ถกงบ 70 วันแรก ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดงบ “ฝีแตก” และคำว่าเอไอ “กลายเป็นรหัสกดเอทีเอ็มใหม่”
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องทิศทางเศรษฐกิจและเงินในกระเป๋าของพวกเราทุกคนผ่านมุมมองการอภิปรายในสภาฯ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันแรกของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงินกว่า 3.78 ล้านล้านบาท บอกเลยครับว่าบรรยากาศในการถกงบปีนี้เข้มข้นสุดๆ เพราะมีประเด็นเรื่อง ถกงบ 70 วันแรก ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดงบ “ฝีแตก” และคำว่าเอไอ “กลายเป็นรหัสกดเอทีเอ็มใหม่” ซึ่งเป็นประโยคที่กระตุกต่อมความสนใจของหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว
ถกงบ 70 วันแรก ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดงบ “ฝีแตก” และคำว่าเอไอ “กลายเป็นรหัสกดเอทีเอ็มใหม่”
ในการอภิปรายครั้งนี้ คุณศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน ได้ชี้ให้เห็นรอยร้าวของงบประมาณไทยว่าเหมือนเป็น “ฝีที่แตกออก” หลังจากถูกบ่มมานานหลายปี โดยเธอให้ความเห็นว่ารัฐบาลจัดสรรงบไม่ตอบโจทย์การพัฒนาจริง รายจ่ายลงทุนถูกหั่นออกในขณะที่รายจ่ายประจำกลับพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการติดตามข่าวสารเทคโนโลยีคือ การที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังถูกใช้เป็นเหมือน “รหัสกดเอทีเอ็ม” เพื่อเบิกงบประมาณเพิ่ม มากกว่าการมียุทธศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมจริงๆ ครับ
วิเคราะห์เจาะลึกงบประมาณปี 2570
หากเรามองในมุมของคนทั่วไปที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เราเห็นจาก ถกงบ 70 วันแรก ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดงบ “ฝีแตก” และคำว่าเอไอ “กลายเป็นรหัสกดเอทีเอ็มใหม่” คือข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ดังนี้:
- วิกฤตงบประมาณ: หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและการจัดเก็บรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ทำให้งบลงทุนลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่สร้างอนาคตใหม่ๆ
- AI กับภาครัฐ: โปรเจกต์ที่ติดป้ายชื่อ AI มีงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า แต่กลับขาดวิสัยทัศน์ว่าจะช่วยให้ประเทศก้าวกระโดดได้อย่างไร
- การขาดวินัยการคลัง: การใช้เงินงบกลางและเงินคงคลังมาหมุนไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่ทำได้เพียงประคับประคองในระยะสั้น แต่ยั่งยืนหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องตามต่อ
จากมุมมองของผม ผมคิดว่านี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญมากครับ ไม่ว่ารัฐบาลจะจัดงบอย่างไร แต่ถ้าเทคโนโลยีอย่าง AI ถูกใช้เพียงเพื่อผลาญงบประมาณโดยไม่มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประชาชนอย่างเราย่อมสัมผัสถึงความเสียดายภาษีได้ชัดเจน เราต้องการเห็นการปฏิรูปที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อเรียกโครงการให้ดูทันสมัยเพียงเพื่อจะเข้าถึงแหล่งเงินกู้หรือการอนุมัติงบที่ง่ายขึ้น
ในท้ายที่สุด การติดตามการอภิปรายงบประมาณไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องปากท้องที่ส่งผลต่อชีวิตทุกคนจริงๆ ครับ อยากชวนเพื่อนๆ ลองตั้งคำถามและติดตามว่าโครงการที่เคลมว่าใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ จะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงหรือเป็นเพียงตัวเลขสวยหรูในเอกสารงบประมาณกันแน่ อย่าลืมคอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินภาษีจำนวนมหาศาลนี้จะถูกใช้เพื่อวางรากฐานให้ประเทศได้อย่างคุ้มค่าที่สุดครับ
ที่มา – ถกงบ 70 วันแรก ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดงบ “ฝีแตก” และคำว่าเอไอ “กลายเป็นรหัสกดเอทีเอ็มใหม่”
