การถดถอยของ Intel ยังคงต่อเนื่อง: ปลดพนักงาน 15% และยกเลิกแผนก่อตั้งโรงงาน
การถดถอยของ Intel ยังคงต่อเนื่อง
หากคุณติดตามข่าวสารในวงการเทคโนโลยี คงจะสังเกตเห็นได้ว่าชื่อของ Intel ค่อย ๆ จางหายไปจากความสนใจของสาธารณชน โดยเฉพาะในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่หลายรายกำลังพุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีล้ำสมัย ล่าสุด การถดถอยของ Intel ยังคงต่อเนื่อง ด้วยการตัดสินใจปลดพนักงานราว 15% หรือกว่า 25,000 ตำแหน่งทั่วโลก พร้อมเลื่อนและยกเลิกแผนก่อสร้างโรงงานใหม่หลายแห่ง
แผนพลิกฟื้นที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด
ลิป-บู ถาน (Lip-Bu Tan) ซีอีโอของ Intel เผยในบันทึกภายในองค์กรว่า เป้าหมายคือลดจำนวนพนักงานทั่วโลกให้เหลือประมาณ 75,000 คนภายในสิ้นปีนี้ พร้อมตั้งเป้าปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความรับผิดชอบในทุกระดับขององค์กร
แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่นเช่น Meta, Google และ Microsoft จะมีการปรับโครงสร้างทีมและปลดพนักงานในช่วงที่ผ่านมา แต่ต่างจาก Intel ที่กำลังประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้างแต่เป็นการรอดพ้นจากการล้มหายตายจาก
พลาดทั้งยุคสมาร์ทโฟนและยุค AI
Intel ซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำด้านชิปคอมพิวเตอร์มาอย่างยาวนาน กลับพลาดจังหวะสำคัญในสองยุคทองของเทคโนโลยี ทั้งยุคสมาร์ทโฟนที่ไม่สามารถขยายตลาดไปสู่มือถือได้สำเร็จ และล่าสุด ช้าเกินไปในการรุกเข้าสู่สนามการผลิตชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์
ผลประกอบการล่าสุดแสดงให้เห็นถึงปัญหาอย่างชัดเจน เมื่อบริษัทรายงานผลขาดทุนต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่คู่แข่งอย่าง NVIDIA และ AMD กลับเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจากความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูง
ยกเลิกโรงงานใหม่ ปรับกลยุทธ์ผลิตชิป
นอกจากการปลดพนักงานแล้ว Intel ยังตัดสินใจยุติแผนการสร้างโรงงานผลิตชิปในเยอรมนีและโปแลนด์ และชะลอโครงการโรงงานยักษ์ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ซึ่งเดิมคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ แต่ตอนนี้อาจล่าช้าไปถึงหลังปี 2030
ถานกล่าวว่า การชะลอนี้เพื่อให้การใช้จ่ายสอดคล้องกับความต้องการของตลาดจริง ไม่มีการลงทุนแบบ “เช็คเปล่า” อีกต่อไป “เราจะลงทุนเฉพาะจุดที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจชัดเจน”
หวังพึ่ง Intel 18A และการสร้างระบบนิเวศทั้งชุด
แม้สถานการณ์จะน่าวิตก แต่ Intel ก็ยังคงเดิมพันกับเทคโนโลยีการผลิตชิปรุ่นใหม่ล่าสุด Intel 18A ที่คาดว่าจะใช้ผลิตไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นต่อไปอย่าง Panther Lake ได้ในปลายปีนี้
บริษัทยังประกาศแผนพัฒนารูปแบบ “ระบบนิเวศ” ของตัวเอง ทั้งชิป ซอฟต์แวร์ และระบบรวม พร้อมหันไปเน้นงานด้าน AI ที่ต้องใช้การคำนวณแบบ inference และ agentic AI ซึ่งระบบสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้ด้วยตัวเอง
“เราจะเริ่มจาก workload ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการ AI แล้วถอยกลับมาเพื่อออกแบบชิป ซอฟต์แวร์ และระบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด” ถานกล่าว
สำหรับผู้ติดตามวงการเทคโนโลยีและผู้ใช้งานทั่วไป สิ่งที่น่าจับตามองคือ การถดถอยของ Intel ยังคงต่อเนื่อง หรือเพียงแค่กำลังเดินตามแนวทางที่เจ็บปวดแต่จำเป็นเพื่อกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง? คำตอบอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพลิกฟื้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายในสภาวะที่ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป
คำแนะนำจากเรา: ติดตามความคืบหน้าของ Intel อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเปิดตัวชิป Panther Lake และความร่วมมือกับลูกค้าภายนอก หากสำเร็จได้จริง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคฟื้นฟู แต่หากล้มเหลว ก็อาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้ยักษ์ใหญ่ก็อาจล้มได้หากไม่ทันยุค