อาร์กติกอุ่นผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ พื้นดินสวาลบาร์นิ่มเหมือนไอศกรีม

เมื่อพูดถึงสถานที่ที่หนาวเย็นที่สุดในโลก อาร์กติกคือคำตอบแรกที่หลายคนนึกถึง โดยเฉพาะเกาะสวาลบาร์ (Svalbard) ซึ่งไม่เพียงเป็นเขตแดนหนาวเหน็บที่ดูเหมือนอยู่ห่างไกลจากปัญหาของมนุษย์ แต่ยังถูกเลือกให้เป็นที่ตั้งของ “คลังเมล็ดพันธุ์โลก” (Svalbard Global Seed Vault) ตั้งแต่ปี 2008 เพื่อรักษาตัวอย่างเมล็ดพันธุ์พืชกว่า 1.4 ล้านตัวอย่าง จากกว่า 6,000 สายพันธุ์ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนทั่วโลก ด้วยความเชื่อมั่นว่าดินแข็งตลอดปีในเขตเพอมาฟรอสต์ (Permafrost) จะปกป้องเมล็ดพันธุ์จากภัยพิบัติทั้งหลาย

อาร์กติกอุ่นผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ พื้นดินสวาลบาร์นิ่มเหมือนไอศกรีม

แต่ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็มาถึงสวาลบาร์แล้ว ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์รายงานว่า พื้นดินในพื้นที่ไม่ใช่แค่เริ่มละลาย แต่มีความนิ่มจนเปรียบได้กับ ไอศกรีมที่ละลายแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ภาพพจน์ แต่คือผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย เมื่ออุณหภูมิในอาร์กติกเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าส่วนอื่นของโลกถึง 6-7 เท่า ทำให้ฤดูหนาวที่เคยแข็งแรงกลับกลายเป็นฤดูที่ไม่แน่นอน

เมื่อความเย็นไม่เย็นอีกต่อไป

ในปี 2017 เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทางเดินเข้าคลังเมล็ดพันธุ์ เพราะเพอมาฟรอสต์เริ่มละลาย แต่โชคดีที่เมล็ดพันธุ์ยังปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่ดินละลาย ก็เปิดทางให้แบคทีเรียที่อาศัยในดินมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะ “ไมโครเบียผลิตมีเทน” ที่จะเริ่มย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินและปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการกักเก็บความร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่าในช่วง 100 ปี

ที่น่ากังวลคือ นี่เป็นลูปป้อนกลับ (feedback loop) ของวิกฤตอาร์กติกชัดเจน: อุณหภูมิอุ่นขึ้น → ดินละลาย → ปล่อยก๊าซมีเทน → อุณหภูมิอุ่นขึ้นอีก และเช่นเดียวกันกับการสูญเสียแผ่นน้ำแข็งในทะเล ที่เคยสะท้อนแสงแดดกลับสู่อวกาศ แต่เมื่อละลายไป เผยให้เห็นผิวน้ำที่มืดกว่าก็ดูดซับความร้อนมากขึ้น ยิ่งทำให้ภูมิภาคนี้ร้อนเร็วขึ้น

ธรรมชาติเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยน

แม้แต่ระบบนิเวศก็สั่นคลอน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สโนว์มอลล์ที่เคยปกคลุมพื้นคราวนี้ละลาย เปียกฝน และกลายเป็นน้ำแข็งชั้นหนา ทำให้เลน (กวางเรนเดียร์) ไม่สามารถเจาะผ่านเพื่อเข้าถึงพืชอาหารได้ นักวิจัยอย่าง James Bradley กล่าวว่า “มันคือการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง และเรากำลังอยู่ตรงกลางเหตุการณ์นี้”

นอกจากนี้ ชีวภาพในดินก็ไม่หยุดทำงานแม้ในฤดูหนาว เพราะชั้นพื้นดินลึกหลายแห่งอาจไม่แข็งตัวเต็มที่ ทำให้แบคทีเรียยังคงมีชีวิตและผลิตก๊าซต่อเนื่อง ขณะที่พืชพรรณก็เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นเหนือในลักษณะที่เรียกว่า “การเขียวครั้งใหม่ของอาร์กติก” ซึ่งแม้จะช่วยดูดซับคาร์บอน แต่ต้นไม้และพุ่มไม้สีเข้มก็มีผลให้พื้นที่ร้อนขึ้นแทน

อาร์กติกอุ่นผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ พื้นดินสวาลบาร์นิ่มเหมือนไอศกรีม — ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความผิดปกติในหนึ่งฤดูหนาว แต่เป็นสัญญาณว่าโลกกำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่ของอาร์กติก” ที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เยือกเย็นที่สุดก็ยังต้องตกตะลึง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวดเร็วจากมนุษย์ คือต้นเหตุของห่วงโซ่ที่ทำลายสมดุลนี้ แต่เราควรรีบดำเนินการ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาของคนรุ่นอนาคต มันคือปัญหาของเรา ตอนนี้

กระตุ้นให้ทุกคนตระหนักและลงมือ — เริ่มจากลดการใช้พลังงาน ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่จริงจัง โลกที่ปลอดภัยไม่ได้มาจากการรอ แต่มาจากการ ทำ ทันที

ที่มา – The Arctic Got So Warm in February, Svalbard’s Ground Was ‘Like Soft Ice Cream’The Arctic outpost meant to safeguard humanity’s future is now ground zero for a host of issues linked to climate change.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *