บันไดขอร้องนักการเมืองญี่ปุ่นอย่าแต่งตัวเป็นตัวละครกันดั้มเพื่อหาเสียง
บันไดขอร้องนักการเมืองญี่ปุ่นอย่าแต่งตัวเป็นตัวละครกันดั้มเพื่อหาเสียง
การใช้ฉากแฟนตาซีหรือวัฒนธรรมป๊อปเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาพซูเปอร์แมนในแคมเปญการเมืองสหรัฐฯ หรือแม้แต่การล้อเลียนตัวละครในสื่อต่าง ๆ ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นกลับทำให้เกิดความขัดแย้งไม่น้อย เมื่อบริษัท บันได (Bandai) ออกมาขอร้องนักการเมืองญี่ปุ่นให้หยุดใช้ภาพลักษณ์ของตัวละครจากซีรีส์ กันดั้ม เพื่อหาเสียง ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในโลกออนไลน์และวงการบันเทิง
นักการเมืองแต่งตัวเป็น Quattro Bajeena จนกลายเป็นไวรัล
事件เริ่มต้นเมื่อ ทาโร ยามาโมโตะ ผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย เรยวะ ชินเซงุมิ (Reiwa Shinsengumi) ปรากฏตัวในวิดีโอหาเสียงที่ถ่ายบริเวณรูปปั้นกันดั้มยูนิคอร์นขนาดเท่าของจริงที่โอดะอิบะ กรุงโตเกียว โดยเขาแต่งตัวเป็น กวาตโทร บาจินา จากอนิเมะเรื่อง Mobile Suit Zeta Gundam และแนะนำผู้สมัครอีกคนคือ มายะ โอกาโมโตะ นักแสดงเสียงที่รู้จักกันดีจากบท เอ็มม่า ชีน ในซีรีส์เดียวกัน
คลิปดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล ทั้งน่ารัก ทั้งแฝงสาระ ทว่า ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะจากนักการเมืองคู่แข่งและชาวเน็ตที่มองว่าการใช้ภาพลักษณ์ของ กันดั้ม และความเชื่อมโยงของโอกาโมโตะกับซีรีส์เพื่อดึงดูดฐานแฟนคลับ เป็นการเล่นกับวัฒนธรรมป๊อปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
บันตายืนยัน: ไม่ได้อนุญาตให้นักการเมืองใช้ภาพลักษณ์กันดั้ม
หลังจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งทวีความรุนแรง บริษัท Sunrise (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bandai Namco Filmworks) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า การใช้เครื่องแต่งกายหรือคอนเทนต์ในลักษณะคอสเพลย์ที่สื่อให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับตัวละครจากซีรีส์กันดั้มนั้น ไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทแต่อย่างใด และย้ำชัดว่า “บริษัทของเราไม่สนับสนุนผู้สมัครรายใดเป็นการเฉพาะ”
จุดนี้น่าสนใจ เพราะ กันดั้ม เองไม่ใช่แค่อนิเมะสงครามหุ่นยนต์ธรรมดา แต่มีพื้นฐานทางการเมืองและสังคมในชั้นลึก เช่น ธีมการต่อต้านอำนาจเผด็จการ หรือการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ การที่นักการเมืองมาสวมบทบาทหนึ่งในตัวละครที่เคยเป็นผู้นำการปฏิวัติ (ถึงแม้กวาตโทรจะไม่ใช่ชาร์ อัสนเบิล) จึงยิ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม
นอกจากนี้ บรรดาแฟนคลับกันดั้มก็ตั้งข้อสังเกตว่า การนำตัวละครในตำนานมาใช้ในบริบททางการเมือง อาจทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่บิดเบือน หรือทำให้แบรนด์เสื่อมค่าได้ในระยะยาว แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
สรุป: ความเป็นกลางของแฟรนไชส์สำคัญกว่าการเมือง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้ในสังคมที่รักและยอมรับวัฒนธรรมป๊อปอย่างญี่ปุ่น การใช้ลิขสิทธิ์หรือภาพลักษณ์ของแฟรนไชส์ดังเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ยังคงต้องอยู่ภายใต้กฎและจรรยาบรรณ บริษัทอย่าง บันได ก็ต้องปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและภาพลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหวเช่นการเมือง
สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามทั้งวงการอนิเมะและข่าวสารโลกความเป็นจริง คงต้องตั้งคำถามว่า ขอบเขตของการใช้วัฒนธรรมป๊อปในสังคมสมัยใหม่นั้น ควรอยู่ตรงไหน และเราจะแยกแยะได้อย่างไรระหว่าง “การสร้างแรงบันดาลใจ” กับ “การใช้โอกาสนิยม”
สิ่งที่เรียนรู้ได้คือ กันดั้ม ไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ควรอยู่ในหัวใจของผู้ชมในฐานะสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อสันติภาพจริง ๆ — ไม่ว่าจะในสนามรบ หรือบนหน้าจอโซเชียล
เคยเห็นนักการเมืองใช้ตัวละครที่คุณรักเพื่อหาเสียงไหม? คุณคิดว่ามันเหมาะสมหรือเกินเส้นไปแล้ว? แชร์ความเห็นของคุณได้เลย!