แพทย์เมืองเล็กชาวกรีกที่รู้ความลับของปัญญาประดิษฐ์

ในช่วงวันหยุดที่ประเทศกรีกตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม ผมเริ่มสงสัยว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นที่รู้จักหรือมีบทบาทอย่างไรในประเทศยุโรปเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างสามทวีปอย่างแอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป

ผมไม่ได้ไปเที่ยวตามเกาะท่องเที่ยวชื่อดังอย่างซานโตรินีหรือมีโคนอสที่คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ผมเดินทางไปที่เมืองอิโออานีนา (Ioannina) ในทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมืองเล็กๆ ที่รายล้อมด้วยภูเขาและป่าเขียวขจี ต่างจากภาพจำโดยทั่วไปของกรีกที่หลายคนเห็นว่าเป็นประเทศแห่งชายหาดกับทะเล ความร้อนระอุในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาเดินป่า ส่วนชาวอิสราเอล ซึ่งมักมาเยือนจำนวนมากทุกปี ก็หายไปเพราะสงครามต้นเหตุจากขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส

แพทย์เมืองเล็กชาวกรีกที่รู้ความลับของปัญญาประดิษฐ์

ผมเริ่มตั้งคำถามว่า ในเมืองเล็กๆ แบบนี้ คนทั่วไปจะสนใจหรือใช้ AI กันหรือเปล่า เมื่อคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ระหว่างรับประทานอาหารเย็นกับเพื่อนๆ ผมได้พบกับนายแพทย์โทมัส จีมัส (Dr. Thomas Tzimas) แพทย์เวชศาสตร์ทั่วไป และผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลทั่วไปอิโออานีนา ‘G. Hatzikosta’ และก็ได้คำตอบที่คาดไม่ถึง

AI อยู่ในโรงพยาบาลเมืองเล็กแล้ว

ผู้เขียนตั้งคำถามแบบลองๆ ว่าเขานำ AI มาใช้หรือไม่ คาดว่าจะได้ยินคำตอบว่า “ไม่ค่อยเกี่ยวข้อง” แต่เขากลับยิ้มและเริ่มเล่าอย่างลึกซึ้งถึงการใช้งาน AI ประจำวัน

คุณหมอแชร์ว่าเขานำ AI มาช่วยเหลือในการสื่อสาร เช่น การพิมพ์บันทึกทางการแพทย์ด้วยการพูดผ่าน iPhone แล้วใช้ AI เขียนให้อัตโนมัติ หรือช่วยแปลงเอกสารส่งตัวคนไข้ให้อยู่ในรูปดิจิทัล

ที่น่าทึ่งคือเขาใช้ AI ช่วยในเรื่องการวางแผนอาหารแทนนักกำหนดอาหาร โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งต้องเลี่ยงอาหารมัน แต่ไม่รู้ว่าอาหารชนิดไหนจัดว่า “มัน”

  • AI ช่วยระบุว่าแม้เนื้อผัดดูไร้มัน แต่หากใช้เนื้อลูกแกะอาจมีไขมันแฝง
  • ใช้ “ผู้เจรจา AI” เพื่อช่วยจัดการปัญหาขัดแย้งในทีมแพทย์อย่างเป็นธรรม
  • ใช้ AI ก่อนตัดสินใจวินิจฉัย เช่น กรณีผู้ป่วยที่มีไข้หลังสูดฝุ่นในคอกแพะ ซึ่ง AI เสนอ “โรคคิวฟีเวอร์” เป็นความเป็นไปได้ แม้ผลตรวจเลือดจะเป็นลบทีหลัง แต่ก็ช่วยขยายมุมมองของทีมแพทย์

เขารู้วิธีหยุด AI ไม่ให้ “เพี้ยน”

โรคหลักของ AI ที่เขาพูดถึงคือ “การเพี้ยน” (Hallucinations) – การสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาเอง แต่เขาก็มีเทคนิคพิเศษ เพื่อควบคุมคือการตั้งค่า “อุณหภูมิ” (Temperature) ของระบบ

อุณหภูมิที่ตั้งไว้ที่ 1.0 ทำให้ AI ประดิษฐ์คำตอบได้แบบสร้างสรรค์ แต่อันตรายในการแพทย์ ดังนั้น เขาตั้งค่าให้เหลือ 0.3 เพื่อให้ระบบยึดติดกับข้อมูลจริงและไม่เดา

“ถ้าคุณตั้งโปรโตคอลเข้มงวด AI จะไม่เพี้ยน” เขากล่าว assertively

เขายังมองว่าสาขาอย่างรังสีวิทยา จิตบำบัด และแม้แต่ศัลยกรรม กำลังจะเปลี่ยนโฉม เพราะ AI ตรวจ X-ray ได้ดีกว่ามนุษย์ และหุ่นยนต์ผ่าตัดอย่าง da Vinci อาจถูกควบคุมโดย AI โดยตรงในอนาคต

ที่น่าคิดคือ ความก้าวหน้าของ แพทย์เมืองเล็กชาวกรีกที่รู้ความลับของปัญญาประดิษฐ์ นี้ พบได้ในพื้นที่ที่ดูห่างไกลจากศูนย์กลางเทคโนโลยี แสดงว่าช่องว่างทางเทคโนโลยีอาจแคบลงเร็วกว่าที่คิด

ในยุคที่หลายชาติยังถกเถียงเรื่อง AI จะเข้ามาแทนคนหรือไม่ แพทย์เมืองเล็กชาวกรีกที่รู้ความลับของปัญญาประดิษฐ์ คนนี้กลับดำเนินการอย่างเงียบๆ และชาญฉลาด เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเหตุผล

ข้อคิดสุดท้าย: AI ไม่ได้อยู่แค่ในซิลิคอนแวลลีย์ หากแต่แพร่ตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก ไว้ใจได้อย่างไร? ตั้งค่าให้ถูก ใช้ควบคู่กับมนุษย์ และอย่าลืมว่า ข้อผิดพลาดเล็กๆ เช่น การตั้งอุณหภูมิผิด อาจส่งผลเป็นหายนะ ลองเริ่มใช้ AI อย่างมีวินัยวันนี้ — ก่อนที่เทคโนโลยีจะนำหน้าคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *