสียงได้ ประกาศด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า: “มาดูกันว่าเปาโลพูดอะไรเมื่อเขากล่าวถึงชีวิตของเขาเอง ในฟีลิปปี บทที่ 3 ข้อ 4 ว่า ‘ถ้าคนอื่นคิดว่าตนเองมีเหตุผลเพียงพอที่จะวางใจในเนื้อหนังได้ ข้าพเจ้ายิ่งมีอีกมากมาย'”
อุปกรณ์ที่เรียกว่า “Messenger” ถูกทิ้งไว้ในหมู่บ้าน Korubo
หุบเขายาวาเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มมนุษย์ที่ยังไม่มีการติดต่อมากที่สุดในโลก โดยองค์การมูลนิธิแห่งชาติเพื่อชาวพื้นเมืองบราซิล (FUNAI) ได้ห้ามไม่ให้คนภายนอกเข้าพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 1987 เพื่อป้องกันอันตรายต่อวัฒนธรรมและสุขภาพของชนเผ่า เช่น การแพร่เชื้อโรคที่พวกเขาไม่มีภูมิคุ้มกัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากชาวบ้านว่าพบอุปกรณ์เสียงแบบนี้ถึง 7 ชิ้น ในขณะที่การสอบสวนสามารถยืนยันหลักฐานภาพนิ่งและวิดีโอได้เพียงหนึ่งชิ้น ซึ่งเป็นอุปกรณ์สีเหลืองเทา ขนาดพอๆ กับมือถือ ปรากฏตัวในหมู่บ้านของชนเผ่า Korubo — กลุ่มชนที่รู้จักกันจากไม้ตีหัวและชีวิตรณรงค์ต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก
อุปกรณ์ดังกล่าวชื่อว่า “Messenger” ผลิตและบริจาคโดยองค์กรศาสนาแบปติสต์ In Touch Ministries ที่ตั้งเป้าหมายในการนำข่าวสารของพระเยซูไปยังผู้คนที่ “ยังไม่เคยได้ยิน” ทั่วโลก เว็บไซต์ของพวกเขา มีภาพและคำบรรยายของอุปกรณ์รุ่นต่าง ๆ รวมถึงข้อความที่ประกาศว่า
“สิ่งที่เริ่มต้นจากเครื่องเล่นเสียงพลังงานแสงอาทิตย์ที่บรรจุพระคัมภีร์และคำเทศนาของ ดร.สแตนลีย์ ปัจจุบันได้กลายเป็นมากกว่าอุปกรณ์… มันคือการนำข่าวสารแห่งความรอดไปหาผู้คนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
- อุปกรณ์ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
- เล่นเสียงหลายภาษา รวมถึงเสียงของนักเทศน์ชาวอเมริกัน
- ถูกกระจายโดยมิชชันนารีต่างองค์กร แม้ในพื้นที่ที่ห้ามเข้า
Seth Grey ผู้จัดการปฏิบัติการของ In Touch Ministries กล่าวกับ The Guardian ว่า แม้พวกเขาไม่ได้เป็นผู้นำอุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยตรง แต่พวกเขาทราบดีว่ามีมิชชันนารีจากองค์กรอื่นนำอุปกรณ์ “Messenger” เข้าไปในพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย
แม้อุปกรณ์แบบนี้จะไม่ต้องสัมผัสทางกายภาพ แต่พฤติกรรมแบบนี้ยังคงละเมิดนโยบายสาธารณะสำคัญของบราซิลในการคุ้มครองชนเผ่าพื้นเมืองที่ต้องการอยู่โดดเดี่ยว การแทรกแซงด้วยเทคโนโลยีก็ยังถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว วัฒนธรรม และสิทธิในการไม่ติดต่อ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การขยับจาก “การมายืนต่อหน้า” มาเป็น “การแฝงเสียงผ่านกล่องดำ” สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีถูกใช้เป็นเครื่องมือในการล่วงล้ำอย่างมีประสิทธิภาพ — และเงียบงันยิ่งกว่าเดิม
หากเราไม่ตั้งคำถามกับพฤติกรรมเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ โลกของชนเผ่าที่ต้องการอยู่ตามลำพังอาจถูกแทนที่ด้วยเสียงของคำเทศนาที่เก็บจากอินเตอร์เน็ต และแสงจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่มาจากความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมโดยไม่ขออนุญาต
เราควรเคารพสิทธิ์ในการไม่รับความ “ช่วยเหลือ” หรือ “ความรอด” ที่ไม่ได้ขอมา มากกว่าการมองว่า ทุกชีวิตต้องได้รับข่าวสารนี้โดยไม่สนใจวิธีการ มิชชันนารีควรหยุดใช้เทคโนโลยีเพื่อเจาะพื้นที่ที่ควรได้รับการปกป้อง
