อนุชา ควง อภิสิทธิ์-กรณ์-สกลธี ลงพื้นที่ 3 เขตรวด ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง จี้ยกเครื่องระบบขยะ-น้ำท่วม กทม.
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว บรรยากาศการหาเสียงยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา คุณอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้โชว์พลังทีมงานนำทัพโดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคุณกรณ์ จาติกวณิช และคุณสกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่ลุย 3 เขตสำคัญ ตั้งแต่ย่านสาทร ยานนาวา จนถึงบางแค เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหาแบบถึงลูกถึงคน
อนุชา ควง อภิสิทธิ์-กรณ์-สกลธี ลงพื้นที่ 3 เขตรวด ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง จี้ยกเครื่องระบบขยะ-น้ำท่วม กทม.
กิจกรรมในวันนี้ถือว่าได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น โดยมีการปูพรมรณรงค์ตั้งแต่เช้ามืดเริ่มที่สวนสุขภาพแต้จิ๋ว ไปจนถึงตลาดเช้าเซนต์หลุยส์ ตลาดรุ่งเจริญ และปิดท้ายด้วยการล่องเรือผ่านชุมชนคลองราชมนตรีไปยังตลาดบางแค คุณอนุชาได้ย้ำชัดเจนว่าสิ่งที่พบจากการลงพื้นที่คือความต้องการที่อยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเด็นพื้นฐานที่อยู่คู่กับคนเมืองมานาน
จากการลงพื้นที่พบว่าชาวกรุงเทพฯ สะท้อนปัญหาหลักที่ต้องการให้เร่งจัดการ 2 เรื่อง คือ:
- การจัดการขยะ: ประชาชนตั้งคำถามถึงกระบวนการจัดเก็บที่ยังไม่ยั่งยืน แม้จะแยกขยะจากต้นทาง แต่รถขยะกลับนำไปรวมกัน ซึ่งปัญหานี้ต้องมีการยกเครื่องระบบจัดเก็บและการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด
- ปัญหาน้ำท่วม: ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในจุดที่คนสัญจรเป็นประจำ ยังคงเป็นความคาดหวังลำดับต้นๆ ที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนและทำได้จริง
คุณอนุชาได้กล่าวด้วยความมั่นใจว่า แนวทาง อนุชา ควง อภิสิทธิ์-กรณ์-สกลธี ลงพื้นที่ 3 เขตรวด ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง จี้ยกเครื่องระบบขยะ-น้ำท่วม กทม. ในครั้งนี้ คือการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงานและพรรคที่มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ในส่วนของผลสำรวจโพลต่างๆ คุณอนุชามองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเดินหน้าหาเสียงตามนโยบายที่พรรคเตรียมมาเพื่อแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ได้อย่างตรงจุด
การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่าใครจะมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ แต่เป็นการเลือกว่าเราจะวางรากฐานเมืองหลวงของเราไปในทิศทางไหน สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ วันที่ 28 มิถุนายนนี้ คือโอกาสสำคัญในการใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อกำหนดอนาคตของพวกเราทุกคน พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมผู้สมัคร ส.ก. ไว้ครบทั้ง 50 เขต เพื่อให้การทำงานในสภา กทม. และศาลาว่าการมีความสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ยุคใหม่ เราเริ่มเห็นเทรนด์การเมืองที่ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จริงเพื่อฟังปัญหา (On-ground experience) มากกว่าการใช้แค่สื่อออนไลน์เพียงอย่างเดียว นี่คือสัญญาณว่าผู้สมัครเริ่มปรับกลยุทธ์เข้าหาความต้องการที่แท้จริงของชุมชนมากขึ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในความสะอาดและอยากให้ปัญหาเมืองทุเลาลง การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณครับ
