ตร.แจง! ไม่เลือกปฏิบัติ สุรเชษฐ์-ต่อศักดิ์ ดำเนินการตามกฎหมาย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตข่าวใหญ่ในวงการตำรวจกันหน่อยนะครับ เรื่องราวที่หลายคนจับตามอง นั่นก็คือประเด็นร้อนระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. ที่มีการกล่าวหาว่ามีการเลือกปฏิบัติในการดำเนินการทางวินัย งานนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยสำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.) เลยต้องออกมาชี้แจงให้เคลียร์กันไปเลยครับ

ใจความสำคัญที่ กมค. สรุปออกมาก็คือ การดำเนินการในทั้งสองกรณีนั้น เป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างที่หลายคนกังวลแน่นอน ซึ่งรายละเอียดเป็นยังไง มาดูกันครับ

ตร. ยัน! ไม่เลือกปฏิบัติ สุรเชษฐ์-ต่อศักดิ์

ประเด็นที่ 1: ผู้มีอำนาจสั่งการทางวินัยต่างกัน

ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105 บอกไว้ชัดเจนว่า กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ (ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.) ผู้มีอำนาจสั่งการทางวินัยคือ ผบ.ตร. แต่สำหรับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ (ตำแหน่ง ผบ.ตร.) คนที่มีอำนาจคือ นายกรัฐมนตรี นั่นเองครับ ดังนั้น การที่มีผู้มีอำนาจต่างกัน ก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติแน่นอน

ประเด็นที่ 2: ความชัดเจนของพยานหลักฐาน

  • กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์: มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และรุนแรงถึงขั้นมีคดีอาญาที่ สน.เตาปูน แถมยังมีหมายจับจากศาลอาญาอีก ทำให้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
  • กรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์: ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 378/2568 ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการทางวินัยหรือไม่

เห็นไหมครับว่าความหนักเบาของหลักฐานนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ประเด็นที่ 3: หลักเกณฑ์การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

การจะสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ มาตรา 131 ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ คือ

  1. ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาคดีอาญา
  2. คดีมีความซับซ้อนจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว

ซึ่งกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดันเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อเป๊ะๆ เลยถูกสั่งให้ออกไว้ก่อน แต่สำหรับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังไม่เข้าเงื่อนไข เพราะยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง

กมค. ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในขณะที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พ้นจากราชการเนื่องจากเกษียณอายุราชการตามปกติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ครับ

สรุปประเด็น: ตร.แจง! ไม่เลือกปฏิบัติ สุรเชษฐ์-ต่อศักดิ์

สรุปง่ายๆ เลยก็คือ การดำเนินการทางวินัยทั้งสองกรณี เป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาจากพยานหลักฐานและความร้ายแรงของการกระทำในแต่ละกรณี ทาง ตร. ยืนยันว่าไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และพร้อมที่จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมในภายหลัง

แล้วเราได้อะไรจากเรื่องนี้?

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และที่สำคัญคือ หลักฐานต้องชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะนำไปสู่การตัดสินที่ถูกต้องและเป็นธรรม

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง สิ่งที่เราทำได้คือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน และตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สังคมของเราเป็นสังคมที่ยุติธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *