ผบ.ตร.คืนสิทธิ ‘ส.ต.อ.’ ติดนายร้อยแต่ถูกปัดตกเพราะใส่ขาเทียม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวที่น่าสนใจและปลุกใจจากสำนักข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับกรณีของ ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ ปัญญาเลิศศรัทธา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพิการขาแต่กำเนิด แต่กับความมุ่งมั่นตั้งใจของเขา กลับสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรได้ด้วยคะแนนที่สูงถึง 91 คะแนน พร้อมผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายทุกด่าน ไม่ว่าจะเป็นวิ่งหรือว่ายน้ำ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกลับตัดสินใจ “ปัดตก” ในขั้นตอนสุดท้ายเนื่องจากเขาใช้ ขาเทียม ในการสอบ ซึ่งขัดกับระเบียบที่ห้ามใช้อุปกรณ์ช่วยในการทดสอบ

ผบ.ตร.คืนสิทธิ ‘ส.ต.อ.’ ติดนายร้อยแต่ถูกปัดตกเพราะใส่ขาเทียม

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประกาศคำสั่งพิจารณาคดีใหม่ในเดือนมีนาคม 2568 ด้วยความเห็นว่า ส.ต.อ.ธนวรรฒน์มีความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความสามารถสูง เขาประสบกับความพิการตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะในแง่ของผลการสอบหรือความสามารถในการปฏิบัติตนตามหน้าที่ ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่ต้องการความแม่นยำและไหวพริบ

พล.ต.อ.แสดงความยุติธรรมต่อความสามารถ

ในวันที่ 2 กันยายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “พระจันทร์ลายกระต่าย” ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของตำรวจระดับผู้น้อย ได้ประกาศข่าวว่า ผบ.ตร.ได้อนุมัติคำอุทธรณ์ และคืนสิทธิในการสอบติดนายร้อยให้กับ ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมและความเข้าใจต่อข้อจำกัดทางร่างกายด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสแสดงศักยภาพ

จากข่าวนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบของหน่วยงานราชการ แต่ยังสะท้อนถึงมุมมองใหม่ ๆ ที่สังคมควรใช้ในการพิจารณาผู้อื่น ไม่ว่าจะตามความบกพร่องทางร่างกาย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความสามารถและเจตนาในการทำงาน”

บทเรียนจากความอดทนและการสู้ของเจ้าหน้าที่ไทย

สิ่งที่น่าประทับใจจากกรณีนี้คือ ความสู้ของ ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ ที่ถึงแม้จะต้องเผชิญกับปัญหาหลายอย่างทั้งในหน้าที่การงานและสังคม แต่เขายังไม่ยอมแพ้ การได้รับโอกาสครั้งนี้คือการพิสูจน์ว่า ความสามารถควรได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด

ผลที่ตามมาก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ “พื้นที่สาธารณะ” โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่สามารถสร้างกระแสและเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของหน่วยงานระดับสูงได้ ซึ่งหมายความว่า สังคมไทยเริ่มให้ความสำคับกับเรื่อง “ความเท่าเทียม” มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบว่า “ความพิการ” ไม่ใช่อุปสรรคต่อความสามารถ

หวังว่ากรณีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายใหม่ ๆ ที่ไม่เข้มงวดเพียงแค่เรื่องกฎระเบียบ แต่สามารถเปิดพื้นที่ให้ทุกพลเมืองมีโอกาสเท่ากันในการแสดงความสามารถ และส่งเสริมให้เกิดการยอมรับความหลากหลายทางร่างกายในองค์กรต่าง ๆ

หากคุณมีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือคุณมีมุมมองต่อประเด็นความหลากหลายและความเท่าเทียม อย่าลังเลที่จะช่วยกันเผยแพร่ เพราะเสียงคุณอาจเปลี่ยนชีวิตใครสักคนได้เหมือนกัน

ที่มา – ผบ.ตร.คืนสิทธิ ‘ส.ต.อ.’ ติดนายร้อยแต่ถูกปัดตกเพราะใส่ขาเทียม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *