‘เนิน 350-ปราสาทตาควาย’ สำคัญอย่างไรในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา

‘เนิน 350’ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงสนทนาทางการเมืองและทางทหารระหว่างการพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยว่า กองทัพไทยยังไม่สามารถยึด เนิน 350-ปราสาทตาควาย กลับมาได้อย่างสมบูรณ์

ศูนย์กลางของความขัดแยงไม่ได้อยู่ที่ตัวปราสาทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า ‘เนิน 350’ ซึ่งมีชื่อเรียกตามระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล โดยเนินนี้ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นโบราณสถานศิลปะขอมโบราณที่ตั้งอยู่ในเขตแดนที่ยังไม่มีการตกลงร่วมกันระหว่างสองประเทศ

ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง เหตุการณ์ปะทะระหว่างสองฝ่ายได้ลดความรุนแรงลงบ้าง แต่ตำแหน่งของ ‘เนิน 350’ กลับยังคงถูกจับตามองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการยึดครอง ด้วยรายละเอียดของภูมิประเทศที่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ซึ่งช่วยให้สามารถเฝ้าสังเกตและควบคุมการเคลื่อนตัวของอีกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก

ทำไม ‘เนิน 350’ ถึงถูกจับตามองในปมชายแดน‘เนิน 350-ปราสาทตาควาย’

พล.ต.วินธัย ชี้ให้เห็นว่า ‘เนิน 350’ มีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ เมื่อเทียบกับตัวปราสาทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เตี้ยกว่าและอาจตกเป็นเป้าของการโจมตีได้ง่าย

จุดนี้จึงถูกมองว่าเป็น ‘จุดสูงข่ม’ ที่ฝ่ายใดควบคุมได้ก็จะมีอำนาจเหนือกว่าในการต่อรองทั้งทางทหารและทางการเมือง มีรายงานระบุว่า กัมพูชาใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศในทางยุทธวิธี พร้อมทั้งมีอาวุธ BM-21 และกับระเบิดที่เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อกองกำลังไทย

ข้อจำกัดที่ทำให้ไทยยังคว้า‘เนิน 350’ไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

  • เข้าถึงได้ยาก: ด้วยภูมิประเทศที่สูงชันและเดินทางลำบาก ทัพไทยจึงมีข้อจำกัดในการส่งกำลังเสริมอย่างรวดเร็ว
  • อาวุธที่เหนือกว่า: ฝ่ายกัมพูชายังได้เปรียบที่สำคัญจากอาวุธ BM-21 ซึ่งมีความแม่นยำสูงและการยิงในระยะไกลที่ทรงพลัง
  • การวางกับระเบิดสนาม: การป้องกันที่ใช้กับระเบิดทำให้เกิดการชะลอการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ รวมถึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกำลังพล
  • ความเสียหายต่อพลร่มสำคัญ: หน่วยรบหลักในบางครั้งต้องเผชิญการสูญเสียหรือบาดเจ็บรุนแรง ทำให้งานปฎิบัติการล่าสุดมีความซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน

เส้นตายของการหยุดยิงและจุดยุทธศาสตร์รอบปราสาทตาควาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวมีเหตุปะทะระหว่างสองฝ่ายหลายครั้ง โดยเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี 2554 ซึ่งเห็นความตึงเครียดในระดับสูง และการต่อสู้ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้ทั้งสองฝ่ายจะเข้าใกล้กันเพียง 50 เมตร แต่ยังหลีกเลี่ยงการยิงในเขตแดนแดนโบราณสถานตามข้อตกลงหยุดยิง

มติจากอดีตผู้บัญชาการ

พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้มีประสบการณ์ในการจัดการความขัดแย้งชายแดน มองว่า เจตนารมณ์ของฝ่ายกัมพูชาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการยึดครองโบราณสถาน แต่เพื่อสกัดเส้นเขตแดนให้มาทางฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ามหาศาล

บทสรุป: กองเชยทั้งสองฝ่ายล้วนจ้องมอง‘เนิน 350’

อีกไม่นานเหตุการณ์รอบพื้นที่เนิน 350-ปราสาทตาควายอาจบทเกิดอีกครั้ง หากข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายไม่มีความชัดเจน การวางแผนทางการทูตที่เด็ดขาดจำเป็นกว่าเดิม หากต้องการให้ปัญหานี้สิ้นสุดด้วยความสงบและเสถียรภาพในระยะยาว

ที่มา – ‘เนิน 350-ปราสาทตาควาย’ สำคัญอย่างไรในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *