ทบ. ชี้แจงพร้อมหลักฐาน ทุ่น PMN-2 เป็นของใหม่ ไม่ใช่ตกค้างจากสงคราม เรียกร้องกัมพูชาหยุดปฏิเสธ-เคารพกติกาสากล
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดบริเวณพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย ซึ่งภายหลัง ทบ. ชี้แจงพร้อมหลักฐาน ทุ่น PMN-2 เป็นของใหม่ ไม่ใช่ตกค้างจากสงคราม และได้มีการเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการปฏิเสธ พร้อมทั้งเคารพกฎกติกาสากลที่เคยตกลงร่วมกันไว้
หลักฐานชัดเจนจากหลายแหล่ง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่ามีหลักฐานชัดเจนหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพบทุ่น PMN-2 ที่ยังใหม่อยู่บริเวณแนวปฏิบัติการเดิมของฝ่ายกัมพูชา การถ่ายภาพโดยอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นกัมพูชา ที่แสดงให้เห็นพวงทุ่นระเบิดแบบใหม่ รวมทั้งวิดีโอที่พบในโทรศัพท์ของทหารกัมพูชาซึ่งมีเสียงพูดคุยขณะถือทุ่นระเบิดลักษณะเดียวกัน
ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของกองทัพเรือ (TMAC) ยืนยันว่า ทุ่น PMN-2 เป็นของใหม่ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะของวัตถุระเบิดที่ผลิตในรุ่นหลังสงคราม โดยแตกต่างจากทุ่นเก่าที่เคยมีการใช้ในช่วงสงครามกลางเมืองของกัมพูชาเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งไม่มีการใช้ทุ่นระเบิดประเภทนี้แต่อย่างใด
ทบ. ชี้แจงพร้อมหลักฐาน ทุ่น PMN-2 เป็นของใหม่ ไม่ใช่ตกค้างจากสงคราม
หน่วยงานทหารไทยได้รวบรวมหลักฐานทั้งข้อมูลภาพ วิดีโอ และรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดเจนว่าทุ่นระเบิดที่พบมีการผลิตในช่วงหลังสงคราม และภูมิประเทศที่พบก็อยู่ในพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งถือเป็นเขตดินแดนของประเทศไทย ส่งผลให้การอ้างว่าเป็นทุ่นเก่าตกค้างจากสงครามนั้นไม่สามารถยืนได้
- วันที่ 4 ส.ค. – ตรวจพบจำนวนทุ่น PMN-2 both ที่เตรียมวางและวางไว้แล้ว
- วันที่ 22 ส.ค. – พบทหารกัมพูชาซุ่มตรวจการณ์และตรวจพบทุ่น PMN-2 3 ลูกในพื้นที่ใกล้เคียง
- หลักฐานภาพจากโซเชียลมีเดีย – อินฟลูเอนเซอร์ถ่ายทำพวงทุ่นระเบิดใหม่
- คลิปทางทหาร – มีการสอนใช้และจัดวางทุ่นระเบิด PMN-2
ทั้งนี้ ยังมีรายงานจากอนุสัญญาออตตาวา ที่ระบุว่ากัมพูชายังคงครอบครองทุ่นระเบิดสายพันธุ์นี้ จำนวนกว่า 3,700 ลูก โดยอ้างเพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึก แต่กลับมีรายงานว่ามีการหยิบยืมไปวางไว้ในพื้นที่ชายแดนไทยอย่างไม่เปิดเผย
ในทางทหารของไทย จึงขอเรียกร้องให้กัมพูชากลับมามีท่าทีที่โปร่งใส ยอมรับข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่กลับคำพูดแล้วแกล้งปฏิเสธความผิดที่ชัดเจน คงไม่ใช่การกระทำที่เหมาะสมสำหรับประเทศที่เคยรับการสนับสนุนจากนานาชาติในฐานะมิตรร่วมอนุสัญญาต่อต้านทุ่นระเบิด
การแก้ไขปัญหาควรเริ่มจากการออกมานั่งคุยด้วยความจริงใจ โดย ทบ. ชี้แจงพร้อมหลักฐาน ทุ่น PMN-2 เป็นของใหม่ ไม่ใช่ตกค้างจากสงคราม และฝ่ายไทยก็พร้อมทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง หากกัมพูชากล้ายอมรับข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
การจัดการกับวัตถุระเบิดบนแนวชายแดนไม่ใช่เพียงเรื่องของความปลอดภัยของพลเมือง แต่ยังสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือในเวทีนานาชาติอีกด้วย หากทั้งสองฝ่ายยังลังเล ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพลทหารและการพลัดหลงเข้าสู่พื้นที่อันตราย อาจกลายเป็นต้นตอของปัญหาที่ใหญ่กว่าในอนาคต
ทุกฝ่ายควรเรียนรู้ที่จะเคารพข้อตกลง สร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกันด้วยการกระทำจริง ไม่ใช่แค่คำพูดเฉยๆ