เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเทคโนโลยีพลังงานกันนะครับ ปัญหาวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันพุ่ง ค่าครองชีพแพงขึ้น แต่นโยบายจากพรรคเพื่อไทยกำลังมาแรงเลยทีเดียว มาดูกันว่า เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี จะช่วยอะไรได้บ้าง ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและเทรนด์สีเขียวมาอย่างยาวนาน ผมมองว่านี่คือก้าวสำคัญสู่ยุคพลังงานอนาคตเลยล่ะ
เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยมี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้นำประชุม สิ่งที่โดดเด่นคือการหารือปัญหาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามยืดเยื้อในตะวันออกกลาง สส. หลายคนสะท้อนปัญหาจากประชาชนที่พบเจอในพื้นที่จริงๆ ยศชนัน เปิดเผยว่าปัญหานี้ใหญ่โต ต้องสื่อสารให้ทุกคนตระหนัก เพราะหากการเจรจาระหว่างประเทศล่าช้า 1-3 เดือน หรือนานกว่านั้น ผลกระทบจะยิ่งหนัก
ผลกระทบ 3 ด้านหลักที่ประชาชนเผชิญ
จากที่ยศชนันลงพื้นที่พูดคุยกับผู้สมัครและประชาชนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน พบว่าค่าใช้จ่ายที่พุ่งขึ้นมี 3 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้
- ที่อยู่อาศัย: ค่าไฟ ค่าน้ำมันทำความร้อนแพงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อครัวเรือน
- คมนาคมและขนส่ง: ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินพุ่ง แถมการกระจายน้ำมันไม่พอ ทำให้รถติดคิวยาว
- ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค: ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้น สินค้าทุกอย่างทยอยแพงตาม
นี่แหละครับปัญหาที่ใกล้ตัวสุดๆ เหมือนในหนัง sci-fi ที่โลกขาดทรัพยากร แต่จริงๆ กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเรา!
แผนปฏิบัติการเร่งด่วนจากเพื่อไทย
เพื่อไทยไม่รอช้า สั่งการให้ สส.บัญชีรายชื่อลงพื้นที่แม้แต่เขตที่ไม่มี สส.ของพรรค เพื่อรับฟังปัญหาแบบเห็นหน้างาน แล้วรวบรวมข้อมูลส่งให้รัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ไขระยะสั้น เช่น จัดสรรน้ำมันให้เพียงพอ ลดภาระประชาชนทันที สำหรับระยะกลาง-ยาว เน้นเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสู่สีเขียว ลดพึ่งพาน้ำมันดิบ ภายใน 1-2 ปี และเสร็จสมบูรณ์ไม่เกิน 4 ปี โดยใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ การผลิตพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ ลม และไฮโดรเจน
ในมุมของผมที่ติดตามเทคโนโลยีพลังงานมานาน การเปลี่ยนนี้ต้องอาศัยนวัตกรรมชั้นนำ เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ Smart Grid ที่ใช้ AI ควบคุมการกระจายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน EV (รถไฟฟ้า) ซึ่งไทยเรามีศักยภาพสูงมาก Tesla, BYD กำลังบุกตลาด ลองนึกภาพรถ EV ราคาไม่แพง ชาร์จไฟจากโซลาร์ที่บ้าน ชีวิตจะสบายแค่ไหน! นอกจากนี้ ต้องร่วมมือต่างประเทศประเมินแหล่งพลังงานและเศรษฐกิจ เพื่อให้ยั่งยืน
ยศชนันย้ำว่าต้องสื่อสารล่วงหน้าให้ประชาชนเตรียมตัว พรรคเพื่อไทยพร้อมช่วยเต็มที่ สะท้อนปัญหาให้รัฐดูแลทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน นี่คือการเมืองที่ practical และมองไกล เหมือน upgrade ระบบปฏิบัติการของประเทศจากน้ำมันฟอสซิลสู่ green tech 4.0 เลยครับ
ความเห็นส่วนตัวผมนะ การเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปีไม่ใช่ฝันเฟื่อง ถ้าเราลงทุน tech ถูกทาง ไทยจะกลายเป็นฮับพลังงานอาเซียนได้แน่นอน เทรนด์โลกกำลังไปทางนี้ EV ยอดขายพุ่งทั่วโลก โซลาร์ถูกลง 90% ใน 10 ปีที่ผ่านมา อย่าพลาดโอกาส! เพื่อนๆ ลองเตรียมตัวเปลี่ยนมาใช้รถ EV หรือติดโซลาร์ที่บ้านดูสิ เริ่มวันนี้ประหยัดเงินและช่วยโลกไปในตัว
CTA: แชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าพร้อมเปลี่ยนสู่พลังงานสีเขียวหรือยัง? ติดตามข่าวอัพเดท tech พลังงานกับเราต่อไปนะ!