กองทัพบกรับมอบ ‘จรวดหลายลำกล้อง-ปืนใหญ่-รถยิงจรวด’ พร้อมรบ ปกป้องอธิปไตย

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวคราวเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านความมั่นคงของชาติมาอัปเดตกันครับ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้จัดพิธีส่งมอบยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปใช้งานจริงในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ยุทโธปกรณ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้มีทั้งหมด 3 รายการหลัก ได้แก่:

  • ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A: สุดยอดเทคโนโลยีที่สามารถยิงจรวดได้หลากหลายรูปแบบและระยะทาง
  • ปืนใหญ่เบาขนาด 105 มิลลิเมตร แบบ CS/AH2: มอบให้แก่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (ศป) เสริมความแข็งแกร่งด้านการยิงสนับสนุน
  • จรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G: ส่งมอบให้กับกองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ป.) เพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายระยะไกลอย่างแม่นยำ

กองทัพบกรับมอบ ‘จรวดหลายลำกล้อง-ปืนใหญ่-รถยิงจรวด’ ปกป้องอธิปไตย

พล.อ. นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวถึงความร่วมมือกับกองทัพบกในการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะปืนใหญ่เบาขนาด 105 มิลลิเมตร ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศจีน และนำมาประกอบโดยฝีมือคนไทยเอง! รวมถึงจรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G ที่ผ่านการใช้งานจริงในสนามรบมาแล้ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเอง

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ รถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A ที่สามารถยิงจรวดได้ถึง 5 รูปแบบ! ตั้งแต่ขนาด 122 มม. ไปจนถึงขนาด 370 มม. ที่ยิงได้ไกลกว่า 450 กิโลเมตร! เทคโนโลยีนี้ได้รับการถ่ายทอดจากบริษัท Elbit Systems จากประเทศอิสราเอล นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการบินตรวจการณ์หาเป้าหมาย และแปรสภาพเป็นจรวดทำลายเป้าหมายได้อีกด้วย! ถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและอเนกประสงค์อย่างแท้จริง

ความแม่นยำและประสิทธิภาพของจรวดนำวิถี

ทั้งรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A และจรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G เป็นจรวดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง พล.อ. นภนต์ ย้ำว่า การวิจัยและพัฒนาอาวุธเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและป้องปรามการรุกรานจากภายนอก โดยไม่มีเจตนาที่จะไปรุกรานใคร

การใช้งานยุทโธปกรณ์เหล่านี้จะอยู่ในกรอบที่จำเป็น และจะมีการประสานงานกับกองทัพบกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงความต้องการในการใช้งานจริง รวมถึงปืนใหญ่ 105 มม. ด้วย ซึ่งยุทโธปกรณ์เหล่านี้เคยถูกนำไปใช้ในสถานการณ์จริงมาแล้ว

สทป. มีนโยบายในการผลิตยุทโธปกรณ์ที่กองทัพบกต้องการเท่านั้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นงานต้นน้ำที่สำคัญ เมื่อมีการวิจัยแล้ว ก็จะนำเข้าสู่สายการผลิตต่อไป

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การนำอาวุธเหล่านี้ไปสนับสนุนการปฏิบัติงานหรือไม่นั้น จะต้องสอบถามกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะพิจารณา สทป. มีหน้าที่ทำในสิ่งที่กองทัพต้องการ โดยมองถึงอนาคตและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า หากทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ก่อเกิดประโยชน์ต่อกองทัพและประเทศชาติ สทป. ก็จะไม่ดำเนินการ

นอกจากยุทโธปกรณ์ทั้ง 3 แบบแล้ว สทป. ยังมีผลงานวิจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น หุ่นยนต์ทางยุทธวิธี ที่ได้ส่งมอบให้กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 นำไปใช้ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ติดปืนและติดอาวุธ แทนกำลังพลที่ออกไปลาดตระเวนข้างหน้า และสามารถบรรทุกของได้ อีกทั้งยังมีกล้อง 360 องศาควบคุมอยู่ที่ฐานปฏิบัติการของรถ สามารถเดินหน้าได้ 3-5 กิโลเมตร

ในส่วนของอาวุธอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ก็กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนา โดย สทป. มีการวิจัย 3 ระดับ คือ 1. ยุทโธปกรณ์ทั่วไป 2. ยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น แอนตี้โดรน 3. ยุทโธปกรณ์เหนือชั้น ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ดาวเทียมบอลลูนเหนือชั้นบรรยากาศ ซึ่งอยู่ในแผนในอนาคต

โดยสรุปแล้ว การที่ กองทัพบกรับมอบ ‘จรวดหลายลำกล้อง-ปืนใหญ่-รถยิงจรวด’ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงของชาติ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ในฐานะประชาชนคนไทย เราคงต้องติดตามความคืบหน้าของการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้งานจริงอย่างใกล้ชิด และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการรักษาความสงบสุขและความมั่นคงของชาติสืบไปครับ

ที่มา – ​ทบ. รับมอบอาวุธ ‘จรวดหลายลำกล้อง-ปืนใหญ่-รถยิงจรวด’ เตรียมใช้งานจริง ปกป้องอธิปไตย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *